จิสด้า จับมือกรมการพัฒนาชุมชนใช้นวัตกรรมยกระดับจังหวัดนครพนม

Hits: 43

จิสด้า จับมือกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยเซ็น MOU ร่วมมือในการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ระบบภูมิสารสนเทศในการวิเคราะห์ วางแผน ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาชุมชน สนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชน ในมิติด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน สังคมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของจังหวัดนครพนม

นายอดุลย์ อินทรพาณิชย์ หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า จังหวัดนครพนมมีความโดดเด่น และอัตลักษณ์ที่น่าสนใจในหลายมิติ จะทำอย่างไรให้ประชาชนในจังหวัดนครพนมมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยใช้ศักยภาพของจังหวัดที่มีอยู่เป็นตัวขับเคลื่อนให้ประชาชนในจังหวัดมีรายได้เพิ่มขึ้น และนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดเพิ่มขึ้น ในยุคที่โลกไร้พรมแดน โลกแห่งพลังโซเชี่ยล จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่หลากหลายรูปแบบ การให้ความรู้แก่ประชาชน รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่ ให้เข้าถึงข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญมาก

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้าจึงได้นำเทคโนโลยี นวัตกรรมภูมิสารสนเทศเข้ามาให้ความรู้กับหน่วยงาน และประชาชน ซึ่งนับว่าจะเป็นอีกกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนามิติต่างๆ ของจังหวัดนครพนมได้ตามนโยบายเป้าหมายแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด

ซึ่งในส่วนของกรมการพัฒนาชุมชนนั้นมีฐานข้อมูลที่ถือได้ว่า เป็น Big Data ของประเทศที่เกี่ยวกับการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนเลยก็ว่าได้ การทำงานร่วมกันของทั้งสองหน่วยงาน จะเป็นแนวทางการทำงานยุคใหม่ ที่เน้นการบูรณาการเชื่อมโยง ข้อมูล องค์ความรู้ สร้างเครือข่าย เทคโนโลยีและนวัตกรรมภูมิสารสนเทศ เพื่อร่วมวิเคราะห์ วางแผน ติดตามและประเมินผลการพัฒนาชุมชน โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

“จังหวัดนครพนมถือว่ามีศักยภาพเชิงพื้นที่ มีความโดดเด่นและเป็นจังหวัดที่มีความเป็นเมืองแห่งความสุข สงบใช้ชีวิตแบบ Slow Life นอนนครพนม 1 คืน อายุยืน 1 ปี ซึ่งเป็นคำพังเพยต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าเป็นเมืองที่อากาศดีมีความสงบ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีสภาพภูมิอากาศดี สภาพภูมิประเทศริมแม่น้ำโขงที่สวยงาม มีองค์พระธาตุพนมซึ่งเป็นพระธาตุเก่าแก่ที่สุด ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ มี Land Mark องค์พญาศรีสัตตนาคราช มีสะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน) เป็นสะพานข้ามโขงที่สวยงามที่สุด และยังเป็นเมืองที่ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองแห่งความสุขในประเทศไทยเมื่อปี 2556”

นอกจากนี้ จังหวัดนครพนม ยังมุ่งหวังการพัฒนาด้านเกษตรปลอดภัยแบบอินทรีย์นวัตกรรมนครพนมสู่ไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ว่าจะเป็น ข้าว (หอมมะลิ ,ข้าวเหนียว) โคเนื้อคุณภาพสูง ปลาแม่น้ำโขง ลิ้นจี่นครพนม (พันธุ์นพ.1) โดยการสร้างแบรนด์ ยกระดับไปสู่ตลาดคุณภาพสูง การแปรรูปเพิ่มมูลค่า เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร รวมถึงการยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้สามารถแข่งขันได้ ให้เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นายอดุลย์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริม สร้างความตระหนัก และพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ทั้งพัฒนาชุมชนส่วนจังหวัด และส่วนอำเภอ สำหรับจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 25-26 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่ 3 ที่ จิสด้าและกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับบุคลากรระดับจังหวัด โดยมีนักวิชาการพัฒนาชุมชน พัฒนาการอำเภอธาตุพนม รวมทั้งผู้นำชุมชนจากตำบลดอนนางหงส์และตำบลนาถ่อนเข้าร่วมประชุม และรับฟังการนำเสนอเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านภูมิสารสนเทศจากทีมนักวิชาการของจิสด้า

รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทดลองใช้งานระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ บนฐานการรักษาความมั่นคงของทรัพยากร (G – Social) และเพื่อให้เห็นมิติเชิงภาพฉาย (Scenario) ของการประยุกต์ใช้งานด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ การดำเนินงานบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูล กชช.2ค และ จปฐ. สู่การวางแผน ติดตาม ประเมินผล ด้านการพัฒนาชุมชน

“การจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรนั้น จำเป็นต้องมีการนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ เพื่อเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ ชุดข้อมูล ดัชนีชี้วัดความอยู่ดีมีสุข ความเหลื่อมล้ำของประชาชนคนไทย โดยมีการนำเสนอและแสดงผลในรูปแบบแผนที่ และข้อมูลสถิติที่เข้าถึงได้ง่ายไม่ซับซ้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน”

“ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและทรัพยากรของประเทศได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ก็เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามแนวนโยบายของรัฐบาล สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือที่เรียกว่า SDGs ร่วมกันนั่นเอง”

นายอดุลย์ กล่าวว่า จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดชายแดนริมแม่น้ำโขง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือห่างจากกรุงเทพประมาณ 740 กิโลเมตร มีประชากร 717,805 คน ประชากรร้อยละ 50 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จากการจากข้อมูล จปฐ. ปี 2560 มีประชาชน 16,409 คน จาก 4,608 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 2.77 ซึ่งมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์เป้าหมาย 38,000 บาท/ครัวเรือน/ปี จากการสำรวจครัวเรือนทั้งหมด 166,482 (ที่มา : พช.)