รู้จัก Audi e-tron รถไฟฟ้าระดับหรูที่น่าสนใจมาก

ค่ายอื่นแค่เตรียมเปิดตัว แต่อาวดี้ ประเทศไทย ชิงตัดหน้าแนะนำ Audi e-tron 55 quattro เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 % พร้อมประกาศราคาจำหน่ายที่ 5,099,000 บาท พร้อมสร้างความมั่นใจด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี และรับประกันแบตเตอรี 8 ปี หรือ 160,000 กม.

Audi e-tron เป็นยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100 % รุ่นแรกของ Audi เปิดตัวครั้งแรกในโลกในเดือนกันยายน 2561 ที่ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกาและเปิดตัวในยุโรป ปัจจุบัน Audi e-tron มียอดจองกว่า 20,000 คันทั่วโลก

เมื่อต้นปี 2562 อาวดี้ได้วางอนาคตเข้าสู่การพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 14,000 ล้านยูโร ตั้งเป้าว่าก่อนปี 2025 จะพัฒนาให้รถยนต์รุ่นหลักๆ ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า และภายในปี 2025 หนึ่งในสามของยนตกรรมที่ส่งมอบให้ลูกค้าจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือประมาณ 800,000 คัน

Audi e-tron 55 quattro เป็นรถยนต์นำเข้าและผลิตจากโรงงานของอาวดี้ในเมือง บรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุด มีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงานเป็นของตนเอง อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคด้วย

และโรงงานผลิตรถยนต์แห่งนี้ยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พรีเมียมแห่งแรก ที่ได้รับการรับรองให้เป็นโรงงานคาร์บอนนิวทรัล ขณะเดียวกันอาวดี้มุ่งให้โรงงานแห่งนี้ เป็นโรงงานที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์ด้วย

ปูพื้นด้วยประวัติคร่าวๆ กันไปแล้ว ทีนี้ลองมาทำความรู้จักกับ Audi e-tron กันอย่างจริงจังเลยดีกว่า Audi e-tron เป็นยนตรกรรมเอสยูวีพรีเมียม 5 ที่นั่ง มาพร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Audi มีมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งที่ด้านหน้าและด้านหลังซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง

ทำให้เกิดการตอบสนองที่ฉับไวในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว หรือว่าการเร่งแซงที่ทำได้รวดเร็วทันใจ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 266 กิโลวัตต์ หรือ 360 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 561 นิวตันเมตร และเพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 664 นิวตันเมตรในบูสต์โหมด

มั่นใจในสมรรถนะที่จะตอบสนองการใช้งานด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 6.6 วินาที และ 5.7 วินาทีในบูสต์โหมด และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. นอกจากเรื่องของสมรรถนะแล้วจุดเด่นของ e-tron ก็คือ ความสามารถในการใช้งาน

Audi e-tron

โดยการชาร์จไฟ 1 ครั้ง เดินทางได้ถึง 417 กม. จากการทดสอบโดยใช้มาตรฐาน WLTP ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยีการออกแบบที่ทำให้ชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรีได้รวดเร็วเมื่อรถชะลอความเร็วหรือเบรก รวมไปถึงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วลอยตัว (coasting)

แบตเตอรีลิเธียม ไอออน มีขนาด 95 กิโลวัตต์ชั่วโมง 396 โวลต์ มีน้ำหนักรวม 700 กก. แต่มีขนาดกะทัดรัด โดยใช้พื้นที่ในการจัดวางขนาด 2.28 x 1.63 x 0.34 เมตร เท่านั้น การชาร์จไฟทำได้ทั้งการชาร์จด้วยไฟบ้านสูงสุด 11 กิโลวัตต์ และมีออปชั่นเพิ่มเป็น 22 กิโลวัตต์

โดยระยะเวลาในการชาร์จ 16 แอมป์ – 3 เฟส ใช้เวลา 9 ชั่วโมง ประจุไฟฟ้าได้จาก 0 – 100 % และในการชาร์จกระแสไฟตรง 150 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จประจุไฟฟ้าได้ จาก 0 – 80 % ภายในเวลา 30 นาที

ไดชาร์จและไดสตาร์แต่ละหน่วยจะถูกควบคุมด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในการแปลงพลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งผสมผสานการทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับขี่ มอเตอร์ไฟฟ้าจะถ่ายทอดกำลังโดยตรงไปยังล้อ

ควบคู่ไปกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) ที่จะเสริมสร้างให้การออกตัวในลักษณะเร่งแซงมีประสิทธิภาพและสร้างความสนุกสนานในการขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ quattro ที่ประกอบด้วยโหมด Auto, Dynamic และ Off-road พร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับในทุกสถานการณ์ ในสภาพการขับขี่ ปกติระบบจะประมวลผลการใช้พลังงานในระดับต่ำ ที่เพียงพอสำหรับการขับเคลื่อน เพื่อประหยัดพลังงาน

พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า จากข้อมูลการขับขี่ในขณะนั้น และเตรียมพร้อมสำหรับปรับเปลี่ยนการถ่ายทอดกำลังระหว่างเพลาหน้าและหลังได้อย่างอิสระเพียงเสี้ยววินาที ให้เหมาะสมในแต่ละสภาพการขับขี่ โดยสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด เร้าใจ สุขกับทุกจังหวะการขับขี่จากโหมด ESC Sport และ ESC Off

การนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่อย่างชาญฉลาด Energy Recuperation ด้วยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน และผลิตพลังงาน Audi e-tron ได้พัฒนาวิธีการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (recuperation) จากพฤติกรรมการขับขี่ 2 รูปแบบ ที่จะก่อกำเนิดให้มีพลังงานในระบบเพิ่มขึ้น

เพื่อที่ผู้ขับขี่จะสามารถเดินทางได้ระยะทางมากกว่าเดิม โดยพลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว (coasting) เมื่อผู้ขับขี่ถอนเท้าออกจาก คันเร่ง กำลังของการชะลอความเร็วรถจะลดลงสูงสุดที่ 0.1 g

Audi e-tron

โดยมีการนำพลังงานส่วนเกิน กลับมาใช้ใหม่ 3 ระดับ ผ่านการตั้งค่าจากแป้น paddle shifts ที่ติดตั้งหลังพวงมาลัย ระดับที่ 1 การปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว ระดับที่ 2 การชะลอความเร็วในระดับปานกลาง ระดับที่ 3 การชะลอความเร็วในระดับสูง

นอกจากนี้ผู้ขับขี่สามารถเลือกที่จะตั้งระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่โดยอัตโนมัติ ผ่านฟังก์ชัน Predictive efficiency assist (PEA) ในระบบ MMI ได้อีกด้วย จากการประมวลผล และควบคุมการเคลื่อนที่เชิงฟิสิกส์ ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมความเร็วของรถได้จากการถอนเท้าออกจากคันเร่ง

โดยที่ไม่ต้องเหยียบเบรกได้ พลังงานจากการเบรก เมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรก กำลังของการชะลอความเร็วรถ จะลดลงถึง 0.3 g ระบบควบคุมการเบรกจะให้การตอบสนองเสมือนการเหยียบแป้นเบรกปกติ

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่กำลังของการชะลอความเร็วรถลดลงมากกว่า 0.3 g จะทำให้แรงเสียดทานของเบรกไฮดรอลิกทำงานโดยอัตโนมัติ

Audi e-tron มีขนาดตัวถังยาว 4.9 เมตร กว้าง 1.94 เมตร สูง 1.62 เมตร มีฐานล้อยาว 2.93 เมตร น้ำหนักของรถอยู่ที่ 2,490 กก. ออกแบบด้วยความคำนึงหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งมีผลต่อสมรรถนะการขับขี่และประหยัดพลังงาน มีค่าซีดี

เมื่อรวมกระจกมองข้างอยู่ที่ 0.28 หากไม่มีกระจกเหลือ 0.27 ซึ่งเป็นค่า ซีดี ที่ดีที่สุดในกลุ่มรถเอสยูวี มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย 600 ลิตร และสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 1,725 ลิตร เมื่อพับเบาะด้านหลังลง และยังมีที่เก็บสัมภาระด้านหน้าอีก 60 ลิตร

ระบบ MMI Touch Response หน้าจอดิสเพลย์ MMI แบบทัชสกรีน ขนาด 8.6 และ 10.1 นิ้ว พร้อมฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียง กล้องแสดงภาพด้านข้าง (Virtual exterior mirrors (อุปกรณ์สั่งพิเศษ)) นวัตกรรมแห่งเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย

สัมผัสประสบการณ์ใหม่จากกล้องแสดงภาพด้านข้าง ที่จะแสดงผลบนหน้าจอ OLED ความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว พร้อมฟังก์ชั่นควบคุมแบบสัมผัส ที่ติดตั้งบริเวณแผงประตูซ้าย-ขวา เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้มองเห็นภาพด้านข้างตัวรถที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

แม้อยู่ในสภาวะการเดินทางที่ไม่เอื้ออำนวย ระบบนำทางแสดงภาพคมชัด ติดตั้งระบบอาวดี้ คอนเนคท์ และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทั้งระบบช่วยการขับขี่ในเมือง ระบบช่วยจอด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

นายอเล็กซานเดอร์ วอน วัลเดนเบิร์ก เดรซิล ผู้อำนวยการส่วนงานต่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน และอินเดีย บริษัท AUDI AG กล่าวว่า เป้าหมายในการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ของ อาวดี้ ไม่ได้เพียงแค่เน้นความประหยัด การไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

แต่จะต้องเป็นรถที่มี DNA ของอาวดี้ Vorsprung Durch Technik ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะดวกสบาย สมรรถนะทรงพลัง อารมณ์สปอร์ต ที่สำคัญความสามารถในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรถที่ใช้พลังงานชนิดใดก็ตาม

นั่นจึงทำให้ Audi e-tron รถพรีเมียมเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของอาวดี้ มีความสมบูรณ์และพร้อมที่จะตอบสนองในทุกการใช้งาน

นายกฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร Audi Thailand กล่าวว่า ภายใต้การสนับสนุนของ AUDI AG การเปิดตัว Audi e – tron : Audi’s First Luxury Pure Electric Car ยนตกรรมเอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 % จะสร้างปรากฏการณ์สำคัญครั้งใหม่

โดยเฉพาะในกลุ่มยนตรกรรมพรีเมียม ในด้านสมรรถนะ ดีไซน์ และความก้าวล้ำแห่งเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของลูกค้า และนับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนาและขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็น smart city

ซึ่งวันนี้เราพร้อมสนับสนุน และกล้าที่จะเปลี่ยนเพื่อความยั่งยืน และจากนโยบายด้านความยั่งยืนที่กลายเป็นรูปธรรม ด้วยการนำยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างรวดเร็ว Audi e-tron 55 quattro มีให้เลือก 6 สี คือ สีดำ สีขาวกลาเซีย สีเทา สีน้ำเงินกาแล็คซี่ และสี Siam beige

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

อาวดี้ ประเทศไทย