แสนสิริพร้อมเปิด e-Wallet อัปเกรดโมบายแอปใหม่ตอบทุกโจทย์ในบ้านมากขึ้น

Hits: 38

“เทคโนโลยีไม่ใช่ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อแต่ถ้าเราไม่มีเขาก็จะไม่สนใจ” คำกล่าวของ ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ให้เหตุผลในการอัปเกรด Home Service ให้เป็นเวอร์ชัน 2018
ที่จะเน้นการสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการอยู่อาศัยของลูกค้าให้ดีขึ้น ผ่านการดูแลลูกบ้านตั้งแต่เริ่มตัดสินใจเป็นครอบครัวแสนสิริไปจนถึงเข้าอยู่
สาระสำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้ไม่ได้แค่การสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่หมายถึงการเข้าไปอยูในทุกๆ รายละเอียดของการใช้ชีวิตของลูกค้าที่ง่ายขึ้น ด้วยการก้าวไปสู่การทำธุรกรรมทางด้านการเงินของลูกค้าผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Wallet
ที่แสนสิริกำลังร่วมกันพัฒนากับธนาคารแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะพร้อมให้บริการในไตรมาสที่ 3 ปีนี้
“e-Wallet ของแสนสิริเป็นฟังก์ชันบนแอปด้านการอยู่อาศัย ที่จะไม่เพียงช่วยให้เรื่องการจ่ายทุกค่าใช้จ่ายเพื่อการอยู่อาศัยง่ายขึ้น สะดวกยิ่งขึ้น ในแอปพลิเคชันเดียว ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าส่วนกลาง ค่าผ่อนคอนโด
แต่จะเป็นการตอบสนองต่อเทรนด์ e-Commerce Lifestyle ที่ในอนาคตจะรองรับการซื้อขายสินค้าและบริการต่างๆ ด้วยระบบ Payment Gateway ที่กำลังอยู่ในระหว่างการวางระบบ พร้อมดึงพันธมิตรร้านค้าชั้นนำต่างๆ มารวมอยู่ใน E-Wallet เพื่อสร้างความสะดวกสบายมากขึ้น”
ดร.ทวิชา กล่าวว่า การพัฒนาแอปพลิเคชันเวอร์ชัน 2018 ในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้แอปเท่านั้น แต่เป็นการสร้างแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูล ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตของลูกค้
สามารถเช็คข้อมูลตัวเองได้ ทั้งข่าวสาร ประกาศ ต่างๆ รวมไปถึงการจองคิวการใช้งานโคเวิร์กกิงสเปซตลอดจนพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ โดยปัจจุบัน Home Service Application มีลูกบ้านดาวน์โหลดแล้ว 60,000 ครั้ง มีการใช้งานอย่างต่อเนื่องประมาณ 15,000 คนใน 154 โครงการ 52,000 ยูนิต ทั่วประเทศ
โดยในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานต่อเนื่องเป็น 50,000 ราย
Home Service ของแสนสิริ เปิดตัวในปี 2555 โดยได้มอบหมายให้สิริเวนเจอร์เป็นผู้พัฒนาอินโนเวชันที่จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน มีทีมทำงานที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเอง
โดยในบางฟังก์ชันได้เข้าไปลงทุนกับสตาร์ทอัปที่มีความคิดน่าสนใจแล้วนำมาต่อยอด ซึ่งแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่นี้จะเน้นการจับมือกับพาร์ทเนอร์ มีความเชี่ยวชาญตรงกันอยู่บนแพลตฟอร์มเว็บเซอร์วิสเทคโนโลยีระดับโลกจาก Amazon AWS, Microsoft และ Google
“สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจในการอัปเกรดครั้งนี้คือ PropTech ฟังก์ชันสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยใช้งานได้จริงแล้ววันนี้เป็นรายแรกของประเทศไทย และฟังก์ชัน E-Wallet ฝังในแอปรองรับไลฟ์สไตล์จับจ่ายออนไลน์ คอนเซ็ปท์ An all-in-one app to complete your everyday living experience เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ ๆ
และรองรับเทรนด์ e-Commerce Lifestyle ของผู้บริโภค เพื่อให้เป็น Living Experience Toolkit ที่เปรียบเสมือนรีโมทในมือพวกที่สามารถควบคุมสั่งการได้ง่าย เพิ่มความสะดวกสบายของการใช้ชีวิตลูกบ้านแสนสิริ”
นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า การยกระดับแอป Home Service ประกอบด้วย 4 แนวคิดหลัก คือ 1. Convenience: ใช้งานง่ายขึ้นสะดวกขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทุกเจเนอเรชันด้วยการออกแบบ User Experience (UX) ให้ใช้งานง่าย
2. Cover ขยายขอบข่ายความสามารถของแอพให้กลายเป็นทุกอย่างเพื่อการอยู่อาศัยของลูกบ้าน ตั้งแต่เรื่องการซื้อของ แต่งบ้าน งานบ้าน ฯลฯ 3. Customize การแสดงผลข้อมูลที่เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคนทั้งเรื่องของโครงการที่เป็นเจ้าของ ความสนใจ
และ 4. Privilege รวบรวมสิทธิพิเศษเหนือระดับให้กับลูกบ้านแสนสิริโดยเฉพาะ
โมบายแอปพลิเคชัน Home Service รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android และเตรียมพัฒนาไปสู่ Home Service Platform ที่ให้บริการอยู่บนอุปกรณ์อื่นๆ อาทิ Smart Speaker, Smart Display, Wear OS เป็นต้น
สามารถใช้งานได้ถึง 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ จีนกลาง จีนกวางตุ้ง และญี่ปุ่น และได้อัพเกรดเทคโนโลยีแชทบอทมาช่วยตอบคำถามในช่วงนอกเวลาทำการ
“ลูกค้าสามารถใช้แอปในการติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการ รวบรวมเอกสารและข้อมูลการโอนต่างๆ บริการแจ้งเตือนจดหมายและพัสดุอัตโนมัติ บริการแจ้งยอดชำระค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ บริการรับแจ้งซ่อมแซมตลอด 24 ชั่วโมง
สามารถติดตามตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการได้ ระบบสั่งจองการใช้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ ระบบกล่องรับความคิดเห็น และ QR Code ที่สามารถใช้ยืนยันตัวตนการเข้าใช้บริการที่แสนสิริเลาจน์ เป็นต้น”
ด้วยการใช้แพลตฟอร์ม Cloud เว็บเซอร์วิส ของ Amazon (AWS) ที่มี Azure App Insights ของ Microsoft คอยมอนิเตอร์การทำงานของ Cloud ที่จะแจ้งเตือนให้ทีมพัฒนารู้ทันทีเมื่อระบบทำงานผิดปกติ
พร้อมทำงานร่วมกับ Google Firebase ในการบริหารระบบแจ้งเตือนต่างๆ เช่น ข้อความใหม่ แจ้งเตือนประกาศ แจ้งเตือนเมื่อได้รับพัสดุ และระบบแชทกับนิติบุคคล
โดยระบบเซอร์เวอร์ของ Home Service เวอร์ชัน 2018 หันมาใช้ภาษา Golang ในการพัฒนาซึ่งช่วยให้การทำงานมีความเสถียรและรวดเร็วมากกว่าเดิม พร้อมรองรับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก
รวมทั้งใช้สถาปัตยกรรมของระบบแบบ Hybrid Microservices ในการวางโครงสร้างที่เอื้อให้ผู้พัฒนาสามารถเพิ่มเติมหรืออัปเดทฟังก์ชันได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดระบบ Core หลักของแอป ทำให้ลูกบ้านใช้งานได้ต่อเนื่องไม่สะดุด
นายจิรพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของการจับมือกับพันธมิตรนั้น แสนสิริได้นำมาพัฒนาเป็นฟังก์ชันต่างๆ อาทิ อัพเกรดฟังก์ชันการแต่งห้องที่มาพร้อมข้อเสนอโดนใจร่วมกับ SB Furniture เพิ่มฟังก์ชันสั่งซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ดีลพิเศษจาก Samsung
วัสดุก่อสร้างและตกแต่งจาก SCG บริการสั่งซื้อน้ำดื่ม Sprinkle ในราคาพิเศษพร้อมส่งถึงที่สำหรับโครงการในกรุงเทพ และบริการเครื่องซักผ้าพร้อมระบบติดตามสถานะจาก Trendy Wash
รวมถึงมีแผนพัฒนาต่อยอดฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเติมในระยะยาว เพื่อให้ Home Service เวอร์ชั่น 2018 เป็นเทคโนโลยีที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี
“แอปพลิเคชัน Home Service เวอร์ชันก่อนหน้านี้ได้มีการรวบรวมคำแนะนำติชมจากลูกค้ามาปรับปรุงระบบอยู่ตลอดเวลา และในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อยอดฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจับมือกับพันธมิตรใหม่ ๆ
เพื่อมอบข้อเสนอพิเศษให้กับลูกบ้าน การเชื่อมโยงฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ภายในโครงการ โดยอนาคตยังมีแผนสร้างการเชื่อมโยงกับภาคการเงินและฟินเทคเพื่อให้บริการต่าง ๆ เช่น การขอสินเชื่อบ้าน การรีไฟแนนซ์ การทำประกันที่อยู่อาศัย
ตลอดจนการพัฒนาให้ Home Service เป็น Open Platform ที่สามารถนำไปใช้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่น ๆ ได้”