8 เรื่องที่ต้องรู้เมื่อ HUAWEI Mate X มาโชว์ตัวในไทย

1.ไทยเป็นประเทศกลุ่มแรกๆ ที่ได้สัมผัสกับ HUAWEI Mate X หลังจากการโชว์ตัวในงาน Mobile World Congress 2019 (MWC 2019) แต่ยังไม่มีกำหนดอย่างชัดเจนว่าจะเปิดขายเมื่อไร

2.HUAWEI Mate X สมาร์ทโฟน 5G แบบพับหน้าจอได้ที่เร็วที่สุดในโลก นำเสนอข้อมูลนวัตกรรม 5G แบบครบวงจรทั้งชิปเซ็ต Balong 5000 ชิปเซ็ต 5G แบบมัลติโหมดรุ่นแรกของโลก

3.HUAWEI Mate X คือจุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนแห่งยุคอนาคตที่ผสานทั้งเทคโนโลยี 5G แนวคิดสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอพับได้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และส่วนต่อประสานผู้ใช้แบบไม่เหมือนใครเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ จากสมาร์ทโฟนแนวคิดใหม่

ผสานพาเนลจอแบบ OLED ที่ยืดหยุ่นได้เข้ากับบานพับกลไกแบบฟัลคอนวิง (Falcon Wing Mechanical Hinge) ผสานข้อดีของทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตไว้อย่างลงตัว หน้าจอ FullView OLED แบบยืดหยุ่นได้

4.HUAWEI Mate X ในโหมดแท็บเล็ตให้ประสิทธิภาพการสลับการทำงานระหว่างแอปพลิเคชันเป็นไปโดยง่ายขึ้น ผู้ใช้งานสามารถทำงานโดยใช้หน้าจอ 2 หน้าจอพร้อมกัน เพื่อการทำงานหลายงานพร้อมกัน สร้างความรู้สึกเหมือนใช้งานเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์

5.มีกล้องถ่ายภาพที่เยี่ยมยอด โดยหน้าจอที่พับได้ทำให้กล้องถ่ายภาพเป็นได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังตามต้องการ โดยผู้ใช้สามารถถ่ายรูปให้เพื่อนหรือแฟนโดยที่พวกเขาสามารถเห็นหน้าตาของตัวเองอยู่ในเฟรมนั้นด้วย

6.แบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีความจุ 4,500 mAh อีกทั้งยังรองรับ HUAWEI SuperCharge ชาร์จแบตได้อย่างรวดเร็วสอดรับกับยุค 5G

7.หัวเว่ยได้เปิดตัวชิปเซ็ต Balong 5000 ชิปเซ็ต 5G แบบมัลติโหมดรุ่นแรกของโลก ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่จะเปิดศักราชใหม่สู่ยุค 5G เนื่องจากชิปเซ็ตนี้สามารถรองรับอุปกรณ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน อุปกรณ์รับส่งสัญญาณบรอดแบนด์ภายในบ้าน อุปกรณ์ภายในรถยนต์ และโมดูล 5G ประเภทต่างๆ

อีกทั้งช่วยให้กระบวนการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เป็นไปได้ โดยนอกจาก HUAWEI Mate X สมาร์ทโฟน 5G แบบพับหน้าจอได้ที่เร็วที่สุดในโลกแล้ว ชิปเซ็ตนี้ได้นำไปใชักับอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ HUAWEI 5G CPE Pro สำหรับใช้ในบ้านอีกด้วย

8.ปัจจุบันหัวเว่ยมีวิศวกรที่ทำงานด้านการวิจัยและพัฒนาด้าน 5G จำนวน 5,700 คน ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการรับส่งข้อมูลแบบ 5G จำนวน 500 คน และมีศูนย์ R&D ด้าน 5G รวม 9 แห่งทั่วโลก โดยในปี 2018 หัวเว่ยใช้งบประมาณลงทุนด้าน 5G กว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐ

เพื่อทำการพัฒนานวัตกรรม 5G อย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้แนวคิดที่ทุกสมาร์ทดีไวซ์เชื่อมโยงกันผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใกล้เป็นจริงยิ่งกว่าที่เคย ซึ่ง 5G ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติเข้าสู่ยุคแห่งการเชื่อมต่อ ที่จะทำให้ชีวิตของทุกคนง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสุขภาพดีขึ้น

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

หัวเว่ย ประเทศไทย