DITP จับมือ depa เปิดเวที BIDC 2018 ให้ Digital Startup โชว์กึ๋น

Hits: 23

DITP จับมือ depa จับมือเอกชน 5 สมาคม เปิดมหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ “BIDC 2018” ครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด “Digital Carnival” หนุนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยและเปิดโอกาสให้กลุ่มดิจิทัลสตาร์ทอัพโชว์ความสามารถ มั่นใจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศและต่อยอดเชิงธุรกิจ

พร้อมเปิดเวทีการเจรจาการค้าและลงนามความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมไทยกับญี่ปุ่นและเกาหลี คาดกระตุ้นการสร้างมูลค่าให้กับประเทศในอนาคต มั่นใจเงินสะพัด 900 ล้านบาท

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หรือ DITP กล่าวว่า DITP ได้จัดงาน Bangkok International Digital Content Festival หรือ BIDC 2018 ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

รวมถึงหน่วยงานเอกชน 5 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย สมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย สมาคม Bangkok ACM SIGGRAPH และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟแวร์เกมไทย รวมทั้งบริษัทด้านดิจิทัลคอนเทนต์กว่า 100 บริษัท

“การจัดงานดังกล่าวต้องการแสดงศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยและพัฒนาให้ดิจิทัลคอนเทนต์ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งสอดรับกับแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy ของรัฐบาล

โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) และเป็นสาขาหนึ่งของ Creative Economy ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย เพื่อก้าวไปสู่ Thailand 4.0”

ภายในงานจัดกิจกรรมเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยและต่างชาติจาก ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน และใน CLMV รวม 38 ราย ที่จะเข้าร่วมเจรจาการค้าในงาน อาทิ CCTV ANIMATION เป็นสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ที่มีผู้รับชมมากที่สุดในจีน,

GRAVITY เกมสตูดิโอชั้นนำ ผู้พัฒนาและผลิตเกม Ragnarok จากเกาหลีใต้ และ ASTRO MALAYSIA สถานีโทรทัศน์จากประเทศมาเลเซีย คาดว่าจะเกิดมูลค่าการค้าประมาณ 900 ล้านบาท

นางจันทิรา กล่าวว่า นอกจากนี้ทางสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) ยังได้ลงนามข้อตกลงการร่วมลงทุนระหว่างบริษัท TETERU (เทเทรุ) จากเกาหลีใต้กับบริษัท EEZ Production Studios (อีซ โปรดักชั่น สตูดิโอ)

ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการของภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เพื่อผลิตการ์ตูน 3D แอนิเมชัน เรื่อง TETERU Secret of Teddy Bear Village จำนวน 26 Episodes ภายใต้งบประมาณการผลิตรวมกว่า 2.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 80 ล้านบาท

และยังมีอีกหนึ่งความร่วมมือในการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยกับ Fukuoka creative content association (FCCA) เป็นสมาคมดิจิทัลจากญี่ปุ่น

ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่นที่เป็นศูนย์รวมสตูและ creative ที่มีศักยภาพชั้นนำกว่า 100 สตูโอที่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากรัฐบาลญี่ปุ่น นับเป็นการผนึกความร่วมมือที่จะนำไปสู่การพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก

ด้านนายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa และผู้แทนรัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า Bangkok International Digital Content Festival หรือ BIDC 2018

เป็นกิจกรรมที่ขานรับนโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการพัฒนาและผลิตสินค้าหรือบริการใหม่ๆ จากธุรกิจเดิมให้มีมูลค่ามากขึ้น

ซึ่งอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เป็นหนึ่งในภารกิจของดีป้าในการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มโอกาสให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ คาดว่าในปีนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 26,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่สามารถเติบโตและส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศได้มหาศาล ทั้งนี้การจัดงาน BIDC 2018 เป็นการรวมผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมใหญ่ของประเทศ

และเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังเป็นเวทีที่แสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลกอีกด้วย

นางเขมนรินทร์ รัตนาอัมพวัลย์ รักษาการแทนนายกสมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย และในฐานะผู้แทนภาคอุตสาหกรรมและผู้แทนสมาคมผู้จัดงานฯ กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวเกิดจากการผนึกกำลังของภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางด้านดิจิทัลในภูมิภาคเอเซียและมีเป้าหมายขยายสู่ระดับโลก

รวมถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมดิจิทัลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบทบาทของกลุ่มสมาคมได้ดำเนินการสนับสนุน ช่วยเหลือด้านธุรกิจการค้าและการพัฒนาสินค้าแก่สมาชิก รวมถึงสร้างเครือข่ายทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังเป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการในการเชื่อมโยงทั้งสองส่วน เพื่อให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยเติบโต สอดรับกับนโยบายประเทศที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

อาทิ การผสมผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคต AI ปัญญาประดิษฐ์ AR-VR ความเป็นจริงเสมือน สภาพแวดล้อมเสมือน ตลอดจน Block chain ที่จะมาเป็นนวัตกรรมใหม่ในหลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรม

ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมกรรมด้านการเงิน เกมและการศึกษา Block chine เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการบริหารจัดการระบบและมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น การบริหารหลักสูตร ตั้งแต่เนื้อหา ผู้เรียน การประเมินผล เป็นต้น

ในปีนี้คณะผู้จัดงาน “Bangkok International Digital Content Festival 2018” ยังได้กำหนดทิศทางและแนวคิดของกิจกรรม เพื่อสนับสนุนและส่งเสริม Digital Startup

โดยมุ่งหวังให้กลุ่มสตาร์ทอัพในเชิงดิจิทัลคอนเทนต์ได้แสดงศักยภาพผ่านเวทีรางวัล BIDC Awards 2018 ที่จะเป็นพื้นที่นำเสนอผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์และต่อยอดเชิงธุรกิจในอนาคต

อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เข้าร่วมฟังสัมมนาเพิ่มเติมองค์ความรู้จากวิทยากรระดับโลก พร้อมนำไปประยุกต์กับการพัฒนานวัตกรรมใหม่เป็นการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยที่มีการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เกิดความเข้มแข็ง เพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรมในระดับชาติ