สมคิด พอใจงานดีอีคืบหน้า แนะสถิติฯ ทำ Big Data ภาครัฐ

Hits: 3272

ดร.สมคิดฯ รองนายกรัฐมนตรี พบผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ และหน่วยงานในสังกัด เผยพอใจการดำเนินโครงการต่างๆ รุดหน้าตามแผน เร่งขยายผล “เน็ตประชารัฐ” ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ทุกด้าน แนะผลักดันสำนักงานสถิติแห่งชาติให้ทำงานแบบ 4.0 ชูจัดทำศูนย์ข้อมูล Big Data ภาครัฐ เชื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศให้หน่วยงานรัฐใช้ฐานข้อมูลวางแผนดำเนินงานได้ทุกมิติ

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมหน่วยงานในสังกัดฯ วันนี้ (2 ส.ค.60) มีความพึงพอใจการทำงานในด้านต่างๆ ของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่สามารถส่งเสริมด้านเศรษฐกิจของประเทศ มีความคืบหน้าเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล

โดยเฉพาะโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หรือ “เน็ตประชารัฐ” ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพร้อมส่งมอบการให้บริการ “Wi-Fi เพื่อประชาชน” แล้วกว่า 14,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ ตนได้เน้นย้ำว่าเป้าหมายของโครงการดังกล่าว ไม่ใช่เพียงให้ประชาชนได้ใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ต้องส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ รวมถึงอีกหลายๆ ด้าน

สิ่งที่เห็นได้ชัดเกี่ยวกับประโยชน์จากโครงการ “เน็ตประชารัฐ” คือ เรื่องของการศึกษา สาธารณสุข หรือการทำธุรกิจต่างๆ ในรูปแบบอี-คอมเมิร์ซ โดยขณะนี้หลายๆ ภาคส่วนได้ให้ความสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมาก เกี่ยวกับเรื่องนี้ภาครัฐต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความร่วมมือกับภาคเอกชน

“ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ต้องร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ในการสร้างความร่วมมือจากภาคเอกชนต่อยอดในเรื่องดังกล่าว นับตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการขนส่งสินค้า โดยในปีหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการปรับแผนเรื่องงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลดีกับโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” ดร.สมคิดฯ กล่าว

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี ยังให้ความสนใจเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเตรียมการจัดตั้งสถาบัน IoT (Internet of Things) และการสร้างศูนย์ข้อมูล Big Data ซึ่งสองเรื่องนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก กระทรวงดิจิทัลฯ จะต้องวางแผนการดำเนินงานให้เกิดความสอดคล้องกับอนาคตข้างหน้า ในส่วนของความคืบหน้าเรื่อง Digital Park Thailand นั้น

“ประเทศไทยมีศักยภาพมากอยู่แล้ว แต่ต้องทำให้ชัดในแต่ละขั้นตอนการทำงาน และสื่อสารให้นักลงทุนต่างชาติได้เห็น พร้อมกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน”

อย่างไรก็ดี รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในตอนท้ายว่า “การเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ ในครั้งนี้ได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก ได้เห็นโครงการและงานต่างๆ เดินไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะเรื่องของอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน หรือ เน็ตประชารัฐ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างมหาศาล”

ด้าน ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่กระทรวงดิจิทัลฯ ต้องขับเคลื่อนต่อคือการทำให้โครงการต่างๆ เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป โดยเฉพาะเรื่องของอี-คอมเมิร์ซหมู่บ้าน ซึ่งเจ้าภาพหลักจะเป็นบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยจะดำเนินการ 3 เรื่องไปพร้อมๆ กัน คือ

1) อี-มาร์เก็ตเพลส ที่จะทำให้คนในแต่ละหมู่บ้าน และร้านโชห่วยในหมู่บ้านนั้นๆ สามารถขายสินค้า และบริหารจัดการสินค้าได้ด้วยตนเอง

2) อี-เพย์เมนท์ คือการเชื่อมโยงกับทุกธนาคารทั้งของรัฐและเอกชน รวมถึงบริการพร้อมเพย์ของกระทรวงการคลัง เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน

3) อี-โลจิสติกส์ ซึ่งไปรษณีย์ไทยเป็นผู้ดำเนินการ โดยในอนาคตหากมีเอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการนับเป็นสิ่งที่น่ายินดี ทั้งนี้ ในช่วงแรกนี้ได้มีการวางระบบ Point of Sale เพื่อที่จะทำให้คนในชุมชนสามารถใช้โชห่วยในพื้นที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายสินค้า และเป็นศูนย์กลางในการเก็บสินค้า ซึ่งจะทำให้สินค้าในชุมชนสามารถแข่งขันกับตลาดภายนอกได้

สำหรับโครงการ “ดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์” กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และประกาศเป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งต่อไปจะกำหนดให้ชัดว่าในแต่ละตารางเมตรบนพื้นที่กว่า 700 ไร่นั้น จะใช้ทำอะไรบ้าง และจะมีการออกแบบพื้นที่อย่างชัดเจน

โดยส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่จะดึงนักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามา ซึ่งต้องสร้างสิ่งจูงใจนักลงทุนเหล่านั้น อาทิ เรื่องของสิทธิประโยชน์ที่นักลงทุนทั้งหลายจะได้รับ รวมถึงการสร้างความสะดวกในการเข้ามาทำงานให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลจากต่างประเทศ

ด้านการจัดตั้งสถาบัน IoT กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยจะดำเนินการสร้างอาคารร่วมกับต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการดำเนินงานด้านต่างๆ พร้อมทั้งยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

นอกจากนั้น สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้รับมอบหมายให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำศูนย์ข้อมูล Big Data ซึ่ง สสช.ต้องทำงานในลักษณะ 4.0 โดยต้องจัดเก็บข้อมูลต่างๆ จากภาครัฐ มาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด

โดย ดร.สมคิดฯ รองนายกรัฐมนตรี เห็นว่า สสช. ควรสำรวจข้อมูลด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ประกอบการทำงานด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป