ก.ดิจิทัลฯ ออกโรงเตือนผู้ใช้สื่อโซเชียล อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แนะตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนไลค์-แชร์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลไม่ถูกต้อง พร้อมเตือนประชาชนผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และอินเทอร์เน็ต ควรตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือก่อนไลค์ หรือแชร์ หรือแสดงความเห็น โดยเฉพาะกรณีมีการแชร์ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค สร้างความสับสนให้กับประชาชน ซึ่ง สปสช. และกระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันแล้วข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง

นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีสื่อโซเชียลได้แชร์ข้อมูลเท็จจากบางเว็บไซต์ ที่มีการนำเสนอภาพนายกรัฐมนตรีพร้อมข้อความเกี่ยวกับการยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข ปรากฏว่าข้อมูลดังกล่าว ไม่เป็นความจริง และได้สร้างความสับสนให้กับประชาชนและสังคม ดังนั้น กระทรวงดิจิทัลฯ จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายคอมพิวเตอร์และปิดกั้นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี สำหรับประชาชนผู้ใช้สื่อโซเชียลในการติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ นั้น ขอให้ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ หรือจากหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ก่อนที่จะมีการกดไลค์ (Like) หรือแชร์ (Share) หรือส่งต่อข้อมูลดังกล่าวไปยังช่องทางสื่อต่างๆ ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เกิดการกระจายข้อมูลสร้างความสับสนหรือความเข้าใจผิดกับประชาชนในวงกว้าง

สำหรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข โดย ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ โฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้มีการยืนยันและชี้แจงต่อสาธารณชนแล้วว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่เคยยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคแต่อย่างใด อีกทั้งจะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

โดยล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2561 ซึ่งได้รับเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2560 ถึง 4.28% คิดเป็นเงิน 7,088.29 ล้านบาท ขณะที่งบเหมาจ่ายรายหัวได้รับเพิ่มขึ้น 3,197.32 บาทต่อประชากร คิดเป็นได้รับเพิ่มขึ้นหัวละ 87.45 บาท จากปี 2560 ที่ได้รับ 3,109.87 บาทต่อประชากร