จิบกาแฟใส่ไนโตรเจนเสิร์ฟสดที่ Starbucks Reserve Bar

Hits: 28

การขยับตัวแต่ละครั้งของกาแฟแบรนด์หรูอย่างสตาร์บัคส์คอฟฟี่ในเมืองไทย มักจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับคอกาแฟอยู่เสมอ เช่นเดียวกับที่ล่าสุดได้ทำการฉลองครบรอบ 20 ปีในเมืองไทยด้วยการเปิดตัวสาขาใหม่ล่าสุดและใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1

ภายใต้ชื่อ สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ บาร์ (Starbucks Reserve Bar) จุดเด่นตรงที่มีเคาน์เตอร์ สตาร์บัคส์ ดราฟท์ (Starbucks DRAFT) ที่จะเสิร์ฟเครื่องดื่มเย็นผสานไนโตรเจนเป็นครั้งแรกในเอเชียและเป็นสาขาที่ 2 ของโลก โดยสาขาแรกอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

Reserve Bar แห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งรวมกาแฟคุณภาพเยี่ยมแบบดั้งเดิม และกาแฟหายากจากทั่วทุกมุมโลก และสุดยอดเครื่องชงกาแฟ Black Eagle ที่ผลิตกาแฟที่มีคุณภาพและรสชาติดีที่สุดในทุก ๆ แก้ว

รวมทั้งเครื่องชงแบบต่างๆ เช่น Siphon, Chemex และ Pour-Over แล้ว ยังมีสตาร์บัคส์ ดราฟท์ ซึ่งเป็นการผสานเครื่องดื่มด้วยไนโตรเจน เสิร์ฟตรงจากแท็ปซึ่งมีให้เลือก 4 แบบ คือ แท็ปโคลด์ บรูว์, แท็ปไนโตร โคลด์ บรูว์, แท็ปชา และแท็ปนม ให้ลูกค้าได้เลือกสรรตามต้องการ

เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันสตาร์บัคส์มีสาขาทั้งหมด 335 สาขาทั่วประเทศ จากจุดเริ่มต้นสาขาแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2541 โดยในปีนี้จะเปิดเพิ่มอีกประมาณ 40 สาขา

และจะเพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่อีกเท่าตัวหรือประมาณ 600 กว่าสาขาในอีก 5 ปีข้างหน้า มีพื้นที่ 760 ตารางเมตร รองรับลูกค้าได้ถึง 230 ที่นั่ง พร้อมห้องเอนกประสงค์ขนาดใหญ่อีก 2 ห้อง เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ

และจากความสำเร็จของ สตาร์บัคส์ ไนโตร โคลด์ บรูว์ กาแฟสกัดเย็นผสานไนโตรเจน สตาร์บัคส์จึงได้นำเสนอนวัตกรรมเครื่องดื่มเย็นแห่งแรกในเอเชียในสาขานี้ โดยทุกเครื่องดื่มที่เสิร์ฟตรงจากแท็ปจะให้เครื่องดื่มเย็นที่มีฟองครีมเนียนละเอียดนุ่มนวล มอบความนุ่มละมุนลิ้น

ทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงรสชาติของเครื่องดื่มนั้นๆ อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องใส่น้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดำ ชา หรือเครื่องดื่มผสมนม อาทิ ไนโตรแฟลทไวท์, ไนโตรคาราเมลมัคคิอาโต, ไนโตรพีชที, ไนโตรกรีนทีลาเต้ ยอดนิยมของลูกค้าชาวไทย และดาร์คคาราเมลโคลด์โฟมไนโตร

Starbucks Reserve Bar

Starbucks Reserve Bar ไม่เพียงแต่จะเป็นสาขาที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเท่านั้น แต่สาขานี้ยังมีการตกแต่งร้านด้วยแรงบันดาลใจจากกาแฟและศิลปะไทยประยุกต์ โดยเพดานที่ประดับตกแต่งเป็นแนวริ้วทองที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวขั้นบันไดภูมิทัศน์ทิวเขาไร่กาแฟ

และยังแสดงถึงความเคารพต่อภูมิประเทศที่ใช้ปลูกกาแฟนั่นเอง โดยแนวริ้วทองบนเพดานจะเชื้อเชิญทุกสายตาไปยังบริเวณกลางร้านซึ่งเป็นที่ตั้งของ สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ บาร์ ที่มีกรุ่นกลิ่นหอมๆ ของกาแฟอยู่ทั่วร้าน ซึ่งคอฟฟี่มาสเตอร์ สวมผ้ากันเปื้อนสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟ

เมื่อลูกค้าเข้ามาถึงบริเวณทางเข้าร้าน ลูกค้าจะพบกับช้อนไม้ตักกาแฟ ประดับอยู่บนผนัง ที่มีการสลักข้อความต่างๆ ที่อธิบายถึงส่วนต่างๆ ของต้นกาแฟ ส่วนกำแพงของห้องประชุมทั้งสองนั้นจะบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของเมล็ดกาแฟจากไร่สู่การเป็นกาแฟหอมกรุ่นพร้อมเสิร์ฟ ผ่านงานศิลปะป่านทอ เครื่องลายครามที่วาดลวดลายด้วยมือ และการแกะสลักไม้จากพื้นจรดเพดาน

โดยใช้งานศิลปะหลากหลายชิ้นมาประดับตกแต่งทั่วทั้งร้าน ด้วยผลงานของศิลปินชาวไทย ศิลปินสตรีทอาร์ตอย่าง รักกิจ ควรหาเวช ก็ได้ร่วมแสดงผลงานชิ้นที่โดดเด่น สื่อให้เห็นถึงภูมิภาคต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการปลูกกาแฟ ผ่านภาพวาดสัตว์ป่าประจำชาติ

ได้แก่ เสือโคร่งสุมาตรา ช้างเคนย่า และนกควซซอล แห่งกัวเตมาลา นอกจากนี้ ไอริณ อาริยะธนาพร และทีมงานได้ร่วมสร้างสรรค์จิตรกรรมบนกำแพงของร้าน ผ่านสีสันความเขียวสดของใบกาแฟกับลวดลายดอกไม้ไทยสวยสะดุดตาเคียงคู่กับเครื่องเก็บเมล็ดกาแฟ

Starbucks Reserve Bar

สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) มีร้านตั้งอยู่ทั่วประเทศกว่า 335 สาขา ซึ่ง Starbucks Reserve Barนับเป็นสาขาที่ 334 โดยจำนวนสาขาแบ่งเป็นในศูนย์การค้า 60% และอีก 40% เป็นโมเดลอื่นๆ อาทิ รีเสิร์ฟ, ไดร์ฟทรู 24 สาขา, 24 ชั่วโมง 15 สาขา

และเปิดในรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที 2 สาขาที่เพชรบุรีและสุขุมวิท นอกจากนี้ยังมีสาขาที่ร่วมมือกับพันธมิตรอย่างอาฟเตอร์ยูเพื่อวางจำหน่ายสินค้าร่วมกันอีก 8 สาขา ปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์มากกว่า 4,000 ราย

“ลูกค้าของสตาร์บัคส์เฉลี่ยบริโภค 8 แก้วต่อคนต่อเดือน โดยมีค่าเฉลี่ย 220 บาทต่อคนต่อครั้ง ขายกาแฟเฉลี่ย 3.5 ล้านแก้วต่อเดือน แบ่งเป็นเครื่องดื่มกาแฟ 80% และอื่น 20% มีลูกค้าสตาร์บัคส์รีวอร์ดประมาณ 1.3 ล้านราย โดยมีอัตราการเติบโตของธุรกิจในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 20% ส่วนในปีนี้คาดว่าจะเติบโตในสัดส่วนที่เท่ากันคือ 20%”