ซิตี้แบงก์เผยข้อมูลเศรษฐกิจโลก ครึ่งปี 61 คาดเศรษฐกิจขยายตัว 3.4%

ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทยเผยผลการวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2561 คาดว่าจะมีการขยายตัว 3.4% ซึ่งสูงสุดในรอบ 8 ปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนอย่างการเพิ่มขึ้นของมาตรการกระตุ้นทางการเงินของสหรัฐอเมริกา

และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ รวมถึงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะเป็นบวกในทุกภูมิภาคหลัก ส่วนเศรษฐกิจไทยว่าจะขยายตัว 4.2% มีระดับอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 1.4%

นายดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับในครึ่งปีหลังภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลกจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากหลากหลายปัจจัยที่สนับสนุน

อาทิ อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นทั่วโลก การปฏิรูปภาษีในสหรัฐอเมริกา การประเมินมูลค่าราคาของตลาดเกิดใหม่ที่ยังคงถูกกว่าตลาดอื่นๆ และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของตลาดเกิดใหม่

ในด้านของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาที่เหลือของปี 2561 และยังคาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนในค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯจะแข็งค่าขึ้นในระยะสั้น แต่จะอ่อนค่าลงต่อไปในระยะปานกลางถึงระยะยาว เนื่องจากการขาดดุลที่เพิ่มขึ้นและความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศจีนและโซนยุโรป

ในทางกลับกันมองว่าค่าเงินยูโรจะแข็งค่าขึ้นในระยะปานกลาง เนื่องจากเศรษฐกิจมีการเติบโตขึ้นและมีการไหลเข้าของเงินลงทุน และมีมุมมองบวกกับค่าเงินบาทไทย และค่าเงินวอนเกาหลี

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ มาตรการป้องกันทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงด้านการเมืองในแต่ละภูมิภาค สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนและความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับประเทศคู่ค้า ที่ยังคงมีอยู่ในครึ่งปีหลัง 2561

อย่างไรก็ตามแม้ว่าสถานการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะช้าลงในช่วงต้นปีที่ผ่านมาแต่ “ซิตี้” ยังคงเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจโลกปี 2561จะยังคงมีการขยายตัว 3.4% ซึ่งสูงสุดในรอบ 8 ปี และคาดว่าว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกจะคงที่ ที่ 2.4%

สำหรับการลงทุนนักวิเคราะห์ซิตี้แนะนำให้กระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลายภูมิภาค โดยให้น้ำหนักการลงทุนไปที่ภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ ยุโรป และประเทศญี่ปุ่น โดยกลุ่มหุ้นวัฏจักรที่มีมุมมองบวก

ได้แก่ กลุ่มพลังงาน กลุ่มการเงิน และกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังแนะนำการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative investment) และกองทุนรวมผสม (Multi-Asset) เพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ

ด้านตราสารหนี้ ซิตี้ให้น้ำหนักการลงทุนไปในตราสารหนี้เอกชนสหรัฐที่จัดอยู่ในระดับน่าลงทุน (US Investment Grade) และ ตราสารหนี้ไฮยิลด์สหรัฐฯที่ให้ผลตอบแทนสูง (High-Yield Bond)

“สำหรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4.2% ในปี 2561 และ ปี 2562 โดยมีปัจจัยหลักที่สนับสนุน ได้แก่ การลงทุนและการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้นจากภาคสาธารณะและภาคเอกชน รวมถึงธุรกิจส่งออกของประเทศไทยที่มีการเติบโตสูงกว่าที่คาดการณ์

ถึงอย่างไรก็ตาม ซิตี้ยังคงมองถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากความกังวลทางการค้าและกฎหมายการใช้จ่ายของภาครัฐที่เข้มงวดขึ้น

ด้านระดับอัตราเงินเฟ้อในปี 2561 มองว่าโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1.4% และจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.8% ในปี 2562 ด้านค่าเงินบาทไทยยังคงมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นในปี 2561นี้”

นายชัยเกษม วัฒนศิริพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบริหารช่องทางจัดจำหน่าย บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แมนูไลฟ์ ได้ร่วมกับ ซิตี้แบงก์ เปิดตัว กองทุนแมนูไลฟ์ ซีรีย์ก้าวไปด้วยกัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจ

และสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนในปัจจุบันได้ โดยกลุ่มกองทุนนี้ประกอบด้วย 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ก้าวหน้า (MN-STABLE) กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ก้าวไกล (MN-BALANCE) และกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ก้าวกระโดด (MN-DYNAMIC)

ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำของโลกที่มีความชำนาญและหน้าเชื่อถือ ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวมีจุดเด่นคือเป็นกองทุนที่มีการปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะของตลาด ให้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนในตลาดน้อยที่สุด

และสามารถกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ได้หลายประเภท เพื่อในลดความเสี่ยงจากการลงทุน ซึ่งมีความเหมาะสมกับการลงทุนในปัจจุบันโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้