Sea Limited ระดมทุนเพิ่มจากหุ้นแปลงสภาพ 575 ล้านเหรียญสหรัฐ

Sea Limited (ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: SE) (“Sea” หรือ “บริษัท”) ได้แถลงถึงความสำเร็จครั้งล่าสุดในการระดมทุนเพิ่มจากการเสนอขายหุ้นแปลงสภาพ (Convertible Notes) มูลค่ารวม 575 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งเป้าขยายธุรกิจ พร้อมดันให้อีคอมเมิร์ซช้อปปี้เติบโตในทุกภูมิภาค

นายฟอเรสต์ ลี ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทในกลุ่ม Sea กล่าวว่า “ด้วยเงินทุนที่ได้มาในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของบริษัท ซึ่งในขณะนี้ถือได้ว่าเรามีความพร้อมอย่างมากในการที่จะดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจอีคอมเมิรซ์ที่เราให้ความสำคัญ และกำลังเติบโตจนเป็นผู้นำในภูมิภาคอยู่ในขณะนี้”

“การที่เราได้รับความสนใจอย่างมากมายต่อการระดมทุนในครั้งนี้ เป็นตัวชี้ให้เห็นว่านักลงทุนระดับโลกให้ความสนใจในบริษัท Sea ที่มีลักษณะธุรกิจอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีส่วนสำคัญในการผลักดันการเติบโตของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้”

เราเชื่อว่าการเสนอขายหุ้นแปลงสภาพในครั้งนี้เป็นการเพิ่มทุนที่มีประสิทธิภาพในด้านต้นทุนสำหรับนักลงทุนระดับโลกที่มีความต้องการลงทุนในภูมิภาคนี้ เรารู้สึกยินดีที่การเพิ่มทุนครั้งนี้นับเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับนักลงทุนเดิมที่มีอยู่หลายราย”

“รวมทั้งพันธมิตรและนักลงทุนรายใหม่ๆ ที่เล็งเห็นถึงความเป็นผู้นำในตลาดของบริษัท Sea และจะมาร่วมแบ่งปันความน่าตื่นเต้นในศักยภาพของภูมิภาคนี้ไปกับเรา”

ทั้งนี้ Sea ได้วางแผนที่จะนำเงินทุนที่ได้รับในครั้งนี้เพื่อขยายธุรกิจ และใช้ในการบริหารระดับองค์กร รวมไปถึงผลักดันและขยายการเติบโตของช้อปปี้ ซึ่งเป็นธุรกิจอีคอมเมิรซ์ของบริษัทในทุกภูมิภาค

นายลี กล่าวต่อว่า “Shopee มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินกว่าเป้าหมายเดิมที่เราได้ตั้งไว้อย่างสูง และกำลังได้รับประโยชน์จากการพัฒนาความมีประสิทธิภาพด้านการจัดการต้นทุนไปพร้อมๆกับการเติบโตของธุรกิจ

เรามีความตั้งใจที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่องในการขยายความเป็นผู้นำของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และนำเสนอบริการที่มีนวัตกรรมใหม่ๆซึ่งรับรองได้ว่าผู้ใช้บริการของ Shopee ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในทุกประเทศในภูมิภาคนี้จะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดบน Shopee”

การเติบโตอย่างรวดเร็วและการพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนของ Shopee

Shopee มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมาและในไตรมาสแรกของปี 2561 มีการรายงานถึงยอดขายสินค้ารวม (Gross Merchandize Value “GMV”) อยู่ที่ 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 199.5 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2560

ซึ่งบริษัทได้มีการปรับเพิ่มตัวเลขการคาดการณ์ของ GMV ตลอดทั้งปี 2561 ไว้ที่ 8.2 – 8.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 99.4 – 111.5 เปอร์เซนต์ ก่อนหน้านี้ Sea ได้มีการคาดการณ์ว่า GMV จะอยู่ที่ 7.5 – 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนในการเติบโต 82.4 – 94.5 เปอร์เซนต์เท่านั้น

นอกจากนี้ Shopee ยังได้รับประโยชน์จากการพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนซึ่งมีผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจ และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและการทำการตลาดของ Shopee ที่ลดลงในไตรมาสแรกของปี 2561 ซึ่งลดลงทั้งในแง่เม็ดเงินและสัดส่วนต่อ GMV เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2560

ซึ่งในไตรมาสแรกของปี 2561 Shopee มีค่าใช้จ่ายด้านการขายและการทำการตลาดอยู่ที่ 6.6 เปอร์เซนต์ของ GMV เมื่อเทียบกับ 8.5 เปอร์เซนต์ของ GMV ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2560

ในไตรมาสที่ผ่านมา Shopee ยังได้มีการแนะนำบริการใหม่ๆให้กับผู้ขายของบน Shopee ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่ากับการให้บริการ รวมทั้งยังเสริมสร้างพัฒนาประสบการณ์ในการใช้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee ที่ถือได้ว่ามีการเติบโตในด้านผู้ใช้งานที่เป็นผู้ขายอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาค บริการที่กล่าวมานี้รวมถึง “Service by Shopee”

ซึ่งมีหลายตัวเลือกให้ทางผู้ขายได้รับบริการที่อำนวยความสะดวก เช่น บริการด้านการจัดการคลังสินค้า การจัดการร้านค้าออนไลน์ และการเติมเต็มในการให้บริการด้านอื่นๆ รวมไปถึง ‘Shopee Logistics Service’ ซึ่งเป็นการให้บริการที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ขายที่ต้องการความช่วยเหลือเนื่องจากความซับซ้อนในด้านการขนส่ง เช่น การส่งสินค้าข้ามเขตประเทศ เป็นต้น