เอสซีจี ตั้ง AddVentures ดึงสตาร์ทอัพ Post-Seeds ถึง A-Series เสริมแกร่งเทคโนโลยี

SCG ตั้ง AddVentures เวนเจอร์แคปปิตอลที่จะเสริมแกร่งศักยภาพ startup ทั่วโลกหวังพลิกโฉมธุรกิจเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ดีและเร็วยิ่งกว่าให้ลูกค้า ภายใต้นิยาม “You Innovate, We Scale” โดยตั้งเป้าลงทุนกลุ่มสตาร์ทอัพทั่วโลกตั้งแต่ระดับ Post-Seeds ถึงกลุ่มซี่รี่ย์ A ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 5 ล้านบาทในช่วง 2-3 ปีแรก เปิดรับ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก 1.Enterprise 2.Industrial และ 3.B2B

นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง SCG กล่าวว่า เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค Digital ทรานส์ฟอร์เมชั่นที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงทุกคนมีความต้องการหลากหลาย และมีความเป็นปัจเจกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีบทบาทในการที่กลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ

ต้องสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายแก่ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วโลก ที่ผ่านมา SCG จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆเสมอมา แต่ด้วยบริบทของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

SCG จึงได้ตั้งบริษัทในรูปแบบ Corporate Venture Capital หรือ CVC ภายใต้ชื่อ Addventures ขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพได้ลงทุนใน startup ไทยและทั่วโลก ให้ SCG สามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน รวมทั้งยังทำให้ลูกค้าได้ใช้บริการและสินค้าที่ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น ตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพชีวิตให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้การจัดตั้ง แอดเวนเจอร์ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ SCG จะได้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆที่มีศักยภาพสูงร่วมกับกลุ่ม startup ที่มีจุดเด่นในเรื่องสปิริตของ Entrepreneurship และการสร้างอินโนเวชั่นที่ถือเป็น Outside-in innovation จากการมองในมุมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

และเมื่อประกอบกับ speed ในกระบวนการที่เรียกว่า Lean startup รวมทั้งการใช้ Digital Technology จึงทำให้ข้อจำกัดในการทำธุรกิจแบบเดิมเดิมหายไปและทำให้ผลผลิตของสตาร์ทอัพทุกวันนี้มีพลังมหาศาลแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

เราเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกับ startup ที่มีความเชี่ยวชาญในการคิดหนทางแก้ปัญหาที่น่าสนใจให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีความโดดเด่นเฉพาะตัวของ startup แต่ละราย โดยไม่ยึดติดกับวิธีการหรือข้อจำกัดเรื่องเดิมๆจะสามารถสนับสนุนให้พวกเขาขยายธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้ พร้อมทั้งยังช่วยเสริมรากฐานระยะยาวให้เอสซีจีกลายเป็นองค์กรที่มีการนำ Digital มาประยุกต์ใช้เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในอนาคตนายยุทธนากล่าว

ขณะที่การจัดตั้ง แอดเวนเจอร์ อย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน startup ecosystem ของไทยและอาเซียนให้แข็งแกร่ง โดยนำศักยภาพและจุดเด่นต่างๆของ SCG เข้าไปช่วยต่อยอดได้ก่อให้เกิดประโยชน์จากการสร้างความร่วมมือ เพื่อพัฒนาและร่วมธุรกิจในองค์รวมให้ดียิ่งขึ้น

สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมและยกระดับให้เกิด New S-Curve อุตสาหกรรมใหม่ของประเทศด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและนางสรรค์นวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีโลกได้

นายยุทธนากล่าวอีกว่าเพื่อให้การดำเนินงานของ แอดเวนเจอร์ เป็นไปตามเป้าหมายเอสซีจีจึงได้แต่งตั้งผู้บริหารใหม่คือ ดร.จาชชัว แพส ซึ่งมีประสบการณ์คว่ำหวอดในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในต่างประเทศมานับ 10 ปี และมีความชำนาญในหลากหลายแวดวงธุรกิจ ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ แอดเวนเจอร์ ดูแลทิศทางภาพรวมของบริษัท

ทิศทางการสนับสนุน Addventures

ดร.จาชชัว แพส กรรมการผู้จัดการ แอดเวนเจอร์ กล่าวว่าการจัดตั้ง แอดเวนเจอร์ ด้วยวิสัยทัศน์ “You Innovate, We Scale” เพื่อสื่อถึงความเป็นองค์กรที่เปิดกว้างสำหรับความร่วมมือกับ startup ที่ต้องการส่งต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่าเร็วกว่าและคุ้มค่ากว่าให้แก่ลูกค้าหรือผู้บริโภค

โดย Addventures จะไม่ได้สนับสนุนแค่ด้านการเงินให้แก่ startup แต่จะสนับสนุนทั้งองค์ความรู้จากผู้เเชี่ยวชาญในแวดวงต่างๆ เครือข่ายลูกค้าของ SCG ที่มีอยู่ทั่วอาเซียนตลอดจนทรัพยากรอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ startup เหล่านั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนผ่านการทำงานร่วมกันกับ startup อย่างใกล้ชิด

สำหรับการลงทุนในช่วง 3-5 ปีแรกวางงบประมาณในการลงทุนเฉลี่ยครั้งละ 1 ถึง 5 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งการลงทุนออกเป็น 2 กลุ่มหลักได้แก่ 1. การลงทุนใน Digital Technology ในกลุ่มที่เป็น Global Technology อย่างเช่นซิลิคอนวัลเลย์ประเทศสหรัฐอเมริกา, Tel Aviv ประเทศอิสราเอลและ Shenzhen ประเทศจีน เป็นต้น

โดยจะร่วมมือกับเวนเจอร์แคปปิตอลชั้นนำในประเทศดังกล่าวเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ขยายผลกับ SCG หรือทำการเปิดตลาดในประเทศไทย และอาเซียนต่อไป

2. การลงทุนใน Digital Business Model ในไทยและอาเซียน ซึ่งเป็นประเทศที่ SCG มีฐานธุรกิจ โดยจะทำการลงทุนผ่านกองทุนเวนเจอร์แคปปิตอลและการลงทุนโดยตรง (Direct Investment) ในสภาพที่พัฒนานวัตกรรมซึ่งสอดคล้องกับทิศทางเทคโนโลยีเป้าหมายของ Addventures

ขณะที่กลุ่มสตาร์ทอัพที่ลงทุนจะไม่ใช่กลุ่มเริ่มต้นไอเดีย โดยจะต้องมีความพร้อมมาระดับหนึ่งในระดับ Post Seeds ซึ่งได้รับเงินลงทุนเพื่อสร้างโครงการมาระดับหนึ่งแล้ว และควบรวมไปถึงกลุ่มระดับ Series A ซึ่งอยู่ในระดับการลงทุน 1-2 ล้านเหรียญ โดยพันธมิตรและเทคโนโลยีเป้าหมายที่แอดเวนเจอร์สนใจจะลงทุนประกอบด้วย 3 กลุ่มหลักได้แก่ 1 Enterprise 2 Industrial และ 3 B2B

โดยภายใต้แต่ละกลุ่มหลักยังมีกลุ่มย่อยๆเช่น Logistics and supply chain Tech, Smart Packaging Tech, Chemicals Tech, Construction Tech, Industrial & Manufacturing Tech, Industrial & Constructuion Product Marketplace เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะเป็นเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหลัก 3 กลุ่มของ SCG ได้แก่ 1 ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 2 ธุรกิจเคมีคอลและ 3 ธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง

ขณะที่รูปแบบของการลงทุนเปิดกว้างทางความร่วมมือทั้งเชิงพาณิชย์ (commercial), ดีลทั่วไป, การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา, การร่วมทุน รวมไปถึงการเข้าซื้อกิจการ

โดย Addventures เปิดกว้างและอยากเชิญชวนเหล่าสตาร์ทอัพให้เข้ามาร่วมงานกับ แอดเวนเจอร์ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ขอเพียงมีจุดมุ่งหมายในการส่งมอบนวัตกรรมที่ดีกว่า เร็วกว่าและคุ้มค่ากว่า ให้แก่สังคม รวมทั้งมีไอเดียและความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดขึ้นจริงเราก็สามารถเดินทางและเติบโตไปด้วยกันได้ ดังวิสัยทัศน์ “You Innovate, We Scale”

สำหรับ startup ทั่วโลกที่สนใจร่วมงานกับแอดเวนเจอร์สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.sbt.co.th และ facebook.com slash Adventure หรือที่ LinkedIn : Addventures by SCG