มิชลิน ตั้งเป้าปี 2048 ยางที่ผลิต 100% ทั่วโลกต้องรีไซเคิลได้ทั้งหมด

Hits: 38

มิชลินประกาศแผนการณ์แห่งอนาคตระบุชัดเป้าหมายใหญ่ว่าภายในปี ค.ศ. 2048 ยางรถยนต์มิชลินจะผลิตด้วยวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมถึง 80 เปอร์เซ็นต์และยางทุกเส้นจะนำเข้ากระบวนการรีไซเคิลได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ผ่านเวที Movin’On 2018 งานระดมสมองนักอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกซึ่งจัดขึ้นที่ มอนทรีออล แคนาดา

ในปัจจุบัน อัตราการนำยางรถยนต์ทั่วโลกกลับไปใช้ใหม่ได้นั้นอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์และอัตราการรีไซเคิลยางอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ และยางมิชลินในปัจจุบันผลิตด้วยวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 28 เปอร์เซ็นต์ (26 เปอร์เซ็นต์เป็นวัตถุดิบชีวภาพเช่นยางธรรมชาติ น้ำมันดอกทานตะวัน ลิโมนีน ฯลฯ

และอีก 2 เปอร์เซ้นต์เป็นวัตถุดิบรีไซเคิลเช่นเหล็ก หรือผงยางรีไซเคิล) เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนยิ่งกว่า มิชลินได้ทำการลงทุนในเทคโลโลยีรีไซเคิลระดับสูงโดยมีเป้าหมายในการเพิ่มอัตราการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการผลิตเพิ่มเป็น 80 เปอร์เซ็นต์

วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กุญแจสำคัญต่อความสำเร็จในแผนการณ์แห่งอนาคตที่จะเพิ่มปริมาณวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการผลิตยางของมิชลินให้มากขึ้นตามเป้าหมายนั้นก็คือโครงการวิจัยต่าง ๆ ของบริษัที่เกี่ยวกับวัตถุดิบชีวิภาพเช่น Biobutterfly

รวมทั้งความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างมิชลินและพันธมิตรที่มีความสามารถทางเทคโนโลยีในระดับสูงที่กำลังร่วมกันพัฒนาวัตถุดิบใหม่ ๆ ขึ้นมาหลายชนิด

โครงการ Biobutterfly นั้นเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2012 โดยกำหนดให้บริษัท Axens and IFP Energies Nouvelles เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบโพลิเมอร์ความยืดหยุ่นสูงสังเคราะห์ (synthetic elastomers) จากมวลชีวภาพ อาทิ ไม้ ฟาง หรือหัวบีท เป็นต้น

มิชลินกำลังพัฒนาโซลูชั่นส์ใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อนำวัตถุดิบรีไซเคิลและวัตถุดิบที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้มาผนวกในการผลิตให้มากยิ่งขึ้น ไปพร้อม ๆ กับการยึดมั่นในการยกระดับสมรรถนะของยางรถยนต์มิชลินไปด้วยพร้อมกัน

ซึ่งรวมถึงการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลให้ได้ในระดับ 30 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2048 ความมุ่งมั่นนี้ยืนยันได้ด้วยการที่เมื่อไม่นานมานี้ มิชลินได้ทำการเข้าซื้อกิจการของ Lehigh Technologies บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผงยางรีไซเคิลโดยเฉพาะนั่นเอง

Lehigh Technologies เป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยธุรกิจ High Technology Materials Business Unit ของมิชลิน Lehigh นั้นถือได้ว่าเป็นผู้นำตลาดผงยางไมโครไนซ์ (Micronized Rubber Powders – MRP)

ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมชนิดหนึ่งที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านวัตถุดิบได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์โดยที่ไม่ลดทนสมรรถนะของยางในท้องตลาดเลย ด้วยเหตุนี้จึงถือได้ว่า Lehigh มีเทคโนโลยีด้านวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เหนือกว่าคนอื่น ๆ ในท้องตลาดอย่างชัดเจน จนเราเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า “Green for Free”

วัตถุดิบอย่าง MRP นี้จะนำไปใช้แทนที่น้ำมันและวัตถุดิบประเภทยางอื่น ๆ ที่นำมาใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในภาคอุตสาหกรรมและโดยผู้บริโภคทั่วไป อาทิ ยางสมรรถนะสูง พลาสติก สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุเคลือบ สารผนึก วัสดุก่อสร้าง และยางมะตอย เป็นต้น

เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของ Lehigh นั้นจะทำงานใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการใช้งานแต่ละประเภท

Lehigh มีโรงงานผลิต MRP ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่เมืองทัคเกอร์ รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงถึง 54,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอันทันสมัยของ Lehigh ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเดียวกันนี้ยังถือเป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ

ที่ซึ่งมิชลินใช้ทำวิจัยและคิดค้นสูตรการผลิต MRP ที่เหมาะสมร่วมกับลูกค้าแต่ละราย ปัจจุบัน มิชลินมีสินค้ากลุ่มนี้อยู่ด้วยกัน 5 ประเภทคือ PolyDyne™, MicroDyne™, EkoDyne™, Rheopave™ แล Zenoflex™ และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่นส์ใหม่ ๆ ในตลาดหลักต่าง ๆ อีกด้วย

อาทิ Lehigh Spain ในประเทศสเปนคือบริษัทร่วมทุนระหว่างมิชลินกับ Hera Holding ที่ตั้งอยู่ในเมืองบาเซโลน่า และโรงงานแห่งแรกนอกสหรัฐอเมริกาของ Lehigh ที่ตั้งอยู่ที่เมือง เมอร์ริลโล่ เดล ฟรูโต ก็กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงฤดูร้อนปีนี้

Christophe Rahier, Director of the High Technology Materials Business Line ของมิชลิน ได้ให้ความเห็นว่า “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของมิชลินที่จะใช้ความชำนาญด้านวัตถุดิบไฮเทคของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่จำกัดเพียงแค่เรื่องของยางรถยนต์เท่านั้น แต่จะส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรมวัตถุดิบรีไซเคิลจากยางรถยนต์เหล่านี้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกด้วย”

มิชลิน

รีไซเคิล

ข้อมูลจาก World Business Council for Sustainable Development ณ ปี 2018 ประมาณการณ์ว่ามียางที่หมดอายุการใช้งานเกิดขึ้นถึง 1 พันล้านเส้นทั่วโลก ซึ่งมีน้ำหนักรวมกันแล้วประมาณ 25 ล้านตัน ในแต่ละปี 70 เปอร์เซ็นต์ของยางเหล่านี้จะได้รับการบูรณะใหม่เพื่อนำกลับมาใช้ต่อ

ในขณะที่ 50 เปอร์เซ็นต์จะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ซึ่งเมื่อได้วัตถุดิบรีไซเคิลมาแล้วก็จะนำไปใช้ในกระบวนการผลิตบางประเภท เช่นการใช้เป็นวัตถุดิบยางที่นำไปทำพื้นผิวสนามกีฬา ในขณะที่อีก 20 เปอร์เซ็นต์จะนำไปใช้ในการผลิตพลังงาน

หากเปรียบเทียบกัน บรรจุภัณฑ์พลาสติกจำนวน 14 เปอร์เซ็นต์ในท้องตลาดจะได้รับการซ่อมแซมในแต่ละปี (ที่มา: https://newplasticseconomy.org) ในขณะที่ตัวเลขเป้าหมายการรีไซเคิลในอุตสาหกรรมรถยนต์อยู่ที่ 3.5 เปอร์เซนต์

มิชลินกำลังลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลระดับสูงเพื่อที่ว่ายางรถยนต์มิชลินทุกเส้นจะสามารถรีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2048

เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ มิชลินได้เสนอว่าจะพัฒนาสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรและแสวงหาแนวทางใหม่ ๆ ในการรีไซเคิลยางรถยนต์หรือช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ ๆ สำหรับยางรีไซเคิลอีกด้วย

จนส่งผลให้เกิดความร่วมมือกับ Alliapur ในการจัดประกวดความคิดสร้างสรรค์ครั้งสำคัญขึ้นในปี 2017 เพื่อระดมสมองแสวงหาโซลูชั่นส์ใหม่ ๆ ในการนำผงเม็ดยางมาใช้งาน ผู้ชนะการประกวดนี้คือ “Black Pillow” ผู้มาพร้อมไอเดียการสร้างเฟอร์นิเจอร์ที่ปลอดภัยสำหรับคนเมืองที่ผลิตจากผงเม็ดยางนั่นเอง

ผลดีที่จะเกิดขึ้น

หากเป้าหมายทุกอย่างเป็นไปตามแผนการณ์ที่วางเอาไว้ กล่าวคือ ยางมิชลินทั่วโลก 80 เปอร์เซ็นต์ จะผลิตจากวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยางทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์จะนำเข้ากระบวนการรีไซเคิลได้ ความสำเร็จนี้จะส่งผลให้เกิดการประหยัดทรัพยากรได้อย่างมากมายเทียบเท่าต่อไปนี้:

  • น้ำมันถึง 33 ล้านบาเรลต่อปี (เทียบเท่า 16.5 ถังขนาดยักษ์) หรือ 54,000 กิกะวัตต์ชั่วโมง
  • ปริมาณพลังงานที่ใช้ในฝรั่งเศสทั้งประเทศเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม
  • พลังงานที่ใช้ในการเดินทาง 65 พันล้าน กม. โดยรถยนต์ซีดาน (ที่สิ้นเปลืองน้ำมัน 8 ลิตร/100 กม.) ใน 1 ปี
  • พลังงานที่ใช้ไปโดยยานพาหนะทุกคันในยุโรปที่เดินทาง 225 kms (291 ล้าน kms) หรือ 54 kms สำหรับรถยนต์ทั่วโลก (ประมาณ 1.2 พันล้านคัน)

มิชลิน

แนวคิดวิสัยทัศน์

เมื่อปีที่แล้วในงาน Movin’On มิชลินได้เปิดเผยแนวคิดวิสัยทัศน์แห่งนวัตกรรมของตน วัตถุดิบขั้นสูงและเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ จะถูกนำมาใช้เพื่อผลิตและพัฒนาเพิ่มดอกยากให้กับยางเก่า ซึ่งนั่นหมายความว่า ยางทั้งหมดจะสามารถนำมารีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ นวัตกรรมยางรถยนต์เทคโนโลยีใหม่นี้ จะสร้างคุณสมบัติเด่นเหล่านี้ให้กับยาง:

  • ยางไร้ลม ผลิตโดยวัตถุดิบชีวิภาพและรีไซเคิล
  • ระบบนิเวศน์ที่เชื่อมโยงกันภายในยาง ช่วยสื่อสารข้อมูลและคำแนะนำในการขับขี่ไปยังผู้ขับ
  • ดอกยางที่ย่อยสลาดได้ทางชีวภาพ และปลูกใหม่ได้ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ
  • นวัตกรรมที่จะช่วยลดผลกระทบจากรถยนต์ต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมากมาย