กสทช.เตรียมเรียกทรูชี้แจง กรณีทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้ารั่ว

Hits: 38

สำนักงาน กสทช.เตรียมเรียกทรูชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 17 เม.ย. 61 เวลา 9.30 น. กรณีที่ปรากฎข่าวบนเว็บไซต์ว่า ทรูมูฟ เอช ทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าหลุดจำนวนมาก
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. เรียกให้ทรูมูฟ เอช เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฎข่าวบนเว็บไซต์ว่า ทรูทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าหลุดจำนวนมาก ในวันอังคารที่ 17 เม.ย. 2561 เวลา 9.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช.
โดยเรื่องนี้ ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 กำหนดไว้ว่า ในเรื่องนี้ผู้กระทำผิดมีโทษตามกฎหมาย หากผู้ประกอบการมีส่วนในความผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และพักใช้เพิกถอนใบอนุญาต โดย กสทช. เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายด้วย
นายฐากร กล่าวว่า ในกรณีนี้หากเป็นการกระทำโดยเจตนา ทรูมูฟ เอช มีความผิดแน่นอน แต่ทั้งนี้ สำนักงาน ต้องเรียกทรูมูฟ เอช มาให้ข้อมูลก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สำนักงาน กสทช. ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงในแน่นอนก่อน จึงจะดำเนินการต่อไป
ซึ่งสำนักงาน กสทช. ให้ความสำคัญต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนผู้ใช้บริการ สำนักงานฯ จะรีบดำเนินการในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อคุ้มครองประชาชนผู้ใช้บริการ
ด้านทรูชี้ออกคำชี้แจงพร้อมเผยว่า กรณีที่มีข่าวเรื่องข้อมูลลูกค้าที่ลงทะเบียนใหม่ถูกเปิดเผยในที่สาธารณะนั้น  ไอทรูมาร์ทรู้สึกเสียใจและขออภัยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทันทีที่ทราบเรื่องดังกล่าว บริษัทฯ ก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดทันที
ซึ่งกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับการ hack ข้อมูลลูกค้าที่ได้ซื้อมือถือพร้อมแพคเกจบริการทรูมูฟ เอช โดยมีการลงทะเบียนซิมผ่านช่องทาง itruemart
โดยล่าสุดทีมงานไอทรูมาร์ท ได้ดำเนินการแก้ไขเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าแล้ว ทรูมูฟ เอช ทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าหลุดจำนวนมาก พร้อมทั้งจะมีการส่งแจ้งเตือนไปยังลูกค้ากลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ทราบถึงมาตรการของบริษัทที่จะดำเนินการเพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า หากถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง
ทีมงานไอทรูมาร์ท ขอยืนยันว่า บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด เรื่องการปกป้องและรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามาโดยตลอด และสำหรับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ บริษัทฯมิได้นิ่งนอนใจ
โดยกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ระดับโลก รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการดูแลปกป้อง ด้วยมาตรฐานสูงสุดทั้งในด้านเทคโนโลยีและทางกฎหมาย