TOT Fiber 2U มั่นใจขาดทุนแน่นอน 1.5 พันล้าน แต่ขาดทุนลดลงจากปีที่ผ่านมา

ในขณะที่บมจ.ทีโอที เตรียมตัวที่จะรับรู้รายได้ที่เป็นกำไรในปีนี้ แต่สำหรับหน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ยังมีความมั่นใจว่าในปีนี้จะยังคงขาดทุนอยู่ที่ประมาณ 1.5 พันล้านบาท แต่เป็นการขาดทุนลดลงจากปีที่ผ่านมา และเป็นการขาดทุนที่เกิดจากการต้องนำรายได้ไปจ่ายให้กับส่วนงานในทีโอทีกันเอง

ส่วนผลการดำเนินการในปีนี้มั่นใจทุกอย่างกำลังดีขึ้น และตั้งเป้าหมายจำนวนลูกค้า TOT Fiber 2U ไม่ต่ำกว่า 1,500,000 รายจากขณะนี้อยู่ที่ 1 ล้านราย

สำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานั้น หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์มีรายได้รวม 17,566 ล้านบาท แบ่งเป็นจากการให้บริการในส่วนของ Voice (รวม True และ tt&t) 7,193 ล้านบาท บริการ Wireline Broadband 9,521 ล้านบาท บริการ ICT Solution 301 ล้านบาท บริการเสาและพื้นที่อาคาร 215 ล้านบาท

และรายได้อื่นๆ 336 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายรายได้ในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 19,000 ล้านบาท แบ่งเป็น Voice 8,324 ล้านบาท Wireline Broadband 10,033 ล้านบาท ICT Solution 431 ล้านบาท บริการเสาและพื้นที่อาคาร 137 ล้านบาท และอื่นๆ 75 ล้านบาท

นายอนุรุต อุทัยรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาเราเพลี่ยงพล้ำหลายเรื่องแต่เราก็มีกระบวนการจัดการหลายอย่างในปีนี้จึงมีความพร้อมมากขึ้น โดยได้นำนโยบายจากส่วนกลางเข้ามาปฏิบัติใน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การทำรายได้ให้ได้ตามเป้าหมายเพื่อให้ผลประกอบการดี 2.การพัฒนาด้านคุณภาพ

โดยจะมีการใส่ใจในเรื่องของการใช้งานอุปกรณ์ตั้งแต่ต้นทางไปปลายทาง 3.การลดต้นทุนเพื่อการดำเนินงาน โดยมีการตั้งทีมงานวิเคราะห์อุปกรณ์ปลายทางให้สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ และ 4.การสร้างผลกำไร โดยทั้งหมดจะทำให้หน่วยธุรกิจเติบโตขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันทีโอที มีลูกค้าใช้บริการ TOT Fiber 2U บรอดแบนด์ ซึ่งเป็นโครงข่ายออฟติกไฟเบอร์แท้ 100% ถึงบ้านลูกค้ามากกว่า 1 ล้านราย สำหรับปีนี้ทีโอทีตั้งเป้าหมายจำนวนลูกค้า TOT Fiber 2U ไม่ต่ำกว่า 1,500,000 พอร์ต โดยคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายด้วยความต้องการเพิ่มที่มากขึ้นทั้งของภาคราชการ

ภาคธุรกิจและภาคประชาชนจากนโยบายของรัฐบาลตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งในปีนี้ ทีโอที ได้ลงทุนในการขยายโครงข่ายเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่บริการทั่วประเทศ โดยจะใช้งบประมาณ 500 ล้านในการทำเอฟทีทีเอ็กซ์ และงบการตลาดประมาณ 100 ล้านบาท

“ในปีนี้ทีโอทีจะทำการการพัฒนาคุณภาพบริการเพื่อให้ลูกค้าผู้ใช้บริการ ของ ทีโอที ได้รับประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานที่ดีขึ้น มีความเสถียรควบคู่กับความปลอดภัยในการใช้งานรองรับประเภทอุปกรณ์ต่อเชื่อมได้มากขึ้นรวมถึงปรับปรุง ที่สำคัญ ทีโอที ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดโดยออกโปรโมชันใหม่ๆ

ที่มีความเหมาะสมกับความต้องการการใช้งานของลูกค้าในทุกกลุ่มทุกเซ็กเมนท์เพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์และการใช้งานของลูกค้ามากที่สุด ซึ่งขณะนี้ทีโอทีมีพื้นที่ในการให้บริการบรอดแบนด์ด้วยโครงข่าย Fiber ครอบคลุมทุกจังหวัดทุกตำบล และภายในปี 2561 คาดว่าจะสามารถให้บริการครอบคลุมในระดับหมู่บ้านได้ทั่วประเทศ

นายอนุรุต กล่าวว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ มีอัตราการเติบตต่อเนื่องเฉลี่ยประมาณ 14.5% ต่อปี ซึ่งการขยายตัวส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตเมืองเนื่องจากโอเปอร์เรเตอร์ผู้ให้บริการทุกรายมีการขยายโครงข่ายในการให้บริการเป็นจุดแรกๆ

สำหรับปี 2560 ที่ผ่านมารัฐบาลได้สนับสนุนการขยายโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงในพื้นที่รอบนอกที่ยังไม่มีโครงข่ายโอเปอร์เรเตอร์ผู้ให้บริการรายใดเข้าถึง ทำให้สัดส่วนการเติบโตในพื้นที่รอบนอกในปี 2560 สูงกว่าปีอื่นๆ มากกว่า 2 เท่า ส่งผลให้ตัวเลขอัตราการใช้งานต่อครัวเรือนที่เคยประมาณการไว้ที่ 35% สูงขึ้น 38%

โดยในส่วนของ TOT Fiber 2U มีการอัตราการเติบโตของลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีเหตุจากการปรับโปรโมชันให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า รวมถึงพัฒนาคุณภาพการให้บริการโดยติดตั้งให้รวดเร็วขึ้น

โดยในไตรมาสที่ 1 ของ ปี 2560 ทีโอที ติดตั้งเฉลี่ยได้ 30,000 พอร์ตต่อเดือน หลังจากพัฒนาคุณภาพการให้บริการสามารถติดตั้งได้สูงถึง 53,000 พอร์ตในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีเดียวกัน

“ทีโอที มุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นจริงและจับต้องได้ ภายใต้แคมเปญ “Big Change” โดยการส่งมอบบริการในรูปแบบใหม่ที่ตรงความต้องการใช้งานมากที่สุด คุณภาพของทีมช่างในการติดตั้งตรวจแก้ที่รวดเร็วและติดตามผลได้จริง

รวมถึงการปรับปรุงช่องทางให้บริการต่างๆ (touch point) ให้เข้ากับ Life Style ของลูกค้าทุกกลุ่ม และที่สำคัญความรับผิดชอบต่อการให้บริการที่ บมจ.ทีโอที ยึดมั่นให้ความสำคัญมาโดยตลอด”

สำหรับแคมเปญ TOT Fiber 2U “Net Revo” รองรับการใช้งานให้ลูกค้าทุกระดับด้วยความเร็วเริ่มต้น 50Mbps/ 20Mbps ด้วยราคาเพียง 590 บาทต่อเดือน โดยลูกค้าที่ต้องการความเร็วสูงในการใช้งานสามารถเลือกใช้ได้ถึง 200Mbps/ 100Mbps ราคาเพียง 1,200 บาทต่อเดือน

ซึ่งในแต่ละแพ็คเก็จนั้น ทีโอที ได้จัดเตรียมอุปกรณ์ปลายทางซึ่งผ่านการทดสอบและกำหนดมาตรฐานให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า