วิธีป้องกันและพลิกผันโรค NCDs ได้ง่ายๆ ด้วยการปรับไลฟ์สไตล์

Hits: 55

วิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบันกำลังทำร้ายสุขภาพของเราอย่างช้าๆ การใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยความรีบเร่ง ทานอาหารฟาสฟู้ด สูบบุหรี่จัด นั่งทำงานนาน พักผ่อนน้อย อยู่กับความเครียด ไม่ออกกำลังกาย พฤติกรรมในการดำเนินชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพเหล่านี้

ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่อาการของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Disease) เช่น โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของไทย

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย ในแต่ละปีจะมีคนไทยป่วยด้วยโรค NCDs ถึง 14 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 300,000 คน

และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยังพบว่ากลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเกิดกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลง และส่วนใหญ่เสียชีวิตก่อนอายุ 60 ปี

ด้วยเหตุนี้ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านเวชภัณฑ์คุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของไทย จึงร่วมกันจัดประชุมวิชาการ ในหัวข้อ “การดูแลด้านอาหารและโภชนาการเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน”

เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจด้านการแพทย์ทางเลือกสำหรับกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแก่เภสัชกรไทย เพื่อจะได้ให้คำแนะนำบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับการดูแลด้านอาหารและโภชนาการที่ถูกต้อง รวมถึงการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่เหมาะสมเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

นายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์ ศัลยแพทย์หัวใจและผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพญาไท และหัวหน้าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์เวลเนส วีแคร์ เซนเตอร์ (Wellness We care Center) เปิดเผยว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายๆ โรค อาจใช้เวลานานหลายปีกว่าจะเริ่มแสดงอาการ คนที่ไม่มีอาการแสดงของโรคใดๆ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสหรือไม่มีความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

“งานวิจัยทางการแพทย์หลายชิ้นในปัจจุบันพิสูจน์ให้เห็นว่าพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น สูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ทานอาหารฟาสฟู้ดเป็นประจำ ขาดการออกกำลังกาย และมีความเครียดสะสม เป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่อาการของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่พบว่า อาหารที่เราบริโภคเข้าไปในแต่ละวันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร รวมถึงการออกกำลังกาย และการจัดการความเครียดที่ถูกต้อง จะช่วยป้องกันและพลิกฟื้นอาการจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้เทียบเท่าหรือดีกว่าการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์”

ด้วยเหตุนี้ ปัจจุบัน วงการแพทย์จึงได้รับเอาแนวคิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต (Lifestyle Management) มาเป็นส่วนสำคัญในการจัดการและรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบันมากขึ้น

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่ยังคงขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งรวมถึงการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม

“คนส่วนใหญ่พึ่งพาการรักษาด้วยยาและการผ่าตัดมากกว่าการใช้วิธีการทางธรรมชาติในการต่อสู้กับโรค การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารถูกมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่จริงๆ แล้ววิธีทางธรรมชาตินอกจากจะป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแล้ว ยังช่วยรักษาโรคเรื้อรังให้หายขาดได้อีกด้วย

สมาพันธ์โรคหัวใจและสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งประเทศสหรัฐอเมริการะบุถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพว่า ในครึ่งจานอาหารต้องประกอบด้วยเส้นใย โปแตสเซียม แมงกานีส โฟเลต ธาตุเหล็ก วิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งทั้งหมดนี้มาจากอาหารประเภทที่เน้นพืชเป็นหลัก”

กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริก (USDA) ได้แนะนำแนวทางการเลือกรับประทานอาหาร (2015 USDA Dietary Guidelines) เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ดังนี้

อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและควรรับประทานอย่างสม่ำเสมอ ประกอบด้วย ผักผลไม้, ธัญพืชไม่ขัดสี, ถั่วชนิดต่างๆ รวมถึงถั่วเปลือกแข็ง และอาหารทะเล โดยเฉพาะเนื้อปลา

อาหารที่ควรรับประทานแต่พอควร ได้แก่ นมไร้ไขมัน กาแฟดำ (ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 3-5 แก้ว) และแอลกอฮอล์ (ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว)

อาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการและควรทานให้น้อยที่สุด ประกอบด้วย อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แหนม, สัตว์เนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว, ธัญพืชขัดสี, น้ำตาล, เกลือ ไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์

นายแพทย์สันต์ แนะนำเพิ่มเติมว่า “อาหารแบบพืชเป็นหลัก (Plant Based Whole Food หรือ PBWF) ซึ่งไม่ผ่านการปรุงแต่ง แปรรูป สกัด และขัดสีก่อนนำมาบริโภค และไม่มีไข่และนมเป็นส่วนประกอบ เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผักใบเขียว ผลไม้ จะช่วยนำสารอาหารหลักที่ให้พลังงานทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันที่ดีเข้าสู่ร่างกาย

โดยไม่ได้เน้นแค่สารอาหารเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการผสมผสานของสารอาหารที่หลากหลายที่เหมาะสมกับร่างกายของคนเรา จึงมีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการมากมายมหาศาลในการป้องกันและผลิกผันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ”

นอกจากการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบพืชเป็นหลักให้มากขึ้น และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง “การออกกำลังกายในระดับที่หนักพอควรเป็นเวลา 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ การขจัดความเครียดด้วยการฝึกสติลดความเครียดทุกวัน วันละ 15 นาที

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการเข้าร่วมกลุ่มเพื่อนเพื่อแลกเปลี่ยนและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนมีสุขภาพดี อายุยืนยาว ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ต้องพึ่งยา การผ่าตัด หรือรักษาตัวในโรงพยาบาล

“ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำได้ง่ายๆ และไม่ได้ใช้เงินมาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเริ่มต้นทำด้วยตัวเองตั้งแต่วันนี้ จึงจะป้องกันและพิชิตโรคได้” นายแพทย์สันต์ กล่าวทิ้งท้าย