ตะลุยศูนย์ Lumada อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง

ฮิตาชิ พาชมศูนย์ไอโอที ที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงความร่วมมือที่จะผลักดันให้ประเทศไทย ก้าวเข้าสู่ ‘ไทยแลนด์ 4.0’ ในพื้นที่ EEC ภายใต้ชื่อ ‘ Lumada ‘​ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับแพลตฟอร์มไอโอทีแบบ Open Platform​ แหล่งเรียนรู้การทำงานของระบบอัจฉริยะแห่งอนาคต

นายสมศักดิ์ กาญจนาคาร ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ​และการสื่อสาร บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย)​ กล่าวว่า ศูนย์ ลูมาด้า (Lumada)​แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาเรียนรู้และนำความรู้ด้านเทคโนโลยีของฮิตาชิกลับไป

ซึ่งชื่อของ Lumada มาจากการผสมคำว่า  illuminated และ Data เข้าด้วยกัน โดยยึดหลักการใช้ข้อมูลเครื่องจักร ข้อมูลผู้ทำงานเองจากอุปกรณ์ไอโอที แล้วนำมาวิเคราะห์​ผ่านแพลตฟอร์ม​ลูมาด้า เพื่อออกมาเป็นข้อมูลธุรกิจให้ลูกค้า

โดยมีประสบการณ์​ในการใช้งานในหลายพื้นที่ทั่วโลก อาทิ โรงงานในเมืองซูโจว ที่ใช้แพลตฟอร์ม Auto Components Manufacturer A ในการจัดการ จนช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดเวลาที่สูญเสีย​ไปโดยเปล่าประโยชน์​

ด้วยรูปแบบการรายงานที่ละเอียด จากกระบวนการของ ลูมาด้า ทำให้ผู้บริหาร ตลแดจนผู้บฏิบัติการ​สามาระทำงานได้อย่างเข้าใจและใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่มีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Lumada
นายอากิฮิโร โอฮาชิ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ​และการสื่อสาร บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย)​

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจ คือโรงงานโอมิกะ ซึ่งเป็นโรงงานของฮิตาชิเอง ก็ใช้งานระบบแพลตฟอร์ม โดย​ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บเข้าสู่ระบบ ทั้งรายละเอียด ภาพและเสียงแถมมาพร้อมคู่มือการทำงานด้วยรูปแบบ 3มิติ

สามารถเปิดดูได้จากหน้าแดชบอร์ดของระบบที่เชื่อมต่อได้ทั้งแบบคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์ภายใน และสังเกตการเพื่อวิเคราะห์​ปัญหาจากหน้าแดชบอร์ดของระบบได้อย่างละเอียด ผ่านกล้องความละเอียดสูง

ด้วยกล้อง 360 องศาความละเอียดสูงนี้ จะสามารถเก็บข้อมูลๆด้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง เพื่อตรวจสอบการทำงานที่ถูกต้องของระบบและพนักงงานได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้​ยังมีระบบ MMMS ที่ใช้ระบบ  AR ผ่านการส่องด้วยไอแพดและแว่นเอิาร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่เห็นให้ซุปเปอร์ไวเซอร์​ที่อยู่ภายนอก สามารถช่วยตรวจสอบและแนะนำการแก้ไขได้อย่างมืออาชีพ

พันธกิจดันไทยสู่ ‘ไทยแลนด์ 4.0’

วันนี้ฮิตาชิ ต้องการตอบแทนสังคมไทยด้วยแนวคิดของเข้ามาช่วยพัฒนาสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ด้วยเทคโนโลยีของไอโอที ซึ่งปัญหาของลูกค้าจะตอบโจทย์ไม่ได้เลยหากเราไม่สามารถเข้าถึงปัญหาที่แท้จริง

จุดเด่นของฮิตาชิ อยู่ที่ประสบการณ์ของการ​แก้ปัญหาแบบครบวงจรในทั่วโลก ในหลากหลายรูปแบบการผลิตหลา​ยประเภทอุตสาหกรรม​ พร้อมตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ เพื่อวางรูปแบบการช่วยเหลือลูกค้าในหลายๆประเทศ

Lumada

ด้วยทีมวิจัยและพัฒนา​กว่า 2,000 คน พร้อมเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังอีกหลากหลายแพลตฟอร์ม เพื่อให้กลายเป็นแพลตฟอร์ม​ Co-creation ทางด้านนวัตกรรมและความร่วมมือ ในการตอบโจทย์ความท้าทายของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

สำหรับประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2009 ที่ผ่านมา เราได้สร้างรูปแบบความร่วมมือทั้งด้านโอเปอเรชั่นเทคโนโลยี ระบบไอที และระบบการผลิตตลอดจนผลิตภัณฑ์​ที่้เรามีทั้งหมด

ให้เราสามารถช่วยเหลือและผลักดันผู้ประกอบการไทย ตลอดจนการส่งเสริมอุตสาหกรรม​เอสเคิฟที่เป็นเป้าหมาย ตามนโยบายของรัฐบาลประเทศไทย เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่ ‘ไทยแลนด์ 4.0’​ ได้อย่างมั่นคง

โดยแบ่งออกเป็น 3 เฟสหลัก นั่นคือ 1.Smart Factory ในการพัฒนาแนวทางการสร้างเครื่องจักรอัตโนมัติให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเราได้ให้ความรู้ไปแล้วกว่า 136 กลุ่ม และมีออร์เดอร์ด้าน IoT แล้วกว่า 11 ออร์เดอร์

เฟส 2. ขยายเข้าสู่ระบบขนส่ง การพลังงานและระบบความปลอดภัย ซึ่งเริ่มดำเนินการเฟสนี้บ้างแล้ว เพื่อช่วยให้เกิดการนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในด้านพลังงานและการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ​มาก​ยิ่งขึ้น​

และเฟส 3.การสร้างสมาร์ทซิตี้ รัฐบาลและหน่วยงานรัฐให้มีความอัตโนมัติมากขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาตอบโจทย์และแทนที่การทำงาน ภายใต้แพลตฟอร์ม ​Lumada ที่เพิ่งเปิดศูนย์ไปเมิ่อ 17 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา

แนวคิดของลูมาด้า คือการนำข้อมูลขนาดใหญ่เข้ามาวิเคราะห์​ ด้วยแพลตฟอร์ม​ของการเก็บข้อมูลแบบไอโอที พร้อมการวิเคราะห์​ด้วยเอไอ ผ่านโซลูชั่นที่มีของฮิตาชิ จะช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

Lumada

ทั้งนี้ศูนย์ Lumada (ลูมาด้า)​ในประเทศไทย เป็นศูนย์​นวัตกรรมของฮิตาชิ​แห่งที่ 3ของโลกที่อยู่นอกประเทศ​ไทย แต่ตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกของโลกที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่น​

ด้านนายอากิฮิโร โอฮาชิ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ​และการสื่อสาร บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย)​ กล่าวว่า ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจาก ลูมาด้าแพลตฟอร์ม​ สามารถประยุกต์​ใช้งาน​ได้กับทุกอุตสาหกรรม ทั้งภาคการผลิต ซัพพลายเชน การขนส่งและสาธารณสุข​

โดยตัวอย่างของโรงงานโอมิกะในญี่ปุ่น ที่เป็นโรงงานผลิตระบบควบคุม ทั้งพลังงาน ไฟฟ้า น้ำ และโครงสร้างการควบคุมต่างๆ แต่เนื่องจากระบบมีเป็นพันๆระบบและผลิตจำนวนไม่เยอะในแต่ละระบบ ทำให้เกิดความซับซ้อนขึ้นมากมาย

แต่เราต้องมีระบบในการเก็บข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้น ฮิตาชิจึงใช้ ลูมาด้า ในการเก็บและจัดการโรงงาน ทำให้ช่วยลดเวลาการทำงานลงได้ครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในโรงงานต่างๆของฮิตาชิ​เองในประเทศญี่ปุ่นจากโมเดลที่เกิดขึ้น

โมเดลของโรงงานโอมิกะ จะใช้เครื่อง Factory Simulator ในการจำลองกระบวนการผลิต และใข้เครื่องมอนิเตอร์ริ่งเพื่อตรวจสอบการทำงานตามแผนการผลิตที่วางไว้

อีกทั้งยังมี KAIZEN มาสนับสนุนการตรวจสอบการทำงานของแต่ละแผนกผ่านระบบ ท้ายที่สุดก็จะทำข้อมูลทั้งหมดกลับมาสู่การออกแบบเพื่อให้ตรงความต้องการและแก้ปัญหาทั้งหมดที้เกิดขึ้นด้วย Modular Design

หัวใจของการทำงานแบบ KAIZEN ซึ่งจะเป็นระบบตรวจสอบความไม่มีประสิทธิภาพ ด้วยการเก็บข้อมูลทั้งระบบ แล้วนำมาวิเคราะห์​ความสูญเสียเวลาที่ไม่จำเป็น โดยเราสามารถดึงข้อมูลออกมาดูได้ว่าเกิดปัญหาจากอะไร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเมื่อนำมาแก้ไขแล้ว จะทำให้ลดเวลาในการทำงานที่ไม่จำเป็นลงได้ราวครึ่งหนึ่ง

ในขั้นตอนของห้องจำลองไอโอทีในศูนย์​ของประเทศไทย จะเป็นการจำลองการสร้างปุ่มกดลิฟท์ โดยนำระบบ Lumada บนพื้นฐานการตรวจสอบด้วย  KAIZEN ​เข้ามาตรงกลาง เพื่อยกตัวอย่างการตรวจสอบพนักงานที่ต้องทำไวลิ่ง(งานสาย)​ ซึ่งจะต้องเชื่อมสาย และปิดแบนเพื่อส่งต่อให้ระบบเทสต์ทำงานต่อไป

ระบบ KAIZEN​ จะแสดงขั้้นตอนของเวลาอย่างละเอียด และแสดงขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุด แยกออกมาเป็นแต่ละแผนกที่ชัดเจน อีกทั้งยังสามารถดูข้อมูลได้จากวิดีโอที่ตำแหน่งนั้นๆได้ทัน ผ่านการกดเข้าไปที่เมนูบริเวณเดียวกัน ทำให้ฝ่ายควบคุมสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่พร้อมเพรียง หรือปัญหาอื่นๆได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นจากเรื่องง่ายๆ ที่เมื่อนำ KAIZEN​เข้าไปช่วยจับข้อมูลแล้ว สามารถช่วยลดเวลาของการทำงานจาก 60 วินาที เหลือเพียง 37 วินาทีเท่านั้น โดยก่อนที่จะนำระบบเข้าไป อาจจะมีการทำ KAIZEN​ เพียงแค่เดือนละหนเท่านั้น แต่ระบบล ูมาด้า สามารถช่วยให้ตรวจสอบระบบ KAIZEN​ ได้แบบถี่มากขึ้น อาจจะเป็นแบบรายสัปดาห์ก็สามารถทำได้

การที่เราใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา ด้วยวิธีการแบบเดิมๆที่ต้องใช้เวลาหาข้อมูลเป็นเดือน ทำให้ข้อเท็จจริงผิดเพี้ยน และไม่สามารถแก้ปัญหาที่ตรงจุดได้ การนำระบบลูมาด้ามาใช้ ทำให้สามารถทำการตรวจเช็กแบบ  KAIZEN​ รายสัปดาห์​ได้เลย ซึ่งโรงงานฮิตาชิในประเทศไทยก็ปรับมาใช้ลูมาด้าแล้วเช่นกัน

อีกทั้งโรงงานของฮิตาชิและของลูกค้าในประเทศไทย ที่เลือกใช้ ลูมาด้า ก็สามารถปรับปรุงด้วยเทคนิค  KAIZEN​ นี้ได้อย่างสะดวกมากขึ้น​ ทำให้สามารถแก้ปัญหาและเกิดประสิทธิผลที่ดียิ่งขึ้น รู้จุดบกพร่องหรือปัญหาที่แท้จริง ทำให้แก้ไขได้ตรงจุด และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ความพร้อมของโรงงานสู่สมาร์ทแฟค

ปัญหาของการที่โรงงานยังไม่เริ่มต้นทำระบบไอโอที เกิดจากปัญหาค่าใช้จ่าย และความเข้าใจของการใช้งานไอโอที ซึ่งที่จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากระบบใหญ่ แต่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆที่เห็นว่าเป็นปัญหา เพื่อทำการแปลงข้อมูลจากอนาล็อกเข้าสู่ระบบดิจิทัล แล้วเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์ม​ของ IoT เพื่อทำการวิเคราะห์​แนวทางการแก้ไขต่อไป

โดยงบประมาณในการทำ เพื่อไม่ก่อให้เกิดต้นทุนที่สูงเกินไป ควรเริ่มจากการจุดที่สำคัญที่ต้องการดูข้อผิดพลาด แล้ววางกรอบระยะเวลาโครงการราว 2-3ปี และควรเป็นการวางระบบที่สามารถตรวจสอบได้ จะทำให้การเริ่มต้นไอโอทีมีความเป็นไปได้

ซึ่งระยะเวลาการลงทุนจะส่งผลต่ออัตราการรีเทิร์นในอนาคต เนื่องจากเป็นการลงทุนในระบบเฝ้าระวังและแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ทำให้อัตราความคุ้มทุนตลอดจนงบประมาณในการลงทุนจะสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

ในส่วนของการออกแบบระบบและติดตั้งนั้น จะเริ่มตั้งแต่ระยะเวลาในการวิเคราะห์​รูปแบบปัญหาลูกค้า การนำลูมาด้าเข้าไปใช้ประโยชน์ ออกแบบและวางระบบที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งจะใช้ระยะเวลาทั้งหมดราว 6 เดือน และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโซลูชั่นได้อย่างต่อเนื่อง

ยกตัวอย่างโรงงานของฮิตาชิเอง ใช้เวลาติดตั้ง 4เดือน และใช้เวลาอีก 2 เดือนเพื่อปรับระบบให้เข้ากับการทำงาน หลังจากนั้นจีงเริ่มการวิเคราะห์​และพัฒนาการทำงาน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันภาพรวมของโรงงานในประเทศไทยเริ่มมีการใช้งานแพลตฟอร์ม​ IIoT ทุกระบบ อยู่ที่ราว 2% เท่านั้น โดยตลาดไอโอทีเพื่อโรงงานอุตสาหกรรม​มีแพลตฟอร์มอยู่หลายราย แต่มีการทำงานสอดคล้อง​กันในหลายส่วนจึงไม่นับเป็นคู่แข่งกันซะทีเดียว

ซึ่งฮิตาชิ มองว่าการเป็นพาร์ทเนอร์และสนับสนุนให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 เป็นสิ่งที่ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะไปถึง การพัฒนาร่วมกันของฮิตาชิและคนไทย จึงเป็นพันธกิจที่มั่นคงของบริษัทต่อไปในอนาคต

ลิง​ค์ที่​เกี่ยวข้อง

ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย)