มารู้จักกับ “WiN” ไวไฟรูปแบบใหม่ที่จะเดินไปใช้เน็ตบ้านใครก็ได้

Wireless Intelligence Network หรือ WIN เป็นการแนะนำตัวบริการของบริษัท วินเวสท์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด ภายใต้แนวคิดของการเป็นโอเปอเรเตอร์ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเคลื่อนที่แบบไม่ต้องมีเครือข่ายของตัวเอง

และทำให้ทุกคนที่มีอินเทอร์เน็ตบ้านกลายเป็นผู้ให้บริการหรือโพรวายเดอร์ได้ด้วยตัวเอง ภายใต้หลักการ Wireless Sharing โดยสามารถจ่ายค่าบริการระหว่างผู้ใช้และผู้ให้บริการ ด้วยเงินดิจิทัลระบบ WiN Eco System Platform

หลักการของการให้บริการไวไฟแบบแชร์ริงคล้ายกับการเข้าไปใช้งานในร้านกาแฟ ซึ่งผู้ให้บริการจะเปิดไวไฟให้ผู้ใช้บริการได้ใช้เมื่ออนุญาต แต่สำหรับ “WiN” จะใช้ผู้ที่มีอินเทอร์เน็ตบ้านทุกคนที่สมัครใจเป็นผู้ให้บริการ เป็นผู้ให้บริการไวไฟได้

โดยจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของ “WiN” ส่วนผู้ใช้บริการนั้นก็จะต้องมีแอปพลิเคชันนี้เช่นกัน การใช้งานก็ง่าย เมื่อผู้ใช้งานเดินไปใกล้บ้านที่มีการปล่อยไวไฟในเครือข่ายของ “WiN” ก็จะสามารถใช้งานได้ทันที่ ทุกที่ทุกเวลา และทุกประเทศทั่วโลกที่ “WiN” เข้าไปถึง ง่ายและรวดเร็วกว่าการใช้ไวไฟโรมมิง

สำหรับการจ่ายเงินนั้นในส่วนของผู้ใช้งานก็ต้องเติมเงินเพื่อซื้อเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อชำระค่าบริการ โดยผู้ให้บริการก็จะได้รับเงินค่าให้บริการเป็นเงินดิจิทัลเช่นกัน ภายใต้ระบบ WiN Eco System Platform

นายโรจนินทร์ นพเฉลิมโรจน์ FOUNDER ในนาม บริษัทวินเวสท์คอร์ปอเรชั่นจำกัด กล่าวว่า บริการ “WiN” เป็น Wireless Sharing ที่จะเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจทั่วโลก เปลี่ยนยูสเซอร์สู่สถานะโพวายเดอร์

และไม่ต้องยึดติดกับโอเปอเรเตอร์ค่ายใดในโลกด้วยการเปิดให้บริการ Internet Exchange ซึ่งระบบดังกล่าวได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาพัฒนาเป็น Eco System Platform ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังมือถือหรือเครื่องมือสื่อสารต่างๆ ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายจากค่าบริการโรมมิ่ง ขณะเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก

“ระบบ WiN คือเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาจากระบบปฎิบัติการ Platform NUF ของคนไทย ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดในระดับโลก จากงาน GTC conferenceที่ Silicon Valley ประเทศสหรัฐอเมริกา ติดต่อกัน2 ปีซ้อน เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับนักเดินทาง

โดย WiN ทำหน้าที่สร้างโครงข่ายเสมือนจริงหรือ Virtual Network อัจฉริยะร่วมกับเทคโนโลยี AI ในการเชื่อมต่อเครือข่ายอัตโนมัติให้กับผู้ใช้บริการ”

ทั้งนี้ Application WiN หรือ Wireless Intelligence Network ประกอบด้วยแนวคิด 3 ส่วน 1.บล็อกเชน (Blockchain) โดยนำมาใช้บน WiN Eco System Platform เพื่อความสะดวกและความเป็นส่วนตัวในการชำระค่าบริการต่างๆ เช่น การเชื่อมต่ออินเทอร์เนตหรือบริการอื่น ด้วยการจัดการผ่าน WiN Wallets ที่มีความปลอดภัยในใช้งานและไม่ผ่านคนกลาง

2.ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ใช้งานในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ด้วยการเลือกเครือข่ายที่ดีที่สุดแบบอัตโนมัติ หรือแนะนำบริการอื่นๆ จากการจดจำพฤติกรรมส่วนตัวของผู้ใช้งานเอง

และที่สำคัญคือการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ของเราเป็นการพัฒนาขั้นสูงที่จะสามารถทำให้ AI นั้นอัพเดตตัวของมันเองได้ ช่วยเติมเต็มและตอบโจทย์ให้กับทุกๆคนได้เป็นอย่างดี

และ 3.โครงข่าย(Network) แบ่งการพัฒนาเทคโนโลยีออกเป็น 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 1.การเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลก เป็นการเชื่อมต่อแบบเครือข่ายเสมือนจริง ไม่ยึดติดกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตข่ายใดในโลก

  1. BACK UP เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านระบบ 4G และ 5G แบบไม่ต้องใช้ Sim card และ 3. การเชื่อมต่อแบบ Peer to Peer หรือ Peer to Multipeer โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงข่ายใดในโลกเหมาะกับการเดินทางเป็นกลุ่ม

ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ Wireless intelligence Network รวมไปถึงผู้ที่เข้ามาร่วมเป็นเครือข่าย อันจะผลักดันให้เกิด การโฆษณา และ การส่งเสริมการขาย ที่มีประสิทธิผลต่อทั้งการดำเนินธุรกิจและลูกค้าที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว

นายโรจนินทร์ กล่าวว่า WiN Project ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนในการดำเนินกิจการคือ 1. บริษัท วินเวสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่จดทะเบียนในเมืองไทยเป็นผู้ดำเนินธุรกิจและพัฒนา Platform เพื่อนำไปให้บริการ

  1. ส่วนด้านการระดมทุนหรือการออก ICO นั้นเป็นหน้าที่ของ Co Investor ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศจะเป็นผู้ดำเนินการระดมทุนทั้งนี้ได้ทำการออก ICO ด้วยราคาลด 30% จำนวน 111 ล้านโทเคนผ่าน www.winwealth.io ไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 เป็นวันแรก

ทั้งนี้บริการของวิน ในรูปแบบ Wireless Intelligence Network ยังเป็นเพียงแนวคิดอยู่ในขณะนี้ ส่วนจะให้บริการจริงเมื่อไรนั้น ถ้ามีความคืบหน้า Thereporter.asia จะนำเสนอต่อไป