Imperva พร้อมรุกตลาดเอสเอ็มอีและ อีคอมเมิร์ซ ในไทยผ่านคลาวด์

Hits: 41

Imperva มั่นใจคลาวด์เบสในเมืองไทยมีการเติบโตที่ดี พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่ครอบคลุมทั้งเน็ตเวิร์กและการปกป้องดาต้าผ่านคลาวด์ เพื่อเจาะกลุ่มเอสเอ็มอีและ อีคอมเมิร์ซ จากเดิมที่เน้นกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่และภาครัฐ เผยจับมือกับ ETDA ในการเข้ามาร่วมดูแลซีเคียวริตี้ให้กับไทยแลนด์ 4.0

นายเทอร์รี่ เรย์ Chief Technology Officer บริษัท Imperva กล่าวว่า ปัจจุบันภัยคุกคามมาจากภายนอกและภายใน ส่วนใหญ่ภัยคุกคามจากภายในจะประสบความสำเร็จมากกว่า เนื่องจากอาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น การคลิ๊กผ่านเมล์ของผู้บริหารหรือพนักงานในองค์กร ที่อาจจะทำให้มัลแวร์เข้ามาขโมยข้อมูลได้โดยไม่ตั้งใจ

ดังนั้นการป้องกันจากภายนอกจำเป็นต้องวางระบบนอกรั้วบ้านป้องกันการโจมตี เช่นเดียวกับการเติบโตของภัยคุกคามทางด้านข้อมูลก็กำลังเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องมีดาต้าเบสซีเคียวริตี้ที่ดีพอเพื่อตอบสนองกับโลกดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ

Imperva เป็นผู้ให้บริการด้าน security ทั้ง 3 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ endpoint และ network โดยป้องกัน high-value applications และการเข้าถึง data ทั้งทาง physical และ virtual

โดยการผสมผสานรูปแบบของการป้องกันให้เหมาะสมกับการโจมตีรูปแบบใหม่ Imperva data center security สามารถมองเห็นและควบคุมการโจมตี theft และ fraud จากภายในและภายนอกองค์กร ลดความเสี่ยงด้วยมาตรฐาน compliance ระดับโลก

ทั้งนี้กลยุทธ์การทำตลาดของ Imperva จากเดิมจะเน้นการทำตลาดในกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ภาครัฐ แต่ขณะนี้ได้มีบริการคลาวด์เบส ทำให้สามารถให้บริการในกลุ่มลูกค้าขนาดที่เล็กลงมาอย่างเช่นเอสเอ็มอีและธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

โดยจะทำการขายผ่านรีเซลเลอร์ 100% ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ 2 ราย โดยในปีนี้จะยังไม่ทำการเพิ่มจำนวนรีเซลเลอร์แต่จะเพิ่มการสนับสนุนด้านผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น ในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 30% แต่แค่ปีนี้ครึ่งปีแรกโต 50% แล้วเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยการเติบโตมาจากการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลักและมีการลงทุนในหลายด้าน

“เรามีลูกค้าเว็บแอปในไทยมานานและมีลูกค้ารายใหญ่มากกว่า 100 ราย วันนี้เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องดาต้าเบสซีเคียวริตี้มากขึ้น เรามองว่าคลาวด์เบสของธุรกิจในไทยเติบโตอย่างเต็มที่ เน็ตเวิร์กไฟล์วอร์มีความต้องการเพิ่มขึ้นมากและจำเป็น

เช่นเดียวกับการโจมตีเพื่อดึงข้อมูลออกไป แต่เมืองไทยยังคงมีการปกป้องข้อมูลไม่มากนัก ซึ่ง Imperva มีโซลูชันเข้ามาช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ดังนั้นคลาวด์จะเป็นสิ่งแรกที่เราโฟกัสและสามารถตอบสนองให้กับลูกค้า ทำให้ง่ายที่สุด โดยปัจจุบันเรามีลูกค้ามากกว่า 2,600 รายใน 75 ประเทศทั่วโลก ซึ่งใช้ securesphere ในการป้องกันธุรกิจของ Imperva”

นายเทอร์รี่ กล่าวว่า ที่ผ่านมา Imperva ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ ในการช่วยกันผลักดันไทยแลนด์ 4.0

ในส่วนของไซเบอร์ซีเคียวริตี้ทั้งในส่วนของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และธรรมาภิบาลทางอินเทอร์เน็ต (Internet Governance) นอกจากนี้ยังจะช่วยในการผลักดันในเรื่องของการแชร์ริงดาต้าได้อย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกาที่เริ่มมีการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะกันแล้ว”