Reviews: ลองของจริง ระบบอัจฉริยะ Everest 2.0 Bi Turbo

ในบรรดารถ PPV ที่มีอยู่ในตลาด หากจะพูดถึงความทรงพลังและใส่เทคโนโลยีในทุกด้านมาแบบอัดแน่นกันแล้ว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ถือได้ว่าเป็นรถยนต์ที่ให้มาแบบเกินหน้าเกินตาคู่แข่งไปมาก แม้รุ่นท็อปจะมีราคา 1,799,000 แต่เมื่อเทียบกับรถในระดับราคานี้ ฟอร์ดเอเวอเรสต์ก็ให้ออปชันมามากที่สุด

ที่สำคัญคือการขับขี่ในการเดินทางที่ให้ความสะดวกและสบายไม่แตกต่างจากในโฆษณา และถ้าจะให้สรุป.. นี่คือรถยนต์สำหรับครอบครัวที่เหมาะสำหรับการเดินทางไปเที่ยวได้ทุกที่อย่างสะดวกสบาย ไปได้แทบทุกที่และสุนทรีย์ที่สุด

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

หลายคนที่สนใจรถรุ่นนี้ส่วนใหญ่ก็จะถามว่าเครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี. พ่วงเทอร์โบคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะนั้น ให้พละกำลังแค่ไหนสะใจขาซิ่งหรือเปล่า

ก็ต้องบอกกันก่อนเลยว่าหลังจากที่ได้ไปสัมผัสมาหลายวัน เครื่องยนต์ตัวนี้ไม่ได้ออกตัวจี๊ดจ๊าด แต่จะเร่งขึ้นแบบนุ่มๆ พละกำลังมาอย่างต่อเนื่องไม่มีตก แม้จะไม่ปรู๊ดปร๊าดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะขับไม่สนุก และที่สำคัญถ้าได้ออกตัวไปแล้วคันที่ตามมาถ้าแรงม้าหรือแรงบิดไม่ถึง ก็ขับตามเฉยๆ ดีกว่าจะได้ไม่เหนื่อยเปล่า

ในการทดสอบของนักทดสอบส่วนใหญ่ก็จะให้ความสำคัญกับสมรรถนะการขับขี่ การเกาะถนน แต่สำหรับ Thereporter.asia การทดสอบฟอร์ดเอเวอเรสต์ครั้งนี้ สิ่งเหล่านั้นอาจจะไม่ได้เน้นมากนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่ารถยนต์ค่ายนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังในเรื่องการเกาะถนน การทรงตัว และความปลอดภัย

ดังนั้นในการขับขี่แบบเดินทางกันจริงๆ เราจะมาลองดูกันว่าสิ่งที่ฟอร์ดอัดแน่นมาให้นั้นได้ใช้งานกันหรือไม่ และที่บอกว่าให้ความสบายในการท่องเที่ยว สบายอย่างไร

การเข้าออกประตูรถแบบคีย์เลสคือหนึ่งในความสะดวกสบายแรก แต่แตะที่ปุ่มสีขำตรงมือขับรถก็จะปลดล็อกให้ทันที เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องบอกว่าเบาะของรถคันนี้นั่งสบายดี โอบกระชับ แถมการปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางยิ่งช่วยให้พอดีกับลำตัวได้เพิ่มมากขึ้น เดินทางไกลไม่เมื่อยล้า

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

เช่นเดียวกับเบาะผู้โดยสารด้านหน้าก็สบายไม่แพ้กันเพราะปรับไฟฟ้าเหมือนกัน ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 2 นอกจากจะกว้างขวางนั่งสบายแล้ว ยังแยกอิสระ 60 : 40 ปรับเอนได้ เลื่อนหน้า-ถอยหลังได้อีก สร้างความสะดวกสบายในการเดินทางไกลได้มากทีเดียว

ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 นั้น แม้จะเหมาะสำหรับคนตัวเล็กๆ แต่ก็พอนั่งได้ แถมยังแยกอิสระ 50 : 50 และพับด้วยระบบไฟฟ้า หากไม่โดยสารแต่ต้องการขนของก็ไม่ต้องปีนขึ้นไปพับลงให้เหนื่อย

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร ความบันเทิงเริงใจในระหว่างขับรถเป็นเรื่องเสริมที่สำคัญ ฟอร์ดเอเวอเรสต์ใหม่นี้มี ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 เป็นภาษาไทยที่ช่วยให้การใช้งานง่าย มาพร้อมหน้าจอเครื่องเสียงระบบ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบ Apple Car Play และ Andriod Auto

ส่วนใครไม่ได้โหลดแอปทั้ง 2 เราก็สามารถใช้การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ได้อย่างง่ายง่าย แค่นี้เพลงสตรีมมิงในมือถือก็เข้าไปอยู่ในรถได้แบบง่ายๆ แล้ว นอกจากนี้ยังมีเครื่องเสียงวิทยุ AM/FM CD MP3 และ Wi-Fi พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง ไว้รองรับความต้องการที่หลากหลายอีกด้วย

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

จัดเต็มการเชื่อมต่อกันแล้วก็มาถึงระบบเสียงกันบ้าง ไม่ต้องกลัวเสียงจะไม่กระหึ่มสมใจเพราะรถไซส์ใหญ่คันนี้มาพร้อมลำโพง 9 ตำแหน่ง พร้อม SubWoofer – Amplifier แถมด้วยระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation ที่จะช่วยไม่ให้เสียงจากภายนอกมาตัดอรรถรสในการฟังเพลง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

 

นอกจากนี้ยังมีระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone ก็เลือกได้เลยว่าใครชอบเย็นแบบไหน ส่วนระบบนำทาง Navigation System ก็ใช้ไม่ยากแต่ก็ระบุพิกัดได้ไม่ง่ายนัก

 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

อ้อ เกือบลืม สิ่งที่จะไม่ชมไม่ได้เลยคือหน้าปัดตรงพวงมาลัย ที่สามารถเปลี่ยนดูค่าการใช้งานได้อย่างหลากหลาย มีให้เลือกดูฟังก์ชันการใช้งานในโหมดต่างๆ อย่างเต็มที่ ไม่ได้เป็นแค่มาตรวัดความเร็วเชยๆ อีกต่อไป แถมมีสีสันที่สดใสอีกด้วย ขับไปดูเพลินไปเลยทีนี้

พละกำลังของเครื่องยนต์ทำให้เราสามารถออกตัวและเร่งแซงได้ทุกครั้งที่ใจต้องการ ประกอบกับช่วงล่างที่สร้างความมั่นใจในความหนึบแน่น สร้างความมั่นใจได้ในทุกย่านความเร็ว ไม่ย้วยไม่เสียอาการเวลาเปลี่ยนเลนกระทันหัน เบรคไว้ใจได้ ทำให้ไม่เกิดความกังวลเลยในการเดินทาง

 

และด้วยระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่าง Adaptive Cruise Control ที่ใส่มา ทำให้ระหว่างที่เราใช้ครูซคอนโทรลอยู่นั้น รถสามารถชะลอความเร็วได้ตามรถยนต์คันข้างหน้า และเมื่อพ้นไปแล้วระบบก็จะเพิ่มความเร็วกลับมาที่เราตั้งไว้ได้แบบอัตโนมัติ

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับลมยาง Tire Pressure Monitoring System มาให้เดินทางปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วย

“ในระหว่างที่เราใช้ระบบ Adaptive Cruise Control อยู่นั้น ขณะที่กำลังขับตาม 10 ล้อ ที่อยู่ดีๆ ก็ชะลอความเร็วลง และก็เลี้ยวเข้าซอยไปแบบทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ด้วยเรดาห์ที่ส่งมาเตือนให้เอไอที่อยู่ในระบบช่วยชะลอรถลงได้ตามความเร็วของคันข้างหน้า

ทำให้เราปลอดภัยมาได้จากเหตุการณ์นี้ แม้จะออกอาการตกใจเล็กน้อยเพราะรถชะลอลงค่อนข้างแรง ซึ่งถ้าไม่ใช้ระบบนี้อยู่เราคงต้องเบรคแบบกระชั้นชิดเพราะสัญญาณไฟเลี้ยวของรถคันนั้นไม่ค่อยชัดเจนนัก”

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

แต่ถ้าไม่ได้เปิดใช้ครูซคอนโทรลล่ะ เอเวอเรสต์ไบเทอร์โบคันนี้ก็มีระบบเบรกอัตโนมัติ เมื่อตรวจจับรถและคนเดินถนนมาให้ เรียกว่า AEB : Autonomous Emergency Braking โดยจะใช้เรดาร์และกล้องด้านหน้ารถในการตรวจจับวัตถุด้านหน้าเช่นเดียวกับระบบก่อนหน้านี้

โดยจะทำงานเมื่อความเร็วมากกว่า 3.6 km/h แตกต่างจากรุ่น 3.2 เดิมที่จะทำการส่งสัญญาณไฟและสัญญาณเสียงเตือนเท่านั้นไม่ได้ช่วยเบรก แต่สำหรับทริปนี้ไม่ได้ลองใช้ระบบนี้ แต่คิดว่าถ้ากระทันหันก็คงช่วยเราให้ปลอดภัยขึ้นเช่นกัน

มีคำถามว่าระบบแบบนี้จำเป็นด้วยเหรอถ้าคนขับมีสติ ก็ต้องบอกกันก่อนเลยว่าถ้ามีทุนทรัพย์ถึง ระบบเหล่านี้จะช่วยเสริมความปลอดภัยในชีวิตได้มาก เพราะบางครั้งเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่าที่สติของคนขับจะควบคุมได้

ซึ่งอาจจะเป็นเพราะทำอย่างอื่นอยู่ เช่น คิดอะไรเพลิน กำลังกินขนม หรือแม้แต่การหันไปคุยกันเพียงเสี้ยววินาที ก็อาจจะก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ทั้งนั้น แต่สำหรับเอไอที่อยู่ภายในระบบเหล่านี้แล้ว พวกเขาทำงานอยูู่ตลอดเวลา และจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้นไม่ได้ทำอย่างอื่น จึงช่วยให้เราปลอดภัยมากขึ้น มากกว่าสติเราล้วนๆ อย่างแน่นอน

นอกจาก 2 ระบบนี้ ก็ยังมีระบบเตือนเล็กๆ เช่น ระบบแจ้งอาการเหนื่อยล้าผู้ขับขี่ Driver Alert System ซึ่งจะคอยเตือนเวลาที่รู้สึกว่าเราขับแปลกๆ อาจจะมาในรูปแบบของการส่งเสียงเตือนพร้อมโชว์ภาพถ้วยกาแฟ ให้คนขับได้แวะพักก่อน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

Lane Keeping System ซึ่งระบบนี้ถ้าเราออกนอกเลนพวงมาลัยจะขืนๆ หน่อยเพราะระบบจะหน่วงไว้ แต่ถ้าเปิดไฟเลี้ยวแล้วออก พวกมาลัยก็จะเป็นปกติ และสำหรับการถอยหลังก็จะทำได้ง่ายดายขึ้น

เพราะนอกจากจะมีกล้องหลังที่มีกล้องมุมกว้างเห็นได้ชัดแล้ว ยังมีระบบตรวจจับรถในจุดบอด Blind Spot Information System และระบบตรวจจับรถขณะออกจากช่องจอด Cross Traffic Alert ให้อุ่นใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย และต้องบอกว่าระบบนี้ทำหน้าที่ได้ดีมาก ร้องเตือนดังมาก มั่นใจได้เลย ส่วนระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Active Park Assist นั้นรอบนี้ไม่ได้ลองใช้งาน

ด้านการขับขี่ไปยังสถานที่ต่างๆ นั้น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time 4WD พร้อมระบบ Terrain Management System ซึ่งนอกจากจะมีสมองกลคอยควบคุมการขับเคลื่อนและปรับเปลี่ยนตามสภาพการขับขี่แบบอัตโนมัติแล้ว ยังแยกการใช้งานออกเป็นโหมดต่างๆ

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

ประกอบด้วย Normal Mode หรือโหมดพื้นผิวทั่วไป เน้นการให้ระบบส่งกำลังแปรผันตามความเหมาะสมระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ลดการลื่นไถล โดยแรงบิดจะถูกส่งมายังล้อหน้าเมื่อจำเป็น โดยพิจารณาจากการเร่งความเร็วและการหักเลี้ยว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

โหมด Snow / Gravel /Grass โหมดการขับขี่เดียวที่ครอบคลุมแบบ 3 in1 เป็นโหมดสำคัญในการขับขี่เส้นทางลุยทั่วที่มีสภาพทางที่ค่อนข้างลื่น ทำงานร่วมกับระบบ Traction Control โหมด Sand โหมดการขับขี่เพื่อสำหรับการตะลุยพื้นที่ที่เป็นทราย และโหมด Rock เหมาะสำหรับเส้นทางสุดโหด อย่างเช่นบุกป่าฝ่าดง การลุยลำธารที่มีหิน เป็นต้น

และถ้ายังคิดว่าระบบที่ให้มายังไม่พอ ฟอร์ดก็ยังให้ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ Rollover Mitigation ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง Trailer Sway Mitigation และระบบช่วยโทรฉุกเฉิน Emergency Assistance ที่จะติดต่อกับทางตำรวจให้อัตโนมัติเมื่อรถประสบอุบัติเหตุ ในระดับที่รถคิดว่าคนขับไม่สามารถมีสติได้ ซึ่งระบบนี้จริงๆ ไม่อยากให้ใครต้องใช้เลย

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

ความสบายที่ไม่บอกเลยก็ไม่ได้เพราะชอบมากคือ หลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ที่ทำให้เราเห็นท้องฟ้าได้กว้างดังใจ แถมแผ่นกันแดดก็ยังป้องกันความร้อนได้ดีมากๆ อีกด้วย เหมาะสำหรับคนชอบมองท้องฟ้าและรักในความปลอดโปร่งในการเดินทาง เป็นรายเดียวในกลุ่ม PPV ที่ให้หลังคาแบบนี้มา

ซึ่งในทริปนี้ก็ได้ไปจอดรถเล่นริมทะเลที่ไม่ได้มีร้านค้า เพราะอยากรับลมสัก 10 นาทีก่อนเดินทางต่อ พอไปถึงก็เปิดกระจกทุกบานลงให้หมด เปิดหลังคากระจก และเปิดฝาท้าย แค่นี้ลมทะเลก็พัดเข้ามาช่วยให้สดชื่นได้มากแล้ว เผลออาจจะแอบหลับได้เลย

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

ระบบเปิด-ปิด ฝาท้ายด้วยระบบไฟฟ้าก็ไฮโซโบว์ใหญ่ไปอีก เพราะเป็นแบบไม่ต้องใช้มือ Hands-Free Tailgate แบบใช้เท้าแกว่งใต้ท้องรถเพื่อเปิด ซึ่งด้วยฝาท้ายไฟฟ้านี่เองทำให้เราสามารถไล่ลมร้อนออกจากรถได้เร็วที่สุด ในเวลาที่รถตากแดด เพียงแค่แกว่งเท้าให้ฝาท้ายเปิดแล้วขึ้นรถเปิดแอร์ พอเย็นสักพักก็กดปุ่มปิดฝาท้ายตรงหน้าคอนโซลแล้วไปต่อ ไม่ต้องขึ้นลงไปปิดให้เสียเวลา

นอกจากนี้สำหรับสายโซเชียล ฟอร์ดให้ช่องชาร์จไฟ 12V มา 4 ตำแหน่ง แถมช่องชาร์จปลั๊กไฟบ้าน AC 230V เพิ่มมาให้ทำงานได้อีก เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกการท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

และสำหรับยามค่ำคืนก็มีความสุนทรีย์มาให้เบาๆ กับไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Light ปรับเปลี่ยนได้ 7 โทนสี แม้จะไม่อลังการเท่ารถยุโรปพรีเมียม แต่ก็สร้างบรรยากาศให้ดีได้ไม่น้อย และที่สำคัญไม่ต้องพะวงกับการเปิด-ปิดไฟสูง

เพราะมีระบบเปิดไฟสูงแบบอัตโนมัติ Auto High Beam Control มาให้ ขับแบบดูทางเฉยๆ ตรงหน้าก็พอ รวมถึงยังกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติให้ไม่ต้องแสบตาเวลารถหลังสาดไฟสูงมาให้อีก

ส่วนระบบพื้นๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ของบางค่ายที่ต้องโฆษณาอย่าง ระบบเบรก ABS / EBD / BA ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ระบบช่วยออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC รวมถึงถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย-หัวเข่าคนขับ)

ระบบกุญแจ Immobilizer สัญญาณกันขโมย Burglar Alarm และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX นั้น คงไม่ต้องพูดถึงให้เสียเวลา เพราะฟอร์ดให้ออปชันเหล่านี้มานานแล้ว เป็นสิ่งดีที่ให้มาเมื่อหลายปีก่อนในรถเกือบทุกรุ่น เพียงแต่โฆษณาไม่ค่อยเป็นเท่านั้นเอง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

สิ่งที่ไม่ค่อยปลื้มสักหน่อยก็น่าจะเป็นในเรื่องของคอนโซลหน้าที่สวยอยู่แล้ว แต่อยากให้สวยทั้งชิ้นตั้งแต่ด้านบนลงมาถึงหัวเกีย เพราะมีบางจุดกลับเป็นพลาสติกสีดำเฉยๆ ดูเรียบเกินไป นอกจากนี้ยังควรจะใส่กล้องมองภาพรอบคันมาให้อีกสักนิดก็จะถือว่าเป็นรถที่เพอร์เฟคคันนึงเลย

เช่นเดียวกับกระจกมองข้างที่ควรจะพับไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ จะได้ไม่ต้องคอยกดให้เสียลุค และบางทีมีตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบภายในสีเบจมาบ้างก็ได้ เพราะภายในรถจะดูหรูขึ้นอีกเป็นกอง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

ส่วนเรื่องการประหยัดน้ำมันนั้นก็ถึงว่าทำได้ดีในระดับที่รถคันใหญ่หนักเกือบ 2 ตันจะทำได้ แต่อาจจะไม่ประหยัดเท่ากับรถยนต์นั่งเครื่องดีเซลที่มีหลายรุ่นในท้องตลาด แต่เมื่อดูสิ่งประกอบโดยภาพรวมก็ยังน่าพอใจ

คะแนนการทดสอบ
  • 8/10
    รูปลักษณ์ภายนอ - 8/10
  • 10/10
    ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร - 10/10
  • 9/10
    บรรยากาศภายในห้องโดยสาร - 9/10
  • 10/10
    เทคโนโลยีเพื่อชีวิตยุคใหม่ - 10/10
  • 9/10
    การตอบสนองช่วงล่าง - 9/10
  • 9/10
    การตอบสนองเครื่องยนต์ - 9/10
  • 10/10
    ระบบรักษาความปลอดภัย - 10/10
  • 8/10
    ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ - 8/10
  • 10/10
    ความคุ้มค่ากับราคา - 10/10
  • 8/10
    ภาพรวมต่อการตัดสินใจซื้อ - 8/10
9.1/10

บทสรุปการทดสอบ

การทดสอบฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไบเทอร์โบครั้งนี้อาจจะดูเหมือนชิวๆ สบายๆ ที่จริงแล้วเป็นเพราะบุคลิกรถที่ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ รถคันใหญ่ภายในกว้างขวาง ระบบเชื่อมต่อและความบันเทิงมาให้เต็มที่ ช่วงล่างหนึบแน่นและดีเลิศ แถมด้วยพละกำลังที่พร้อมจะถ่าโถมมาให้ใช้กันอย่างสะใจ

สามารถตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้ทั้งแบบใกล้ ไกล และสมบุกสมบันในทุกรูปแบบได้เป็นอย่างดี นี่คือตัวเลือกสำหรับการเดินทางที่ให้ความสุนทรีย์และมาพร้อมความปลอดภัยกันแบบล้นๆ เหนือกว่าคู่แข่งทุกคันในระดับราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาททั้งหมด เผลอๆ รถระดับหรูที่แพงกว่านี้ 2 เท่า ยังให้ออปชันไม่แน่นแบบนี้เลย สรุปให้ 3 คำสำหรับคันนี้ “ทรงพลัง นั่งสบาย ตอบทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง”