เปิดใจ​ “ธีรวุธ” ทำไมบราเดอร์ต้องขาย​ ‘ลำโพง’​

Hits: 70

แม้ว่าภาพรวมความสำเร็จปีงบประมาณ 2560 (เมษายน 2560 – มีนาคม 2561) ของบราเดอร์จะสามารถสร้างการเติบโตได้สูงถึง 6% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณที่ผ่านมา และเติบโตสูงกว่าตลาดรวมของเครื่องพิมพ์ที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 3%
แต่ก็ยังเกิดคำถามขึ้นมาว่าในเมื่อมีการเติบโตของธุรกิจดีแล้ว ทำไมต้องมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเครื่องพิมพ์เข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติม
เรื่องนี้ ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้ว่าภาพรวมตลาดและการเติบโตของแต่ละผลิตภัณฑ์จะมียอดขายที่เติบโต และกลุ่มเครื่องพิมพ์ยังถือเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้สูงสุดให้แก่บราเดอร์
โดยมีสัดส่วนที่ 85% แต่การจะสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นและสร้างกำไรให้เพิ่มขึ้นนั้น จำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เสริมเข้ามาด้วย เพราะการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ใช่ยอดการเติบโตในแง่ของกำไรด้วย
ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่เสริมเข้ามาจึงเป็นตัวช่วยหนึ่งซึ่งทำให้กำไรเพิ่มขึ้น แต่บราเดอร์ก็เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีที่มาที่ไป ไม่ใช่สินค้าอะไรก็ได้
อย่างเช่นจักรเย็บผ้าที่เราคิดว่าบราเดอร์นำเข้ามาเสริมกับตลาดเครื่องพิมพ์
แต่ในความจริงแล้วบราเดอร์เป็นบริษัทผู้ให้บริการซ่อมและจัดหาชิ้นส่วนประกอบจักรเย็บผ้ามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 และเริ่มทำการผลิตจักรเย็บผ้าสำหรับอุตสาหกรรมในปี ค.ศ. 1936
บราเดอร์เริ่มขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยีที่บริษัทได้พัฒนาขึ้นผ่านทางการผลิตจักรเย็บผ้า ซึ่งรวมไปถึงเครื่องทอ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
และในปี ค.ศ. 1971 บราเดอร์ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องพิมพ์ดอตเมทริกซ์ความเร็วสูงเครื่องแรกของโลก ซึ่งถือว่าเป็นต้นตำรับเทคโนโลยีการพิมพ์ในปัจจุบัน
เครื่องพิมพ์ดอตเมทริกซ์ทำให้บราเดอร์ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ และในปี 1995 บราเดอร์เปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันระบบดิจิทัลเลเซอร์ (Laser Digital Multi-Function Centre – MFC)
เครื่องแรกที่รวมเอาฟังก์ชันเครื่องพิมพ์ การส่งเอกสาร และการทำสำเนาเข้าไว้ในเครื่องเดียว ซึ่งเครื่องจักรตัวใหม่นี้ถือเป็นการรวมเอาระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน และเป็นตัวช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจการพิมพ์ของบราเดอร์
ธีรวุธ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการจำหน่ายลำโพงนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่บราเดอร์เปิดตัวเครื่องโทรสาร “FAX-600” ใหม่ในตลาดสหรัฐและได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งผลักดันให้บราเดอร์ก้าวกระโดดเข้าสู่ยุคเครือข่ายและคอนเทนท์ โดยในปี 1992 บราเดอร์ได้ก่อตั้ง Xing Inc. เพื่อเข้าสู่ธุรกิจคาราโอเกะออนไลน์ในประเทศญี่ปุ่
โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการเผยแพร่คอนเทนท์และโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างขึ้นภายในนั่นเอง
ธุรกิจคาราโอเกะที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นนั้น เป็นระบบ Karaoke online รู้จักดีในชื่อ ร้าน Karaoke “Joy Sound” ซึ่งต่อมาได้ขยายตัวเพิ่มมีหลายสาขาในญี่ปุ่น
โดยต่อมา ในปี 2010 บริษัท Xing Inc ได้ควบรวมกับบริษัท BMB ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องเสียง Karaoke ที่มีชื่อเสียงมาก
สำหรับตลาดในเมืองไทยนั้น ก่อนหน้านี้มีบริษ้ท NPE ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องเสียง karaoke BMB แต่เน้นผลิตภัณฑ์ที่เจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็น Commercial ซึ่งในปี 2017 BMB ได้ออกผลิตภัณฑ์ karaoke รุ่นใหม่ออกมา
โดยเน้นกลุ่มลูกค้า Home use ซึ่งทาง Brother Thailand เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ จึงตัดสินใจทำตลาดตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปี 2017 ที่ผ่านมา
และแต่งตั้ง Distributor (ตัวแทนจำหน่ายหลัก) 2 ราย คือ VSTECS และ บริษัท NPE เพื่อช่วยในการทำตลาด
ซึ่งหลังจากการเปิดตัวเครื่องเสียงคาราโอเกะบีเอ็มบี (BMB) สู่ตลาดเมืองไทยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากโดยสินค้าในล็อตแรกขายหมดอย่างรวดเร็
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการนำสินค้าในล็อตสองเข้ามาจำหน่ายเพื่อตอบรับกำลังซื้อที่ยังมีอยู่อีกมากในไทย
ธีรวุฒิ กล่าวว่า สำหรับการทำตลาดในปี 2018 นั้นบราเดอร์ได้กำหนดกลยุทธ์หลัก 3 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 1.การเดินหน้ารุกตลาดในกลุ่มธุรกิจองค์กรและราชการดังเช่น 2 ปีที่ผ่านมา
2.รุกหนักในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยจะเน้นเจาะเข้าไปยังกลุ่มโรงพยาบาลและสถาบันการศึกษา ซึ่งนอกจากจะขยายตลาดสู่จังหวัดเศรษฐกิจหลักแล้ว ยังเดินตามรอยนโยบายภาครัฐขยายไปสู่ 55 จังหวัดหัวเมืองระดับรองด้วย
เนื่องจากคาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าไปสู่จังหวัดเหล่านั้นด้วย ซึ่งบราเดอร์จะจับมือดีลเลอร์กว่า 200 รายทั่วประเทศ นำเสนอโซลูชันผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขาย
และ 3.ธุรกิจออนไลน์ จับมือกับตัวแทนจำหน่ายเพื่อพัฒนาสู่การขายผ่านระบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนไทยในยุคปัจจุบัน
ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ดีลเลอร์หลายรายจะยังปรับตัวไม่ทัน แต่บราเดอร์จะทำการเข้าไปช่วยเหลือให้มากขึ้น
“ปีนี้ถ้ามองในตลาดพรินที่ไอดีซีโตแค่ 2% แต่เรามองว่าเศรษฐกิจดีขึ้น และที่ผ่านมาเอกชนก็ปรับตัวมาพอสมควรแล้ว เงินบาทแข็งค่า ตลาดหุ้นก็สูงกว่า 1800 จุด จึงเป็นทิศทางที่ค่อนข้างดี
โดยตั้งเป้าการเติบโตในปีงบประมาณ 2018 ไว้ที่ 6% ซึ่งบราเดอร์จะยังคงเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการนำเสนอสินค้าที่ออกแบบสำหรับตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ มีการตั้งราคาที่เหมาะสม และมีบริการหลังการขายที่โดดเด่น”
การสร้างกำไรเพิ่มเติมจากธุรกิจหลัก จึงเป็นคำตอบที่น่าสนใจสำหรับการจำหน่ายลำโพงของบราเดอร์ และถ้าหากย้อนดูให้ดี ประวัติของแบรนด์นี้ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย
และผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายอยู่นี้ ล้วนมีที่มาที่ไป แบบที่เรียกได้ว่าถ้ามองเผินๆ อาจจะรู้สึกเฉยๆ กับธุรกิจ แต่ถ้าย้อนประวัติกันดีๆ งานนี้ต้องมีกดว๊าวกันเลยทีเดียว