ผู้เชี่ยวชาญธปท. ยังไม่ฟันธง ลิบร้า(Libra) จะถือเป็นสกุลเงิน?

ความเห็นผู้เชี่ยวชาญฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงว่า ลิบร้า (Libra) เป็นสกุลเงิน ด้วยเงื่อนไข 3 ประการที่สำคัญของการเป็นสกุลเงิน 1.การเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน 2. เป็นที่เก็บรักษามูลค่า และ 3 เป็นหน่วยวัดทางบัญชี พร้อมตั้งทีมพิเศษติดตามพัฒนาการของลิบร้าต่อไปอย่างใกล้ชิด

นายสุพริศร์ สุวรรณิก ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย เขียนบทความผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย ในคอลัมน์บางขุนพรหมชวนคิด โดยระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะยืนยันว่า ‘Libra’ เป็นสกุลเงินใหม่ของโลกอย่างที่เฟซบุ๊กและองค์กรที่จัดตั้งขึ้นกว่า 28 หน่วยงานยักษ์ใหญ่ต้องการ ด้วยคุณสมบัติที่สำคัญของเงินตราที่จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วย 3 ประการ

1) การเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ซึ่งในเรื่องนี้ ‘ลิบร้า’ จะต้องเป็นที่ยอมรับในวงกว้างเพื่อเป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ และจะต้องสามารถใช้ชำระหนี้ได้จริงตามกฎหมาย โดยภาครัฐในแต่ละประเทศจะต้องประกาศให้ลิบร้าสามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเสียก่อน

2) การเก็บรักษามูลค่า ประเด็นนี้ ลิบร้าจะต้องมีมูลค่าไม่ผันผวนจนเกินไป จึงจะสามารถเก็บรักษามูลค่าหรือความมั่งคั่ง (wealth) ของผู้ถือลิบร้าได้ ซึ่งเรื่องนี้จะวัดได้จากการมีสินทรัพย์หนุนหลัง ที่จะช่วยให้ลิบร้ามีความน่าเชื่อถือและทำให้มีมูลค่ามั่นคงตาม ความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์นั้นๆ

3) การเป็นหน่วยวัดมูลค่า การตั้งราคาสินค้าและบริการจะต้องใช้ลิบร้าเป็นหน่วยวัดมูลค่า เช่น ร้านอาหารพิมพ์เมนูโดยใช้หน่วยลิบร้าเป็นตัววัดมูลค่า (menu cost) คำถามที่ตามมาคือ ลิบร้าจะได้รับความไว้วางใจ จากร้านค้าและผู้บริโภคมากเพียงพอที่จะนำลิบร้ามาเป็นหน่วยวัดมูลค่าโดยตรงหรือไม่?

นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า วัตถุประสงค์สำคัญของการออก ลิบร้า มาเป็นสกุลเงินใหม่ของโลก ไม่ต่างจากการสร้างบิทคอยน์ ที่พัฒนาระบบอยู่ในบล็อกเชน รองรับการใช้งานจากผู้คนกว่าพันล้านคนทั่วโลก แต่จะแตกต่างจากบิทคอยน์ที่มีเงินสำรองจากตะกร้าของสินทรัพย์ในสกุลเงินต่างๆที่มีความเสี่ยงต่ำมาหนุนหลัง ซึ่งจุดนี้ บิทคอยน์ไม่มี

อีกทั้งยังมีการกำกับดูแลโดยหน่วยงานอิสระที่มีชื่อเหมือนกับสกุลเงินตนเองว่า Libra Association ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกถึง 28 หน่วยงานยักษ์ใหญ่ในหลายกลุ่มธุรกิจ (รวมเฟซบุ๊ก) อาทิ การชำระเงิน เทคโนโลยี และองค์กรไม่แสวงหากำไร

ขณะที่ข้อมูลจากงานสัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ “ Libra ก้าวที่กล้าของเฟซบุ๊ก : ก้าวสู่โลกใหม่ไร้พรมแดน” ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า กลต.จะเป็นหน่วยงานที่เปิดรับความคิดเห็นและเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และพร้อมสนับสนุนการพัฒนา การนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาใช้ในกระบวนการตลาดทุน และติดตามความคืบหน้าด้านต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง

โดยนางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า Libra คือสิ่งท้าทายใหม่บนโลกใบนี้ ภาครัฐไม่ควรปิดกั้นหรือหยุดยั้งนวัตกรรม แต่ควรต้องศึกษาและเรียนรู้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาทางบริหารจัดการความเสี่ยงให้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงเชิงระบบ (systematic risk) รวมทั้งเพื่อให้สามารถวางนโยบายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย

ขณะที่ข้อสรุปจากการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ ในมุมของความเสี่ยงและข้อควรระวังสำหรับประชาชนนั้น ระบุว่าหากมีผู้ฉวยโอกาสแอบอ้างหรือชักชวนให้ไปลงทุนในโครงการ Libra มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นการหลอกลวง เนื่องจากประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึง Libra Investment Token ได้ ส่วนลิบร้าที่เป็นคริปโทเคอร์เรนซี(สกุลเงินดิจิทัล)ก็ยังไม่เปิดให้บริการจริงในปัจจุบัน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)