นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชียและธุรกิจคอนซูเมอร์ เอเชียใต้ เดลล์ เทคโนโลยีส์

เดลล์ เผยความสำเร็จ ‘ทรานฟอร์เมชัน’ ดันยอดโต 14%

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 14% ชี้ปัจจัยความสำเร็จเกิดจากความชัดเจนของเดลล์กับยุทธศาสตร์ทรานฟอร์เมชัน และการนำผลิตภัณฑ์และบริการจากบริษัทในกลุ่ม 7 บริษัท มานำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์และตรงใจลูกค้า

พร้อมประยุกต์ใช้แนวคิดยูนิไฟน์เวิร์กสเปซ ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทในเครือ ผนวกรวมกับโซลูชันที่เป็นเดลล์โดยเฉพาะ ทำให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ตอบรับกับการทำงานที่ยืดหยุ่นพร้อมให้ใช้งาน และเปิดตัวโน้ตบุ๊กที่มาพร้อมคุณสมบัติตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่

นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชียและธุรกิจคอนซูเมอร์ เอเชียใต้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาเดลล์ประสบความสำเร็จในหลายด้านไม่ว่าจะเป็น

1.การทรานฟอร์เมชัน ช่วยลูกค้าในการเตรียมความพร้อมในการทรานฟอร์มให้สำเร็จ ซึ่งในส่วนตัวของเดลล์ก็ต้องทรานฟอร์มเช่นกัน และเรากำลังจะไปแพลตฟอร์มเอ็นทูเอ็นเพราะมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองได้ ซึ่งเดลล์เทคโนโลยีเป็นชื่ออย่างเป็นทางการ เพื่อความเป็นแพลตฟอร์มเดียวกันของทั้ง 7 องค์กรที่อยู่ภายใต้เดลล์

2.เดลล์มีผลประกอบการที่ดี ในปีที่ผ่านมาเดลล์มีรายได้ 91,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้นปีต่อปีอยู่ที่ 14% หรือจะกล่าวได้ว่าในปีที่แล้วมีรายได้เพิ่มถึง 11,000 ล้านเหรียญในปีเดียว โดยกลุ่มไคลแอนด์สร้างรายได้ 43,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 10% เพราะมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไคลแอนด์โซลูชันมากที่สุด เช่นเดียวกับในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาพีซีบิสิเนสเติบโตและมีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับ 1 นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ของเดลล์ยังได้รางวัล 144 รางวัลในงาน CES

“การเติบโตและประสบความสำเร็จดังกล่าว เป็นผลมาจากความชัดเจนของเดลล์กับยุทธศาสตร์ทรานฟอร์เมชัน เดลล์ทำการอินทริเกชันผลิตภัณฑ์และบริษัทในเครือมาเสริมกัน เพื่อนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าแบบเฉพาะด้านได้ รวมทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพวกเขา นอกจากนี้ในส่วนของพาร์ตเนอร์โปรแกรมเดลล์ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน

เช่นเดียวกับการทำงานหลังบ้านที่ทำการพัฒนาให้ทันสมัยและตอบสนองความต้องการของลูกค้าตั้งแต่กลุ่มเอสเอ็มบีถึงพับบลิคเซ็กเตอร์ หรือแม้แต่กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่เดลล์ก็สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด”

นายอโณทัย กล่าวว่า ในส่วนของตลาดพีซีนั้นหลังจากรวมกับอีเอ็มซีแล้วเดลล์ก็ขยับมาเป็นผู้นำทางด้านเซิร์ฟเวอร์และสตอเรจ เป็นโซลูชัน เราเน้นเรื่องการทำทรานฟอร์เมชัน ปฏิรูปการทำงานของเรา เรามีโซลูชัน ยูนิไฟน์เวิร์กสเปซเป็นโซลูชันปฏิวัติการทำงานของคนทำงาน นำเสนอการทำงานในอนาคต

เพื่อตอบโจทย์ Generation Z ที่มีมุมมองที่แตกต่างกัน ชอบความยืดหยุ่นสูง มีการทำงานร่วมกัน สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ เมื่อไรก็ได้ องค์กรจึงจำเป็นต้องมีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมกับเขา รวมถึงอุปกรณ์ที่ตรงกับความต้องการของเขา และที่สำคัญต้องมีความปลอดภัย

โดยการนำเสนอยูนิไฟน์เวิร์กเสปซนั้นจะเป็นการนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทในเครือมานำเสนอโซลูชันที่เป็นยูนีคให้แก่ลูกค้าแต่ละราย มีความสมบูรณ์และตอบรับกับการทำงานที่ยืดหยุ่นพร้อมให้ใช้งาน สามารถบริหารจัดการจำนวนโน้ตบุ๊กได้หลายเครื่องด้วยการควบคุมผ่านซอฟต์แวร์ของวีเอ็มแวร์ในการบริหารจัดการและซัพพอร์ต ภายใต้ความปลอดภัย เน้นการทำงานแบบออโตเมชันเพื่อให้องค์ธุรกิจนำเวลาไปคิดกลยุทธ์ในด้านอื่น

“สำหรับตลาดในเมืองไทยในปีที่ผ่านมาเดลล์ก็มีผลประกอบการที่ดีเช่นกัน โดยในกลุ่มของเซิร์ฟเวอร์มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 28% สตอเรจเติบโต 10% ตลาดภาครัฐดีมาตลอดตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมถึงภาคผลิต กลุ่มเทคโนโลยี เช่นเดียวกับกลุ่มธนาคารมีการลงทุนมากขึ้น เพราะการเงินการธนาคารทำทรานฟอร์เมชันก่อนกลุ่มอื่น

ส่วนในปีนี้คาดว่าตลาดความปลอดภัยก็จะไปได้ดีเนื่องจาก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จะช่วยให้ลูกค้ามองเรื่องความปลอดภัยในด้านต่างๆ มากขึ้น ส่วนตลาดคอนซูเมอร์ก็มีอัตราการเติบโตเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดตั้งแต่ราคา 20,000 ขึ้นไป รวมถึงตลาดเกม”

ล่าสุด เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัว โมบายพีซีสำหรับธุรกิจสายผลิตภัณฑ์โมบายพีซี Dell Latitude ใหม่ กับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้นให้ประสิทธิภาพการทำงานได้ยาวนานขึ้น มาพร้อมระบบ sign-in เน็กซ์เจนแบบไบโอเมตริก พร้อมทางเลือกการรักษาความปลอดภัยแบบหลายแฟกเตอร์ ตอบโจทย์คนทำงาน 80 เปอร์เซ็นต์ ที่เชื่อว่าฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยแบบบิวด์-อิน ช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลองค์กรได้ดี

การสำรวจล่าสุดของ Ispos ที่จัดทำขึ้นในนามเดลล์ พบว่าผู้ใหญ่ที่ทำงานเต็มเวลามองว่าฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยที่บิวด์-อินมากับตัวเครื่องเป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อพีซีโดยในความเป็นจริง เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าการมีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยที่ฝังมากับตัวพีซีที่ใช้ทำงานช่วยให้ข้อมูลของบริษัทมีความปลอดภัย

ดังนั้นเดลล์จึงได้เพิ่มเลเยอร์ใหม่ที่เป็นระบบรักษาความปลอดภัยในระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซที่ช่วยลดความยุ่งยากของผู้ใช้ในการจำพาสเวิร์ด และช่วยให้ sign-on เข้าใช้งานได้รวดเร็วและปลอดภัย เช่นเดียวกับ Latitude รุ่นใหม่ๆ หลายรุ่นปัจจุบันมีระบบอ่านลายนิ้วมือฝังมากับปุ่มพาวเวอร์ และกล้องวงจรปิดอินฟาเรด (IR Camera) ที่สามารถใช้ร่วมกับ Windows Hello ในการล็อกอินเพื่อยืนยันตัวตนทางไบโอเมตริกได้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ซึ่งหลายๆ ระบบยังสามารถติดตั้งใช้งานร่วมกับ Dell SafeScreen, Camera Privacy Shutters ใหม่ และ FIPS 201 contacted Smart Card Reader หรือ contactless Smart Card Reader พร้อม SafeID เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้

นอกจากนี้โน้ตบุ๊กยังรองรับการใช้ SafeBIOS utility ของเดลล์ที่มีการเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเพิ่มความสามารถในการมองเห็นการเปลี่ยน BIOS ด้วยการตรวจสอบการทำงานของเฟิร์มแวร์บนคลาวด์ไห้มีความปลอดภัย

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เดลล์ ประเทศไทย