กสิกรไทย แลกเปลี่ยนพนักงานกับแบงค์เมียนมาหวังเพิ่มยอดโอนเงิน

หลังจากได้จัดตั้งศูนย์ธุรกิจการค้าชายแดนสาขาแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อส่งเสริมการค้าและการทำธุรกรรมการเงินระหว่างไทยกับเมียนมาแล้ว ล่าสุด กสิกรไทย ยังได้จับมือ คันบาวซา แบงก์อันดับหนึ่งในเมียนมา แลกเปลี่ยนพนักงานแม่สอด-เมียวดีเพื่อต่อยอดธุรกิจการค้าชายแดน ไทย-เมียนมา

เน้นสนับสนุนการชำระค่าสินค้านำเข้า – ส่งออกผ่านระบบธนาคาร ตั้งเป้ายอดเงินโอนระหว่างประเทศผ่านศูนย์ธุรกิจฯ สาขาแม่สอด เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 200 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานของการจัดตั้งศูนย์ธุรกิจการค้าชายแดนกสิกรไทย สาขาแม่สอดนั้นได้สนับสนุนวงเงินสินเชื่อให้ผู้ประกอบการแม่สอดเพื่อลงทุนในเมียนมาไปแล้วกว่า 150 ล้านบาท จับคู่ธุรกิจรวม 10 รายและจัดกิจกรรมสัมมนาในพื้นที่เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการค้าการลงทุนอีกหลายครั้ง

นายกิตติชาติ โพธิทัต ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกลยุทธ์และการตลาดธุรกิจข้ามประเทศ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เมียนมาเป็นตลาดที่ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญ ในฐานะที่เป็นประเทศที่มีการค้าชายแดนกับไทยในปริมาณสูงมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นมุ่งอำนวยความสะดวกด้านบริการทางการเงินให้แก่นักลงทุนและผู้ประกอบการการค้าชายแดนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

โดยล่าสุดธนาคารกสิกรไทยได้ขยายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนพนักงานกับธนาคารคันบาวซา โดยส่งพนักงานของธนาคารกสิกรไทยไปปฏิบัติงานที่ธนาคารคันบาวซา สาขาเมียวดี และรับพนักงานของธนาคารคันบาวซา มาปฏิบัติงานที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาแม่สอด เป็นเวลา 1 ปี

การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จะทำให้ธนาคารกสิกรไทยจะได้ศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ กฎระเบียบของธนาคาร และพฤติกรรมการใช้บริการทางการเงินของลูกค้าชาวเมียนมา

ส่วนพนักงานธนาคารกสิกรไทยที่อยู่ในโครงการแลกเปลี่ยน จะช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทย ให้แก่ผู้ประกอบการชาวเมียนมาด้วยเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้การทำธุรกิจของผู้ประกอบการการค้าชายแดนทั้งสองฝั่งเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

“ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องการความรู้เกี่ยวกับระบบธนาคารในเมียนมา และช่องทางที่น่าเชื่อถือในการหาคู่ค้าชาวเมียนมา ในขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีชาวเมียนมาก็ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารไทยเช่นกัน”

“แต่มีข้อจำกัดด้านการสื่อสาร ดังนั้นจากความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจในการทำธุรกรรมทางการเงินและการค้าชายแดนระหว่างกันได้ดีขึ้น และทำให้การค้าขายระหว่างกันเติบโตมากขึ้น”

สำหรับปี 2561 นี้ ธนาคารยังคงให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการค้าชายแดนเช่นเดิม พร้อมทั้งมุ่งเน้นในเรื่องเงินโอนต่างประเทศยิ่งขึ้น โดยสนับสนุนให้มีการชำระเงินค่าสินค้านำเข้า-ส่งออกผ่านระบบธนาคารมากขึ้นจากเดิมที่เป็นการโอนนอกระบบเกือบ 100%

ซึ่งธนาคารฯ ตั้งเป้าจะมียอดเงินโอนระหว่างประเทศเพื่อการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านศูนย์ธุรกิจฯ สาขาแม่สอด เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 200 ล้านบาท

นายกิตติชาติ กล่าวว่า การให้ความสำคัญกับธุรกิจในประเทศเมียนมาไม่เพียงแต่เรื่องการค้าชายแดนเท่านั้น ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารคันบาวซายังมีการพัฒนาบริการชำระเงินข้ามประเทศร่วมกันด้วย เช่น บริการโอนเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่น

และบริการโอนเงินรายได้ส่งกลับประเทศเมียนมา (Myanmar Worker Remittance) ช่วยให้แรงงานเมียนมาในไทยที่มีบัญชีธนาคารคันบาวซา สามารถโอนเงินสะดวกมากขึ้นเพียงแค่นำบัตร Myanmar Remit Card ไปสแกนบาร์โค้ดที่ตู้เอทีเอ็มเท่านั้น

นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังร่วมมือกับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศเมียนมา หรือ UMFCCI (Union of Myanmar Federation of Chambers of Commerce and Industry) จัดกิจกรรมสัมมนา “SME Capacity Building Program” เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในเมียนมา

โดยให้ความรู้ในเรื่องการประกอบธุรกิจและการจัดการภายในเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ รวมถึงแนะนำการจัดทำงบการเงินให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากลเพื่อการขอสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 2559 ใน 6 เมืองหลัก ได้แก่ ย่างกุ้ง เมียวดี หงสาวดี เมาะลำไย มะริด และตองยี ซึ่งมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเมียนมา เข้าร่วมแล้วกว่า 600 ราย