นายสัทธา สุภาพ ผู้อำนวยการ ฝ่าย Business Intelligence บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG)

พีทีจี ผันตัวสู่ดิจิทัล พร้อมจัดการข้อมูลด้วย Autonomous

พีทีจี หรือผู้ให้บริการปั้มน้ำมัน PT เตรียมเปลี่ยนทิศทางการดำเนินธุรกิจใหม่ จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจน้ำมัน 80% และธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำมันหรือที่เรียกว่านอนออย 20% แต่ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปทำให้การดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมไม่สามารถตอบสนองได้ ประกอบกับเป้าหมายของพีทีจีนับจากนี้จะเพิ่มสัดส่วนในธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องทำการอัปเกรดระบบฐานข้อมูลแบบเดิมให้สามารถรองรับการเติบโตของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรที่สูงขึ้น

นายสัทธา สุภาพ ผู้อำนวยการ ฝ่าย Business Intelligence บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) กล่าวว่า เดิมพีทีจีคุ้นเคยกับระบบของออราเคิลอยู่แล้ว เนื่องจากใช้ออราเคิลดาต้าเบสมาก่อน พอมาทำเรื่องอนาไลติกส์เราต้องการความเร็วมากขึ้น และได้ทำการทดลองใช้ Oracle Autonomous Data Warehouse ซึ่งในช่วงแรกคิดว่าน่าจะช่วยธุรกิจให้เร็วขึ้นได้ประมาณ 20% แต่หลังจากใช้งานแล้วพบว่ามีความเร็วในการประมวลผลข้อมูลที่รวดเร็วมากกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้เราได้ข้อมูลเร็ว เราสามารถบริหารจัดการงานอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

“การเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลพีทีจีจึงต้องมีการปฏิบัติงานที่รวดเร็วและเท่าทันยุคสมัย เพื่อการดำเนินงานและการตัดสินใจทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ผ่านแหล่งข้อมูลเดียวที่รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ ปัญหาที่พบคือระบบฐานข้อมูลแบบเดิมที่ไม่สามารถรองรับการเติบโตของข้อมูลและประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรที่สูงขึ้น ส่งผลให้การรายงานและการตัดสินใจทางธุรกิจล่าช้า จึงเริ่มหันมาทดลองใช้เทคโนโลยี Oracle Autonomous Data Warehouse เข้ามาช่วยจัดการเรื่องดังกล่าว”

ข้อมูลของพีทีจีมีทั้งในเรื่องของ อีอาร์พี เอชอาร์ รีพอร์ต การขาย พีโอเอสจากร้านลูกค้า ดาต้าจะวิ่งเข้ามาจากหลายที่ โดยเฉพาะในส่วนของบัตรแม็คการ์ดที่จะมีข้อมูลวิ่งเข้ามาจำนวนมาก เนื่องจากมีลูกค้าประมาณ 10 ล้านราย ประกอบกับธุรกิจที่ทำมีหลายฟอร์แมตมาก ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลแทร็คกิ้งรถน้ำมัน แต่ด้วย Autonomous ของออราเคิลที่ใช้งานง่ายช่วยให้ระบบดำเนินการได้เป็นอย่างดี สามารถดึงขัอมูลมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว คอลโซลดาต้าจากบียูหนึ่งไปยังอีกบียูหนึ่งได้ทันที วิเคราะห์ได้หลายรูปแบยทั้งค่าใช้จ่าย รายได้

ออราเคิลเข้ามาช่วยเยอะมาก ทั้งการส่งทีมงานจากทางสิงคโปร์เข้ามาอิมพลีเมนต์ระบบ ทำแดชบอร์ด เรามีหลายพันสาขาซึ่งหากจะทำแดชบอร์ดด้วยการซื้อไลน์เซนส์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล แต่ของออราเคิลสามารถใช้งานได้เลย Autonomous ใช้ง่าย ใช้เวลาเรียนรู้เร็ว ซัพพอร์ตเร็ว เรานำข้อมูลเหล่านั้นมาช่วยแคมเปญการตลาดกับแม็กการ์ดส่งข้อมูลไปแบบเฉพาะกลุ่มได้ อย่างเช่นลูกค้าบางรายเป็นฟีดรายใหญ่เป็นรถบรรทุก เติมน้ำมันทุกวัน วันละหลายพันลิตรก็สามารถนำคะแนนมาแลกรางวัลได้ และด้วยการจัดการข้อมูลนี่เองที่ทำให้เราขยายพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย อย่างเช่น บัตรเครดิต เป็นต้น

“เดิมการดึงข้อมูลต้องใช้เวลาข้ามวัน การนำข้อมูลมาคอนโซลกันข้ามกันไปข้ามกันมา และใช้การดึงข้อมูลจากหลายแห่ง ประกอบกับสินค้ามีหลากหลายประเภท พอสืบค้นมากๆ การใช้ระบบไอทีเดิมทำให้ระบบหยุดชะงัก ดาต้าเบสเดิมเอาไม่อยู่ แต่หลังจากใช้ Autonomous จากเดิมใช้เวลาหากว่า 3 ชั่วโมงเหลือไม่ถึง 1 นาที นอกจากนี้ด้วยข้อมูลมหาศาลทำให้การบริหารจัดการและจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมต้องใช้ทุนที่สูงหลัก 100 ล้านบาท แต่ระบบนี้เราใช้เงินช่วงทดลองไม่ถึงล้านบาท แถมดูข้อมูลเรียลไทม์ได้เลย เมื่อผู้บริหารถามข้อมูล เราก็จะตอบได้ทันทีและผู้บริหารสั่งการมาได้เลยว่าจะแก้ไขตรงไหนก็จะจัดให้ได้ เป็นการจ่ายเงินที่ได้ผลตอบแทนที่ชัดเจนซีอีโอพอใจ ไม่ต้องของบก้อนโตแถมยังลดต้นทุน”

ด้านนายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจพีทีจีคือความสามารถในการปรับขยายและการมีแพลตฟอร์มที่สามารถผนวกรวมและวิเคราะห์ข้อมูลส่วนต่างๆ ทั้งในด้านการจัดการลูกค้าสัมพันธ์และร้านมินิมาร์ท เพื่อรายงานผลที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันที่สุด ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้ธุรกิจพีทีจีบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ คือการมีระบบที่เชื่อถือได้ สามารถดำเนินงานได้ตลอด 24 ชม. อย่างต่อเนื่อง รวมถึงศักยภาพในการกู้คืนข้อมูลได้ด้วยตนเองหากเกิดความล้มเหลวหรือผิดพลาด

นอกจากนี้ด้วยประสิทธิภาพของระบบคลังข้อมูลแบบออโตโนมัสที่สามารถปรับขยายการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วด้วยตนเอง ทั้งในด้านการปรับแต่ง การซ่อมแซม และการขับเคลื่อนข้อมูลพีทีจีจึงสามารถยกระดับแผนการลงทุนทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้นักวิเคราะห์ของพีทีจีสามารถรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมในทุกๆ ธุรกิจของเรา ทั้งในส่วนของลูกค้าและข้อมูลทางธุรกิจได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ เพื่อการวางแผนตัดสินใจ และการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เหมาะสมต่อการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

“ADW เป็นโซลูชันที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย สะดวกสำหรับทุกที่ทุกเวลา และที่สำคัญที่สุด สามารถผลได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เราได้พิสูจน์แล้วว่า Oracle Autonomous Data Warehouse สามารถยกระดับและเพิ่มพูนผลประโยชน์ให้กับธุรกิจของเราได้อย่างแน่นอน”

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 เป็นบริษัทค้าปลีกก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสองในตลาด รวมถึงขยายกิจการที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมในไทย ทั้งธุรกิจเชื้อเพลิง ธุรกิจค้าปลีก ก๊าซหุงต้ม อาหารและเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ บริการบำรุงรักษารถยนต์ และพลังงานทดแทน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG)