เทสโก้โลตัสมุ่ง omni-channel ใช้ทุกแพลตฟอร์มเข้าถึงลูกค้า

Hits: 83

แม้กระแสการซื้อของออนไลน์จะมาแรง แต่สำหรับเทสโก้โลตัส การให้ความสำคัญกับช่องทางร้านค้าแบบปกติยังคงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน โดยในปีนี้ได้เตรียมขยายพื้นที่การขายอีก 6 แสนตารางฟุตทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงทุกพื้นที่ของลูกค้าในระดับอำเภอ และไม่ได้กำหนดว่าจะเปิดร้านค้าในรูปแบบใด เพราะจะต้องเข้าไปดูความต้องการของแต่ละพื้นที่ก่อน

โดยในปีนี้จะเพิ่มพื้นที่ขึ้นอีก 40% จากปีที่แล้วที่ได้ทำการเปิดสาขาใหม่รวม 67 สาขา แบ่งเป็น ไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ 13 สาขา แบบตลาด 1 สาขา และโลตัสเอ็กซ์เพรส 53 สาขา

ปัจจุบันเทสโก้โลตัสมีพื้นที่ให้บริการประมาณ 15,472,000 ตารางฟุต จาก 1,950 สาขาทั่วประเทศ โดยการลงทุนใหม่ๆ จะเน้นการเดินหน้าลงทุนขยายช่องทางแบบออมนิแชนแนล (omni-channel) ที่จะสื่อสารกับลูกค้าด้วยช่องทางหลากหลาย และทำการเชื่อมโยงช่องทางต่างๆ รวมให้เป็นหนึ่งเดียว

ผสานช่องทางการสื่อสารทั้งออน์ไลน์ และการขายหน้าร้านหรือออฟไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าสามารถชอปปิงทุกแพลตฟอร์ม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า นอกจากนั้นแล้วยังมีแผนในการพัฒนาโปรแกรมคลับการ์ด ซึ่งมีสมาชิกกว่า 15 ล้านคน ให้มีความแข็งแกร่งขึ้น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับสมาชิก

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้โลตัสจะเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน หรือที่เรียกว่าลูกค้ายุค 4.0 โดยสิ่งที่ลูกค้ายุคใหม่ต้องการก็คือ ความสะดวกสบายในการจับจ่ายสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทั้งช่องทางสาขาในรูปแบบต่างๆ รวมถึงช่องทางออนไลน์

ซึ่งเทสโก้ โลตัส มีช่องทางค้าปลีกที่หลากหลาย ตั้งแต่ร้านค้ารูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลาง ไปจนถึงร้านเอ็กซ์เพรสซึ่งมีขนาดเล็ก และเรายังมีแพลทฟอร์มออนไลน์ที่เป็นของตนเอง รวมถึงช่องทางมาร์เก็ตเพลสของพันธมิตร ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าลูกค้าประมาณ 40% ของฐานลูกค้าเทสโก้ โลตัส ซื้อสินค้าผ่านหลายช่องทาง

“ออนไลน์เป็นทางเลือกเมื่อเทียบกับยอดขายทั้งหมดแม้จะยังน้อยมาก แต่ก็เป็นกระแสที่กำลังมา เราเน้นการเป็นออมนิชาแนลสาขาที่มีและการเชื่อมโยงออนไลน์เพื่อบริการลูกค้าให้ดีและครบทุกความต้องการ โดยเราจะมองหาวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันให้ได้ดีที่สุด เน้นความคุ้มค่าซึ่งต้องมาพร้อมกับคุณภาพสินค้าที่ดีและประสบการณ์ที่ดี”

สำหรับในปี 2561 จะมุ่งเน้นการขยายช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ไปพร้อมๆ กัน รวมถึงการปรับปรุงสาขาที่มีอยู่ในปัจจุบันประมาณ 120 แห่ง ทั้งในด้านการปรับโฉมและเพิ่มบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแผนกอาหารสด รวมไปถึงการปรับพื้นที่จำหน่ายสินค้าเพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุค 4.0 ได้ดียิ่งขึ้น

โดยการลงทุนในปีนี้จะมากกว่าปีที่แล้ว แต่บอกไม่ได้ว่าเท่าไร ซึ่งที่ผ่านมามีการลงทุนโรลแบค ประมาณ 500 ล้านบาทต่อไตรมาสในการทำราคาให้ถูกลง ส่วนแพลต์ฟอร์มออนไลน์นั้นปัจจุบันมีใช้แล้วที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยาและเชียงใหม่ การเข้าไปเน้นออนไลน์เราจะดูความต้องการของลูกค้าว่าต้องการแค่ไหน และค่อยทำแบบมัลติฟอร์แมต

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเทสโก้โลตัสได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้วยการให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคู่ค้าทำให้มีจุดเด่นทั้งทางด้านคุณภาพและราคาสินค้า นอกจากนี้ยังมีโครงการรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรโดยตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านคนกลาง ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ

ในปี 2560 เทสโก้ โลตัส รับซื้อผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ โดยตรงจากเกษตรกร ปริมาณกว่า 200,000 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ่นจากปีก่อนหน้ากว่า 30% เรายังให้การสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีโดยการเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า และร่วมงานกันในการผลิตสินค้าแบรนด์เทสโก้

ทางด้านการช่วยเหลือสังคมนั้นเทสโก้โลตัสได้ประกาศเจตนารมณ์ในการเป็นผู้นำลดการทิ้งอาหารที่ยังรับประทานได้ ปัจจุบันร้านค้ารูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตของเรา 40 สาขา บริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดแต่ยังมีคุณภาพดีให้กับมูลนิธิและผู้ยากไร้ภายใต้ ‘โครงการกินได้ ไม่ทิ้งกัน’เป้าหมายของเราคือขยายการบริจาคอาหารให้ครอบคลุมทุกสาขาในอนาคต

ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มาจากขยะอาหารแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้มีอาหารคุณภาพดีรับประทาน นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนลูกค้าร่วมบริจาคมื้ออาหารที่มีประโยชน์ให้กับเด็กที่ด้อยโอกาสทั่วประเทศไทยอีกด้วย