บอร์ดธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ไฟเขียวแนวปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ สวทช.

รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ประธานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เผย ที่ประชุมเห็นชอบแนวนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ สวทช. สอดคล้องตามหลักการของประกาศคณะกรรมการฯ พร้อมเห็นชอบให้ออกใบอนุญาตการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ 3 บริษัท สนับสนุนการทำธุรกรรมออนไลน์

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบแนวนโยบายและ แนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ได้นำเสนอคณะกรรมการฯ

เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 ซึ่งแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว มีความครบถ้วน ชัดเจน สอดคล้องตามหลักการของประกาศคณะกรรมการฯ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์แนวทางการตรวจนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะอนุกรรมการฯ กำหนด

นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาการออกใบอนุญาตตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 โดยมีผู้ประสงค์ขอรับใบอนุญาตจำนวน 3 ราย 4 ใบอนุญาต คือ บริษัท ออล-เวย์ส จำกัด บริษัท เพย์ เอนเทอร์ไพร์ซ จำกัด และบริษัท มีเดีย เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้พิจารณาการขอรับใบอนุญาตการประกอบกิจการของทั้ง 3 บริษัท แล้วเห็นว่า

ผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย ได้ยื่นเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง มีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎหมาย และมีความพร้อมในการให้บริการ รวมทั้ง มีแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศในส่วนเกี่ยวกับการให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้เห็นชอบให้ออกใบอนุญาตการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทบัญชี ค (3) การให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือผ่านทางเครือข่าย ให้กับ 3 บริษัทดังกล่าว พร้อมทั้งให้คณะกรรมการฯ กำหนดเงื่อนไขประกอบการอนุญาตเพิ่มเติม เพื่อให้การปฏิบัติของบริษัทฯ เป็นไปอย่างถูกต้องด้วย

“สำหรับผลการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านมานั้น ได้มีการขับเคลื่อนงานต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ นโยบายสำคัญ เสนอแนะการออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ มาตรการ ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การกำกับดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) การกำกับดูแลธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ การผลักดันมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย และมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งเห็นชอบให้มีการจัดทำผลการศึกษาและวิเคราะห์ความร่วมมือ ผลกระทบที่อาจจะเกิดจากร่างข้อบทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ตลอดจนศึกษา วิเคราะห์ และดำเนินการจัดทำกระบวนการธุรกิจและ Framework กลางของระบบนำร่องเพื่อสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้านการเกษตร

ทั้งนี้นี้ปัจจุบันคณะกรรมการฯ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการภารกิจสำคัญทั้งด้านนโยบาย การบังคับใช้และการกำกับดูแลกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการกระตุ้น/การสร้างความตระหนักเชิงส่งเสริมให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนอีกด้วย” ดร.พิเชฐฯ กล่าว