เปิดตัว ‘เอเวอเรสต์ใหม่’ เปลี่ยนเครื่องยนต์พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีแน่น

Hits: 14

ฟอร์ดเป็นแบรนด์หนึ่งที่อัดออปชันให้กับรถยนต์ที่นำเสนอสู่ตลาดแบบไม่มีกั๊ก และเมื่อเทียบในราคาเท่ากันกับแบรนด์คู่แข่ง ฟอร์ดจะให้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและมากกว่าเสมอ เช่นเดียวกับการเปิดตัวฟอร์ด ‘เอเวอเรสต์ใหม่’ ที่ถอดทั้งเครื่องยนต์ 2.2 และ 3.2 ออกไป พร้อมใส่เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบใหม่ 2.0 ลิตร แบบความแรง 2 ระดับ และที่สำคัญการมาในครั้งนี้นำเสนอตัวแรกสุดในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะได้ใส่เข้ามาเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้า ทำให้รถพีพีวีคันนี้ไม่ต่างไปจากรถยนต์จากแบรนด์หรูกันเลย เริ่มจากภายใน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ทุกรุ่น ได้รับการติดตั้งระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) มาพร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น

และรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้วและกล้องมองหลัง ซึ่งผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียมซึ่งติดตั้งมากับรถ เมื่อออกนอกพื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกด้วย

ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) คือ ระบบ SYNC ที่ได้รับการพัฒนามาขึ้นอีกขั้น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธด้วยระบบ SYNC และต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ส่วนระบบอัจฉริยะภายนอกนั้นมาพร้อมระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ในฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส ผสานระบบเบรกแบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะอื่นๆ รอบตัวรถเพื่อหยุดรถ ช่วยลดการชนท้ายและชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert) กล้องมองหลังขณะถอยจอดและสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า (Rear View Camera and Sensors)

ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)

รวมไปถึงความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย อาทิ ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System)ได้รับการติดตั้งในรถระดับนี้เป็นครั้งแรก จะคอยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง 4 ล้อ และเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลง

ระบบนี้นอกจากจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้น้ำมันแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของยางอีกด้วย ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนฟรีเพียงยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายจะเปิดโดยอัตโนมัติ กุญแจรีโมทอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

เครื่องยนต์ของรุ่นท็อปเป็นดีเซลไบเทอร์โบและระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 500 นิวตันเมตร ส่วนรุ่นรองลงมาจะได้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตรแต่แรงกว่าตัว 2.2 เดิม ให้กำลังสูงสุดถึง 180 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร และระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดเช่นเดียวกัน และที่สำคัญเครื่องใหม่มาพร้อมเกียร์ใหม่ ที่เป็นเกียร์ตัวเดียวกับฟอร์ดมัสแตง

นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน และกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดพีพีวีมีการแข่งขันกันสูง ดังนั้นการเปิดตัวฟอร์ดเอเวอเรสต์ใหม่นี้จะเน้นการขยายฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มต้นด้วยรุ่นเทรนด์ในราคา 1,290,000 บาท แต่มาพร้อมเทคโนโลยีที่อัดแน่นและให้มากกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน

นอกจากนี้ฟอร์ดยังมอบบริการฟรีค่าแรงในการตรวจเช็คตามระยะสูงสุดถึง 5 ปี หรือภายในระยะ 75,000 กิโลเมตร เพียงเข้าตรวจเช็คระยะทุก 15,000 กิโลเมตร หรือทุก 1 ปี เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นอีกด้วย

“ยอดขาย 6 เดือนแรกค่อนข้างนิ่ง เราเชื่อว่าการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จะทำให้ตลาดคึกคักมากขึ้น การตั้งเป้าหมายของเราไม่ได้ตั้งเป็นจำนวนคัน แต่ตั้งเป้าว่าจะทำอย่างไรที่จะเติบโตทางด้านส่วนแบ่งการตลาด เพราะยอดขายจะขยับตามการเติบโตขึ้นไปด้วย

ซึ่งเรามั่นใจว่าจะเพิ่มยอดขายได้ด้วยทั้งตัวผลิตภัณฑ์เองและภาวะเศรษฐกิจที่กำลังดีขึ้น โดยแบงก์ชาติปรับจีดีพีโตกว่าที่คาดไว้เป็น 4% ประกอบกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้น รวมไปถึงรถคันแรกก็หมดแล้ว ถึงเวลาเปลี่ยนรถ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวผลักดันที่ดี”

ทั้งนี้นอกจากการเพิ่มในส่วนของการรับประกันแล้ว ฟอร์ดยังได้ปรับปรุงบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้าเมื่อมีปัญหาด้านผลิตภัณฑ์สามารถเดินเข้าไปที่ดีลเลอร์ได้ทันที หรือจะติดต่อที่คอลเซ็นเตอร์เพื่อช่วยแก้ปัญหาได้

นอกจากนี้ยังได้ทำการขยายเครือข่ายดีลเลอร์อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีศูนย์บริการทั้งหมด 145 แห่งและปลายปีจะเพิ่มเป็น 155 แห่ง มีความรวดเร็วในการรับบริการและให้บริการ 7 วันต่อสัปดาห์

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ที่ผลิตจากโรงแรมเอเอที ยังได้ส่งออกไปยัง ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และพร้อมเปิดรับจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ และพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ วางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น เริ่มต้นที่รุ่นเทรนด์ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นราคา 1,299,000 บาท จนถึงเรื่องรุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,799,000 บาท