แอมเพ็ค รุกตลาดความงาม ส่ง ‘XTHERMA’ ชิงส่วนแบ่งตลาด 7.6 หมื่นล้าน

แอมเพ็ค รุกตลาดความงาม ส่ง ‘XTHERMA’ ชิงส่วนแบ่งตลาด 7.6 หมื่นล้าน

ตลาดความงามไทยโตไม่หยุด รับเมกะเทรนด์ ‘Longevity’ คนยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพองค์รวมพร้อมรูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์ “แอมเพ็ค เอซเธติค” ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ความงามกว่า 22 ปี เปิดเกมรุกครั้งสำคัญ ส่งโปรแกรมยกกระชับ ‘XTHERMA’ เป็นทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่า เจาะกลุ่มคนทำงานและนักธุรกิจที่ต้องการผลลัพธ์เทียบเท่า Gold Standard ตั้งเป้าโกยรายได้ 250 ล้านบาทภายในปี 2569 พร้อมปรับยุทธศาสตร์สื่อสารตรงถึงผู้บริโภค B2C สร้างการเติบโตยั่งยืน

ภูมิทัศน์ของธุรกิจความงามในประเทศไทยกำลังแสดงสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้าสู่ตลาด หรือความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เทรนด์ความงามในปัจจุบันได้ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ และปรับเปลี่ยนไปตามความสนใจของผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัยอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ฉายภาพให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่น่าสนใจ โดยชี้ว่าบริการด้านความงามที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือบริเวณใบหน้า ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 47% ของการใช้บริการทั้งหมด ขณะที่ลำตัวและแขนขามีสัดส่วนอยู่ที่ 16% นอกจากนี้ ความต้องการบริการที่เกี่ยวข้องกับการชะลอวัย (Anti-aging) ยังคงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรวมของธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยในปี 2568 จะพุ่งสูงถึงประมาณ 76,500 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นกว่า 2.8% จากปีก่อนหน้า

ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองคือการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ของผู้บริโภค จากเดิมที่มุ่งเน้นการทำศัลยกรรมตกแต่งเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและชัดเจน มาสู่การมองหาโซลูชันการดูแลตนเองที่เน้นความยั่งยืนและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เลเซอร์เพื่อปรับปรุงคุณภาพผิว, โปรแกรม Wellness & Anti-aging เพื่อการชะลอวัยจากภายใน, ไปจนถึงหัตถการยกกระชับและลดเลือนริ้วรอยเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและดูดีในแบบฉบับของตัวเอง

ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้คือเมกะเทรนด์ระดับโลกอย่าง ‘Longevity’ หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งไม่ได้จำกัดความหมายอยู่แค่การมีสุขภาพกายที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังขยายขอบเขตครอบคลุมถึงการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ผู้บริโภคยุคใหม่ปรารถนาที่จะมีสุขภาพดี ควบคู่ไปกับการมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ และร่างกายที่กระชับ เทรนด์ดังกล่าวจึงกลายเป็นปัจจัยบวกที่ส่งเสริมให้ตลาดความงามได้รับอานิสงส์และเติบโตควบคู่ไปกับตลาดสุขภาพอย่างไม่อาจแยกจากกันได้

‘แอมเพ็ค เอซเธติค’ กับ 22 ปีแห่งความเชี่ยวชาญและการอ่านเกมตลาดที่เฉียบคม

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดความงาม บริษัท แอมเพ็ค เอซเธติค จำกัด ได้ยืนหยัดในฐานะผู้นำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ด้านความงามชั้นนำของไทยมาอย่างยาวนานกว่า 22 ปี ด้วยจุดแข็งด้านการคัดสรรนวัตกรรมมาตรฐานระดับสากลที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งจากสหรัฐอเมริกา เกาหลี และไทย

แอมเพ็ค

นายสุมิตร เตชะสุขสันติ์ ประธานบริหาร บริษัท แอมเพ็ค เอซเธติค จำกัด ได้ให้มุมมองต่อสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันว่า “เทรนด์ความงามยุคนี้ผู้บริโภคนิยมใช้เครื่องยกกระชับมากกว่าการใช้สารเติมเต็ม เพราะต้องการความเป็นธรรมชาติ ดูดีแบบเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ประกอบกับเทรนด์ ‘Longevity’ ที่กำลังมาแรง และไม่ได้จำกัดเฉพาะการดูแลแค่สุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังพบว่า เทรนด์ดังกล่าวยังส่งเสริมให้คนหันมาดูแลตัวเองแบบองค์รวม กล่าวคือมีสุขภาพดีไปพร้อมกับการดูดีภายนอกด้วยใบหน้าที่อ่อนเยาว์และร่างกายที่เฟิร์มกระชับ จึงทำให้ตลาดความงามได้รับอานิสงส์เติบโตไปพร้อมกัน”

จากความเข้าใจในความต้องการของตลาดอย่างลึกซึ้ง และการมองเห็นช่องว่างทางการตลาดที่นวัตกรรมยกกระชับระดับ Gold Standard อาจมีราคาสูงเกินเอื้อมสำหรับผู้บริโภคบางกลุ่ม ในขณะที่เครื่องมืออื่นๆ อาจยังไม่มีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์ แอมเพ็ค เอซเธติค จึงตัดสินใจนำเข้าโปรแกรม ‘XTHERMA’ จาก ‘Tentech’ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ด้านความงามระดับโลก มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการนำเสนอทางเลือกใหม่ที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าให้แก่ตลาด

‘XTHERMA’ ทางเลือกที่ชาญฉลาด (Smart Choice) เขย่าตลาดเครื่องยกกระชับ

โปรแกรม ‘XTHERMA’ ถูกวางตำแหน่งให้เป็น ‘Smart Choice’ สำหรับผู้บริโภคที่มองหานวัตกรรมยกกระชับใบหน้าและลำตัวที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับเครื่องระดับ Gold Standard แต่มาในราคาที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่ากว่าประมาณ 20-30% โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนคือ กลุ่มคนวัยทำงานไปจนถึงกลุ่มนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ (Successful Business Person) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ มีความกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยของผิว และต้องการดูดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดและไม่ต้องการเสียเวลาพักฟื้น

จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างให้กับ ‘XTHERMA’ คือนวัตกรรม ‘Smart Technology Cooling’ ซึ่งเป็นระบบปล่อยสารหล่อเย็นที่สามารถปรับระดับได้ถึง 7 ระดับ ช่วยให้ผู้ใช้บริการรู้สึกสบายผิวในขณะทำหัตถการ พร้อมมอบผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 1 ปี การได้รับรองมาตรฐานจาก FDA สหรัฐอเมริกา เกาหลี และไทย ยังเป็นเครื่องการันตีถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้

ในด้านกลยุทธ์การตลาด แอมเพ็คจะมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ผ่านการใช้อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOLs (Key Opinion Leaders) เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกับคลินิกพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ

ปรับหมากรบครั้งใหญ่: จาก B2B สู่ B2C สร้าง Brand Image ยุคใหม่

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจคือการปรับทิศทางการสื่อสารของแอมเพ็ค จากเดิมที่ตลอด 22 ปีที่ผ่านมามุ่งเน้นการทำตลาดในรูปแบบ B2B (Business-to-Business) เป็นหลัก มาสู่การขยายการสื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง หรือ B2C (Business-to-Consumer) มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป พวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลและนวัตกรรมความงามได้ง่ายขึ้น และมักจะศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ แอมเพ็คจึงต้องการให้ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และหัตถการต่างๆ อย่างถูกต้อง นอกเหนือจากการพึ่งพาข้อมูลจากรีวิวเพียงอย่างเดียว

นายสุมิตร กล่าวเสริมในประเด็นนี้ว่า “เทรนด์ความงามมีการอัปเดตอยู่ตลอด เราจึงต้องอัปเดตตามเทรนด์อยู่เสมอ เพื่อหาสินค้ามาตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค ด้วยคู่แข่งในตลาดที่เยอะขึ้น รวมถึงฝั่งผู้บริโภคเองก็หาความรู้มากขึ้น การให้ข้อมูลจากฝั่งแบรนด์ก็ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะแบรนด์ที่สื่อสารกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องจะมีชัยไปกว่าครึ่ง ปัจจุบันหลายๆ แบรนด์ที่เป็นผู้นำเข้าต่างก็เริ่มลงมาให้ข้อมูลเอง เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าเดิม”

ตั้งเป้าเติบโตทะลุ 250 ล้านบาท ตอกย้ำความแข็งแกร่ง

สำหรับเป้าหมายทางการเงิน แอมเพ็คได้วางเป้าหมายการเติบโตของโปรแกรม XTHERMA ในปีนี้ไว้ที่ 70 ล้านบาท และตั้งเป้าที่ท้าทายยิ่งขึ้นในปีหน้าไว้ที่ 250 ล้านบาท ในภาพรวมยอดขายทั้งเครือ บริษัทต้องการสร้างการเติบโตในอัตรา 40% ทุกปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของผลิตภัณฑ์และตลาด โดยตลอดสองปีที่ผ่านมาจนถึงสิ้นปีนี้ คาดว่าบริษัทจะมียอดขายรวมสะสมมากกว่า 1,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศความสำเร็จ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนของแอมเพ็คในสมรภูมิตลาดความงามของประเทศไทย

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องยกกระชับผิวโปรแกรม XTHERMA และ บริษัท แอมเพ็ค เอซเธติค จำกัด ได้ที่ Website: www.ampexaesthetics.com, Facebook: Ampex Aesthetics, และ IG: ampexaesthetics.th

#XTHERMA #แอมเพ็ค #AmpexAesthetics #ตลาดความงาม #Longevity #ยกกระชับ #ข่าวเศรษฐกิจ #ธุรกิจความงาม #นวัตกรรมความงาม #AntiAging #SmartChoice

Related Posts