เน็กไซน์พร้อมรุก 5G และ IoT เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Nexign ผู้ให้บริการระบบไอทีเพื่อสนับสนุนธุรกิจและแพลตฟอร์ม IoT พร้อมขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้างการเติบโตทั่วโลก โดยมีแผนเพิ่มจำนวนพนักงานเป็น 3 เท่า

และตั้งสำนักงานสาขาในประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทย เพื่อเตรียมพร้อมรองรับความต้องการยกระดับองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการเปิดตัวเครือข่ายโทรคมนาคม 5G

แอนดรูว์ ตัน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเน็กไซน์ (Nexign) กล่าวว่า เน็กไซน์พร้อมนำเสนอระบบดิจิทัลสนับสนุนธุรกิจของเน็กไซน์ (Nexign Digital BSS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบ end-to-end ที่มาพร้อมฟังก์ชันสนับสนุนธุรกิจอย่างครบครัน

เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีคลาวด์และ 5G โดยมีพื้นฐานอยู่บนระบบการคิดค่าบริการโดยรวมและแพลตฟอร์มสร้างรายได้จากเครือข่ายแบบเรียลไทม์ผ่านทุกช่องทาง เสริมด้วยระบบบริหารจัดการผลิตภัณฑ์แบบรวมศูนย์และ OpenAPI เพื่อช่วยสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลายให้กับผู้ให้บริการด้านการสื่อสารที่ต้องการเป็นผู้ให้บริการดิจิทัล

โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้และดูแลลูกค้าที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อน ด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถช่วยผู้ให้บริการด้านการสื่อสารให้ได้รับประโยชน์จากความสามารถที่เพิ่มขึ้นและเข้าถึงรายได้ใหม่ๆ จากการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

อีกทั้งช่วยยกระดับมาตรฐานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของไทย โดยสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม

“ความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีทำให้ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารต้องบริหารจัดการระบบนิเวศและตลาดที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันยังต้องแสวงหาพันธมิตรที่เป็นผู้ให้บริการ OTT โซเชียลมีเดีย และอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น การเชื่อมต่อ Internet of Things (IoT) ขนาดใหญ่ยังเป็นความท้าทายทั้งด้านธุรกิจและด้านเทคนิค ทั้งนี้ด้วยประสบการณ์กว่า 27 ปีในการดำเนินโครงการระบบสนับสนุนธุรกิจขนาดใหญ่ให้แก่ลูกค้าชั้นนำ เช่น MegaFon ผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่ของรัสเซีย, Rostelecom ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทางไกลชั้นนำของรัสเซีย และ Turkcell ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำของตุรกี จึงมั่นใจได้ว่าเน็กไซน์จะช่วยให้ธุรกิจของไทยประสบความสำเร็จได้เช่นกัน”

เน็กไซน์ได้รับการยอมรับจากนักวิเคราะห์รวมถึงบริษัทที่ปรึกษาและวิจัยตลาดด้านไอทีอย่าง IDC, GlobalData และ Analysys Mason ว่ามีผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความยืดหยุ่นคล่องตัว รวมถึงระบบคลาวด์ที่เปิดกว้างซึ่งช่วยให้สินค้าและบริการออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น รวมไปถึงระบบดิจิทัลสนับสนุนธุรกิจของเน็กไซน์ยังได้รับการกล่าวถึงใน Gartner’s Magic Quadrant for Integrated Revenue and Customer Management (IRCM) for CSPs เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ด้วยคุณสมบัติที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านการประมวลผลค่าบริการธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ เครือข่าย ประเภทลูกค้า และวิธีการชำระเงินแบบใดก็ตามของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารแต่ละราย อีกทั้งยังมีชุดโซลูชันครบวงจรที่ช่วยสนับสนุนการแสวงหาและรักษาลูกค้า รวมถึงการสร้างรายได้จากฐานลูกค้าที่มีอยู่

อิกอร์ กอร์คอฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเน็กไซน์ กล่าวว่า การได้รับการยอมรับจากนักวิเคราะห์ด้านไอทีเป็นเครื่องยืนยันความสามารถของเน็กไซน์ในการสนับสนุนผู้ให้บริการด้านการสื่อสารในการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจและเร่งการเปลี่ยนแปลงสู่เทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยความเชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ที่เน้นความพร้อมสำหรับการใช้คลาวด์และการสร้างรายได้จากเทคโนโลยี 5G เรามองเห็นโอกาสมากมายในการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้