CloudCommerce รับทุน 10 ล้านช่วยดันเอสเอ็มอีขึ้นอีคอมเมิร์ซ

CloudCommerce เตรียมต่อยอดธุรกิจหลังได้รับการระดมทุนหลังจากได้รับเงินลงทุนในรอบ Seed จากดีเเทค แอคเซอเลอเรท ไอโอไอซี เเละ 500 Tuk Tuks ประมาณ 10 ล้านบาท พร้อมจับมือไทยพาณิชย์และสภาอุตฯ ร่วมดันผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอีได้มีโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศ ตั้งเป้าภายในปีนี้จะมีผู้ใช้กว่า 20,000 ราย จากปัจจุบันมีผู้ใช้งานประมาณ 5,000 ราย

CloudCommerce เป็นสตาร์ตอัพจากโครงการดีเเทคแอคเซอเลอเรท batch 4 ที่ดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขายสินค้าไปต่างประเทศ โดยก่อนที่จะเปิดตัวแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ ได้ให้บริการแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ FastShip มาก่อนหน้านี้และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งบริการใหม่นี้เมื่อใช้ร่วมกับ FastShip.co จะทำให้การสนับสนุนให้เอสเอ็มอีก้าวสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายวุฒินันท์ สังข์อ่อง ผู้ก่อตั้ง คลาวด์คอมเมิร์ซ กล่าวว่า บริษัทได้เปิดให้บริการ FastShip.co ซึ่งเป็นบริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศซึ่งได้เปิดให้บริการเมื่อต้นปีที่แล้ว และขณะนี้ก็มีผู้ใช้กว่า 5,000 ราย ซึ่งนับว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกเดือน ซึ่งการเตรียมเปิดตัว CloudCommerce ในครั้งนี้จะส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอีได้มีโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศได้

โดยฟีเจอร์หลักของบริการนี้คือการมีระบบเชื่อมต่อข้อมูลสินค้าของเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ตลาดออนไลน์ทั่วโลก ทำให้การเข้าสู่ตลาดเป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับระบบโลจิสติกส์ที่จะช่วยในการลดต้นทุน ลดเวลาในการส่ง เพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจให้ลูกค้าอย่างก้าวกระโดด

“ขณะนี้มีตลาดที่พร้อมจะสนับสนุนให้กับลูกค้าได้ในแถบอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป โดยเรามีพาร์ทเนอร์อยู่ในประเทศเหล่านี้ มีโกดังในการสต๊อกสินค้าในประะเทศต่างๆ ซึ่งจะช่วยทำให้ช่วยลดต้นทุนให้กับลูกค้าได้ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับต้องส่งสินค้าไปเอง

ซึ่งการจับมือกับพาร์ทเนอร์อย่างสภาอุตสาหกรรมและธนาคารไทยพาณิชย์ในครั้งนี้ จะช่วยให้สามารถขยายฐานลูกค้าจากเดิมที่มีอยู่เป็น 5,000 ราย เป็น 20,000 ราย เนื่องจากทั้ง 2 พันธมิตรต่างมีฐานสมาชิกและลูกค้ารายย่อยเป็นจำนวนมาก”

ทั้งนี้จะเปิดให้เริ่มทดลองใช้บริการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และจะเปิดอย่างเต็มตัวในไตรมาสที่ 3 ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับบริการที่มีอยู่อย่าง Fastship.co จะทำให้ทั้ง 2 บริการกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญของอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์แบบครบวงจร เป็นจิกซอว์ที่สำคัญในอีคอมเมิร์ซอีโคซีสเต็มได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ในอนาคตยังได้เตรียมพร้อมในส่วนของการให้สินเชื่อให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เพื่อเป็นอีกบริการหนึ่งที่จะเสริมให้การดำเนินงานของลูกค้าเดินไปได้แบบไม่สะดุด รวมไปถึงยังมีโปรเจคความร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญทางธุรกิจที่จะสามารถเข้ามาช่วยผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ขายสินค้าสู่ตลาดต่างประเทศได้

ด้านนายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซทั้งในภูมิภาคและในไทย มีอัตราการเติบโตที่สูงมาก เนื่องจากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลก อาทิ Alibaba, Amazon เป็นปัจจัยกระตุ้นหลัก

ซึ่งจากสถิติดังกล่าวจะเห็นได้ชัดเจนว่า ตลาดมีศักยภาพจะโตได้อีก 3-4 เท่าในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า ดังนั้นการเปิดให้บริการที่มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับตลาด หรือการให้บริการที่ยังขาดอยู่ อย่างเช่น โลจิสติกส์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จึงนับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ

“ข้อมูล Techsauce ประเทศไทย ในปี 2560 ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ทำรายได้กว่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 14.5% ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดมียอดขายอยู่ที่ 5.8 พันล้านเหรียญในปี 2565 และคาดว่าจะเติบโตถึง 11.1 พันล้านเหรียญในปี 2568 ได้ โดยกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในตลาดขณะนี้ คือ กลุ่มอิเลคทรอนิคส์และสื่อ ที่มีมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านเหรียญ”

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจับมือกับ CloudCommerce ในครั้งนี้ จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจใน 17 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอะไหล่ยนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับ

ให้สามารถนำเทคโนโลยีสร้างเสริมรายได้จากตลาดต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น ตอบสนองยุคเศรษฐกิจดิจิตอล 4.0 ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญจะเป็นส่วนที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของสมาชิกในสภาฯ ที่เป็นผู้บริหารโรงงานการผลิตกว่า 10,000 ราย

ด้านนายมนูญ ทองคำ ผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ CloudCommerce ในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของธนาคารสามารถขยายตลาดและปั้นแบรนด์ของตัวเองออกสู่ตลาดต่างแดนได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านแพลตฟอร์มของ CloudCommerce ที่เชื่อว่าจะช่วยตอบโจทย์ให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ธนาคารยังมี SCB Business Center ศูนย์บริการลูกค้าเอสเอ็มอีที่จะช่วยให้คำแนะนำในการดำเนินธุรกิจ

“ธนาคารพร้อมที่จะเข้ามาสนับสนุนทางด้านการเงิน ทั้งวงเงินสินเชื่อภายในประเทศ สินเชื่อต่างประเทศ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ Non-Credit ต่างๆ เพื่อเพิ่มความพร้อมทางด้านเงินทุน รวมถึงการมอบองค์ความรู้ในการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต

และพร้อมที่จะขยายธุรกิจไปสู่เวทีต่างประเทศ ได้อย่างราบรื่น ซึ่งปัจจุบันการค้าขายบนระบบออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) เป็นอีกช่องทางสำคัญที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถขายสินค้าให้กับลูกค้าทั่วโลก”