ออราเคิล​ ผุดบริการ​Ai​ ช่วยจัดการฐานข้อมูลสำคัญ

ออราเคิล​ เปิดตัวบริการดาต้าเบสคลาวด์ Oracle Autonomous Data Warehouse Cloud ที่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้ สร้างความปลอดภัยได้ด้วยตัวเอง ฟื้นฟูซ่อมแซมตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์
พร้อมนำเสนอแพคเกจการเงินแบบ ยูนิเวอร์แซลเครดิตที่จะช่วยให้ลูกค้ามีความคล่องตัวในการใช้ เหมือนบัตรเติมเงินที่จะสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายให้กับบริการใด
ออราเคิล​ มองว่าบริการใหม่นี้จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากมากในไทย โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการระบบที่มั่นคงมากที่สุด เพราะเป็นคลาวด์และมีความปลอดภัยแบบบริหารจัดการตัวเองได้
มีความพร้อมใช้งานสูงด้วยการใช้แมชชีนเลิร์นนิง ซึ่งองค์กรธุรกิจจะสามารถใช้เป็นจุดแข็งในการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า สร้างความต่าง โดยเฉพาะในกลุ่ม เทเลคอม สถาบันการเงิน และเอสเอ็มอี
กอปรกับขณะนี้คลาวด์ในเมืองไทยจะมีการตอบรับที่แรงขึ้นจากปีที่ผ่านมา มีการลงทุนเพิ่มมากขึ้นเพราะมีความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย และการตอบสนองต่อกฏเกณฑ์ของภาครัฐได้เป็นอย่างดี
นายแลร์รี่ เอลลิสัน ประธานบริหารและประธานด้านเทคโนโลยีของออราเคิล กล่าวว่า การแข่งขันในปัจจุบันการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เน้นการสร้างนวัตกรรมถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะเพื่อตอบรับการแข่งขันจึงจำเป็นต้องมีกระบวนการคิดให้เกิดนวัตกรรม
และต้องถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักอย่างหนึ่งขององค์กรในการเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ ซึ่งในส่วนของออราเคิลนั้นเราเน้นนวัตกรรมมากกว่า 30 ปีแล้ว จึงสามารถถ่ายทอดกระบวนการสร้างนวัตกรรมไปสู่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี
โดยนวัตกรรมใหม่อย่างแมชชีนเลิร์นนิงและโซเชียล ที่จะมีการใส่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการลูกค้า​
ในส่วนของราคานั้น ออราเคิลนำเสนอราคาที่สามารถแข่งขันได้ อย่างเช่นบริการ Oracle Autonomous Data Warehouse Cloud นั้น มีราคาเพียงครึ่งเดียวของ Amazon Web Services
รวมไปถึงยังมีโปรแกรมยูนิเวอร์แซลเครดิตจะช่วยให้ลูกค้ามีความคล่องตัวในการใช้ เหมือนบัตรเติมเงินที่จะสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายให้กับบริการใด
“ออราเคิลคาดว่าภายในปี 2020 กว่า 50% ของลูกค้าออราเคิลจะหันมาใช้บริการ Oracle Automomous Database และ 50% จะย้ายเวิร์คโหลดขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ ส่วน 90% ของเอ็นเทอร์ไพร้ซ์คลาวด์แอปพลิเคชันและจะมีการนำเอไอเข้าไปเป็นส่วนสำคัญ
สำหรับตลาดเมืองไทยนั้นขณะนี้เริ่มมีการใช้คลาวด์แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะคลาวด์แอดคัสโตเมอร์ ซึ่งเป็นการนำแพลตฟอร์มของออราเคิลเข้าไปตั้งในไฟร์วอลล์ของลูกค้า เพื่อสามารถอัพเดตผ่านออราเคิลได้ตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้มีลูกค้าทั้งในกลุ่มค้าปลีก ประกันภัย นำไปใช้งานแล้ว”
สำหรับบริการล่าสุดอย่าง Oracle Autonomous Data Warehouse Cloud ออราเคิลจะมีทูลบ็อกซ์ที่สามารถหยิบมาใช้ได้ โดยประกอบไปด้วย ออโตโนมัส แพลตฟอร์ม, อินฟราสตรัคเจอร์โค้ด, ไอโอที, บล็อกเชน และ เอไอ
โดยในส่วนของออโตมัสตัวแรกคือ ออโตโนมัส ดาต้าเบส มี 3 ปัจจัยคือ 1.การบริหารจัดการตัวเอง ช่วยให้ประหยัดแรงงานมนุษย์ และความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากมนุษย์ ทั้งด้านการเตรียมการ ความปลอดภัย การติดตามตรวจสอบ การสำรองและการกู้คืนข้อมูล
การแก้ปัญหา และการปรับแต่งดาต้าเบส ทั้งยังทำการอัปเกรดและแก้ไขตัวเองได้อย่างอัตโนมัติในขณะทำงาน
2.ความปลอดภัย เรานำเอไอเข้ามาผนวกด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง สามารถรักษาความปลอดภัยได้ด้วยตัวเอง ปกป้องตัวเองจากการโจมตีและผู้ใช้งานภายในที่เป็นอันตราย
อัปเดตด้านความปลอดภัยอัตโนมัติในระหว่างทำงานเพื่อป้องกันการโจมทีทางไซเบอร์ และสามารถเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดได้อย่างอัตโนมัติ และ 3.ระบบจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ดูแลตัวเองตลอดเวลา และจะปรับตัวตามความต้องการที่เปลี่ยนไปภายในดาต้าเบส
สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ปกป้องตัวเองจากการต้องหยุดการทำงานทั้งที่ได้วางแผนไว้และที่ไม่ได้วางแผนได้โดยอัตโนมัติ ด้วยความพร้อมใช้งานสูงถึง 99.995 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้การทำงานหยุดชะงักน้อยกว่า 2.5 นาทีต่อเดือน ซึ่งรวมทั้งเวลาในการบำรุงรักษาตามกำหนดที่ได้วางแผนไว้
“Oracle Autonomous Database เป็นเทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง สามารถอุดช่องโหว่ ปรับตัว และทำการอัปเดทต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งทำได้มากกว่าดาต้าเบสของ Amazon ในราคาที่ต่ำกว่า
โดย​ Oracle Autonomous Data Warehouse Cloud จะมีความสามารถในการวิเคราะห์ มีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย และมีความพร้อมใช้ Oracle Database สูง สามารถปรับแต่งและกำหนดค่าได้โดยไม่ยุ่งยากแม้จะมีปริมาณข้อมูลเปลี่ยนไปก็ตาม
บริหารจัดการง่ายแม้กับแวร์เฮ้าส์ซิ่งเวิร์คโหลด มีความยืดหยุ่นสามารถปรับขนาดการจัดเก็บและการคำนวนได้อย่างอิสระบนระบบออนไลน์
ทำให้สามารถเพิ่มหรือลดการใช้ทรัพยากรได้อย่างไดนามิก จึงจ่ายเท่าที่ใช้ ช่วยให้ต้นทุนลดลงอย่างมาก เป็นการนำเสนอใหม่อีกระดับที่ไม่ต้องให้ลูกค้าบริหารจัดการการทำงานเองเลย”