ไอเน็ตเลือกโซลูชัน ‘นูทานิคซ์’ สร้างบริการใหม่บนแพลตฟอร์มคลาวด์

Hits: 61

แม้การให้บริการคลาวด์จะเพิ่งเติบโต และเริ่มมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายกับองค์กรธุรกิจต่างๆ แต่สำหรับไอเน็ต กลับมองว่าตลาดนี้ไม่น่าสนใจอีกต่อไป จึงได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ไม่ทำธุรกิจแบบเดิมและเริ่มไปหาโอกาสทางการตลาดที่ยังไม่มีใครให้ความสนใจ โดยได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ ‘นูทานิคซ์’ เป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับบริการต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ไอเน็ตตัดสินใจทรานฟอร์มจากคลาวด์โพรไวเดอร์เป็นแพลตฟอร์มโพรไวเดอร์ เนื่องจากปัจจุบันมีเอสไอและโมบายโอเปอเรเตอร์เข้ามาเล่นในตลาดนี้มากขึ้น ทำให้ธุรกิจนี้คู่แข่งมากขึ้น และทำให้กลายเป็นเรดโอเชียนที่มีการแข่งขันกันอย่างหนักหน่วง การสร้างบริการใหม่ ทันสมัย รวดเร็ว ใช้งานง่ายให้กับลูกค้าได้มากขึ้น จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถสร้างโอกาสทางรายได้ที่มากกว่า

นายวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเน็ต กล่าวว่า ปีนี้มีความต้องการแพลตฟอร์มมากขึ้น ไอเน็ตจะไม่แข่งกับเอสไอด้วยบริการเดิมๆ แต่จะทำให้แตกต่าง มุ่งการขายตรงกลางระหว่างลูกค้าของเรากับลูกค้าของเขา ด้วยการใส่บริการใหม่ๆ เข้าไปเสริมกับโครงสร้างคลาวด์ที่เรามีอยู่ ตอบโจทย์ลูกค้าที่ไปคลาวด์ขนาดใหญ่ไม่ไหว ด้วยไลเซนต์ถูกกฏหมายแต่ราคาไม่แพง

ไอเน็ตใช้ Enterprise Cloud OS software ของนูทานิคซ์ ซึ่งเปรียบเป็นระบบไพรเวทคลาวด์ เป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับบริการ INET NX Cloud ซึ่งเป็นบริการที่รองรับทั้งด้านพับลิคคลาวด์, การบริหารไพรเวทคลาวด์ และบริการโครงสร้างพื้นฐานเวอร์ชวลเดสก์ท็อป เพื่อนำเสนอ Enterprise Cloud OS software ที่มีราคาสมเหตุสมผล และมีความปลอดภัย เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และสามารถแข่งขันกับบริการพับบลิคคลาวด์ในต่างประเทศ และผู้ให้บริการคลาวด์อื่นๆ ในประเทศ

“คลาวด์เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่องค์กรธุรกิจให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานไอทีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ให้บริการด้านไอทีจึงต้องพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน แต่มีราคาที่ลดลง ใช้งานง่าย ยืดหยุ่น และมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล”

นายวัลล์ชัย กล่าวว่า หลังจากนำโซลูชันของนูทานิคซ์เข้ามาใช้ ทำให้ไอเน็ตสามารถเพิ่มบริการใหม่ๆ ได้เพิ่มขึ้น 8 บริการ ในเวลาเพียง 2 เดือน สร้างรายได้เพิ่มภายใต้บริการของ INET NX Cloud 20 % และประหยัดค่าซอฟต์แวร์ไลเซ่นได้ถึง 25 – 30% โดยในปีที่ผ่านมาบริการคลาวด์เติบโตมากขึ้น

ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าขนาดเล็กลงโดยเฉพาะในกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งไอเน็ตเน้นการเช่าใช้ในราคาไม่แพง ทำให้ยอดลูกค้าเพิ่มจาก 800 ราย เป็น 1,500 ราย โดยมีรายได้รวม 1,200 ล้านบาท มาจากการให้บริการคลาวด์ 60% ส่วนปีนี้น่าจะแตะ 1,600-1,700 ล้านบาท

นอกจากนี้ไอเน็นยังเตรียมที่จะใช้ Nutanix Calm ซึ่งสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของแอปพลิเคชันต่างๆ ที่จะต้องใช้งาน และจัดวางแอปพลิเคชันเหล่านั้นลงบนระบบคลาวด์ที่เหมาะสมกับเวิร์กโหลดแต่ละประเภท และประสานการทำงานระหว่างระบบ มัลติคลาวด์ ให้สอดคล้องกัน

สำหรับให้บริการ Platform as a Services (PaaS) และ Software as a Services (SaaS) สำหรับสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องและทันต่อความต้องการ

ปัจจุบันไอเน็ตให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับธุรกิจ (Full Internet Access for Business) และบริการครบวงจรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Business Solutions) เช่น บริการอินเตอร์เน็ตดาต้าเซ็นเตอร์ (Internet Data Center: IDC), คลาวด์เซอร์วิส (Cloud Services),

อีดีซี เน็ตเวิร์ค เซอร์วิส (EDC Network Service) และซอฟต์แวร์เซอร์วิส (Software Services) ไอเน็ตมีลูกค้าที่ใช้บริการ INET NX Cloud ที่สร้างบนโครงสร้างพื้นฐาน Enterprise Cloud OS Software ของนูทานิคซ์ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มธุรกิจพลังงาน การศึกษา ประกัน และค้าปลีก

สำหรับการลงทุนในอนาคตของไอเน็ตนั้น ได้เตรียมเงินลงทุน 4,000 ล้านบาทใน 4 ปี นับจากนี้ โดยจะทำการขยายดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นเป็น 7 แห่ง จากขณะนี้ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ 4 แห่งรวมพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร

โดยจะมุ่งทำดาต้าเซ็นเตอร์ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อดึงข้อมูลจากต่างประเทศเข้ามาและจะสร้างแพลตฟอร์มของไทยเอง เพื่อเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานที่ไทยควรจะมีอย่างเช่น อีเมล์ การยืนยันตัวตนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

“โดยจะพัฒนาให้เป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ให้เอสเอ็มอีใช้เป็นเครื่องมือดิจิทัลทางการตลาดได้ดีขึ้น ทำให้การทำธุรกิจง่ายด้วยการใช้ข้อมูลเดียวกัน และให้เข้ามาใช้โครงสร้างพื้นฐานของเรา ซึ่งคาดว่าแพลตฟอร์มนี้ในปีนี้จะเป็นไพลอตให้ลูกค้าเราก่อน

และจะสามารถเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาใช้งานได้ในปี 2019 ให้ทุกคนเข้ามาเกาะเราแล้วนำไปพัฒนาต่อ รายย่อยและเล็กจะใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น เป็น Citizens Centric”

ด้านนายทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการ นูทานิคซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบัน ลูกค้าต้องการโซลูชันที่ใช้งานง่าย รวดเร็ว ยืดหยุ่น เสถียร วิเคราะห์ได้แบบเรียลไทม์ ปลอดภัย ให้ข้อมูลได้ทันทีเมื่อต้องตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อยืนอยู่ได้ในยุคที่มีการแข่งขันกันสูง

ซึ่ง Enterprise Cloud OS software ของนูทานิคซ์ช่วยให้ไอเน็ตตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย รวดเร็วขึ้น ด้วยคุณสมบัติที่คล่องตัว ความเป็นอัตโนมัติ ประสิทธิภาพสูงจากระบบคลาวด์ และยังมีความปลอดภัยสูง สามารถควบคุมการทำงานได้ด้วยตนเองทำให้สามารถควบคุมและยกระดับมาตรฐานการให้บริการได้อย่างมั่นใจ

ทั้งนี้ Enterprise Cloud OS software ของนูทานิคซ์เป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบไอเปอร์คอนเวิร์จซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความสามารถโดดเด่นที่รวมเอาสตอเรจ ระบบเน็ตเวิร์ค และระบบการประมวลผลไว้ในอุปกรณ์เดียว รองรับซอฟต์แวร์ได้หลากหลาย และใช้ได้ทั้งกับระบบพับลิคคลาวด์ ไพรเวทคลาวด์ และระบบที่ติดตั้งภายในองค์กร