MFEC เดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 21 เน้นการสร้างนวัตกรรมโมเดลธุรกิจร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร

Hits: 40

MFEC ฉลองครบรอบ 20 ปี ก้าวสู่ที่ปีที่ 21 เปิดแผนธุรกิจปี 2560 เน้นสร้างนวัตกรรมโมเดลธุรกิจร่วมกับลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงการร่วมทุนกับพนักงาน ที่มีศักยภาพ และมีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างธุรกิจ ล่าสุดตั้งบริษัท “Playtorium Solutions” ดำเนินธุรกิจให้บริการทดสอบซอฟต์แวร์แบบครบวงจร รวมถึง “Crowd Testing”

นอกจากนี้ ได้ร่วมมือกับยอดฝีมือแห่งวงการเพลงรักชื่อดังเมืองไทย “บอย โกสิยพงษ์” ผู้บริหารค่ายเพลงเลิฟอีส สร้างแอพพลิเคชั่น “Fanster” พร้อมทั้งผนึกจุฬาฯ ตั้ง Community ใหม่ในนาม “Data Café Thailand” เพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล “Data Scientist” ป้อนอุตสาหกรรมไอที

อดีตที่ผ่านมา 20 ปี MFEC ทำในสิ่งที่รู้ แต่ต่อจากนี้ไป เราจะทำในสิ่งที่ไม่รู้

นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ผู้ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษา พัฒนา และวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดเผยถึงการดำเนินธุรกิจของบริษัทในโอกาสครบรอบ 20 ปี ก้าวสู่ปีที่ 21 ว่าการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา เอ็ม เอฟ อี ซี ทำธุรกิจภายใต้กรอบที่เราถนัด และเชี่ยวชาญในธุรกิจของลูกค้ามาโดยตลอด แต่จากนี้ไป เอ็ม เอฟ อี ซี จะเพิ่มการทำธุรกิจในสิ่งที่ไม่ถนัดบ้าง

โดยนำความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านไอทีไปต่อยอดแนวความคิดเดิมของธุรกิจนั้นๆ เพื่อสร้างนวัตกรรม (Innovation) และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ตลอดจนเพิ่มแนวทางการบริหารจัดการภายในอย่างมีระบบในลักษณะ Cross Matrix ที่สนับสนุนให้ผู้บริหารในระดับ Business Unit วางแผนดูแลบุคลากรและกิจการภายในของแต่ละแผนกด้วยตนเอง ให้สามารถตอบรับไปกับกลยุทธ์และเป้าหมายหลักขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของบุคคลากรในมิติของการปลูกฝังความเป็นเจ้าของกิจการ (Entrepreneurship)

สำหรับในปี 2560 ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมไอที โดยเฉพาะนโยบายประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) ของภาครัฐที่สนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีอย่างชัดเจน รวมถึงธุรกิจ Startup จึงเชื่อว่าจะมีงานใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดอีกเป็นจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสที่ MFEC จะปฏิรูป (Transform) วิธีการบริหารจัดการภายในองค์กรเพื่อรองรับกับโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น พร้อมผลักดันองค์กรให้มีรายได้และกําไรเติบโตต่อเนื่องในทุกปี เพื่อสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“กลยุทธ์ที่ เอ็ม เอฟ อี ซีกำลังทำมี 2 มิติ คือ 1. ใช้เทคโนโลยียกระดับหรือพัฒนาธุรกิจที่เปลี่ยนไป และ2.สร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และมีศักยภาพ โดยทำให้องค์กรเป็นเครือข่ายเชื่อมโยง เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนและพัฒนาทักษะร่วมกันจนประสบความสำเร็จ โมเดลการทำธุรกิจแบบนี้ทำให้ภาพในอดีตที่ทุกคนเป็นเสมือนลูกจ้างเปลี่ยนไป นับจากนี้พวกเขาจะรู้สึกว่าตัวเองเป็น Startup ที่กำลังคิดค้นพัฒนาสิ่งใหม่ ซึ่งสนุกสนานและเปิดศักยภาพมากกว่าเดิม”

“เวลาเราถนัดหรือเชี่ยวชาญอะไร เราจะทำในสิ่งเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย แต่นวัตกรรมใหม่จะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อเราก้าวเข้าไปทำในสิ่งที่ไม่รู้ เพื่อต่อยอดความรู้เดิม”

แต่เดิม MFEC ทำธุรกิจด้วยการใช้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีต่างๆ ผนวกกับสินค้าของพาร์ทเนอร์ไปตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แต่ด้วยการมาของเทคโนโลยี Cloud Computing ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์จะค่อยๆ ลดลงจนกระทั่งเหลือแต่ Application layer แม้จะดูเหมือนเป็นภาวะคุกคามสำหรับธุรกิจไอที แต่ MFEC ก็ปรับตัวอย่างรวดเร็วโดยการคลุกคลีและเข้าใจโจทย์ทางธุรกิจของลูกค้า แล้วใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีไปตั้งโจทย์ใหม่ แก้ปัญหา หรือปรับโมเดลทางธุรกิจให้กับลูกค้าที่กำลังถูกความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีคุกคามอยู่เช่นกัน

นอกจากนี้ จากสภาพทางการเงินที่บริษัทมีเงินสดล้นมือ เป็นโอกาสและสัญญาณที่ควรเริ่มลงทุน บริษัทจึงมีนโยบายเป็น Corporate Venture Capital (CVC) ให้กับพนักงานที่พร้อมจะแตกตัวออกไปเป็นบริษัท Startup ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในบริษัท Startup ทั่วไป อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ ร่วมรับผิดชอบกับความเติบโตและยั่งยืนของบริษัท และยังเป็นโอกาสความก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงานอีกด้วย

นายศิริวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติให้บริษัทลงทุนในธุรกิจโครงการใหม่ร่วมกับพนักงาน โดยตั้งบริษัท Playtorium Solutions จำกัด บริษัทจะเข้าถือหุ้นสัดส่วน 70% ของทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท คิดเป็น 3.5 ล้านบาท โดย บริษัท Playtorium Solutions จำกัด ดำเนินธุรกิจหลัก ในการให้บริการทดสอบซอฟต์แวร์แบบครบวงจร และ “Crowd Testing” พร้อมทั้งให้บริการจัดหาบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านไอที ต่างๆ เพื่อทำงานในโครงการตามที่ลูกค้าต้องการ

สำหรับการลงทุนดังกล่าว เพื่อจะทำให้บริษัทสามารถขยายฐานธุรกิจให้กว้างขวางมากขึ้น เสริมสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศให้แข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดยิ่งขึ้น ขณะที่ผลตอบแทนด้านการเงินนั้น คาดว่า บริษัท Playtorium Solutions จำกัด จะเริ่มทำกำไรให้บริษัทตั้งแต่การดำเนินงานปี 2560 เป็นต้นไป

“การเปิด “PLAYTORIUM” ถือเป็นศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์และสำนักงานสาขาที่ 2 ของเอ็มเฟค ที่จะสะท้อนภาพขององค์กรที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่กับการยกระดับการทำงานภายใต้แนวคิด “New Office – New Culture” 4 ประการ ประกอบด้วย 1.Collaboration 2. Communication 3. Concentration 4. Chill Out” นายศิริวัฒน์ กล่าว

นายศิริวัฒน์ ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือกับยอดฝีมือแห่งวงการเพลงรักเมืองไทย คุณบอย ชีวิน โกสิยพงษ์ ผู้บริหารค่ายเพลงเลิฟอีส (LOVEiS) ซึ่งเป็นความร่วมมือในการสร้างแอพพลิเคชั่น “Fanster” โดยเป็น App ที่ให้ผู้ที่ชื่นชอบศิลปินในค่าย LOVEiS ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินที่ชื่นชอบ โดย MFEC เป็นผู้พัฒนา App ดังกล่าว และจะมีรายได้จาก Platform นี้ในอนาคต

“เป้าหมายของ Fanster นี้ เราพยายามหารายได้จากความสามารถในการเข้าถึงของคนในโลกยุคปัจจุบัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแฟนเพลงและศิลปินใกล้ชิดขึ้น มีส่วนร่วมระหว่างกันมากกว่าเดิมผ่านเทคโนโลยี ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ ทำให้ได้ประโยชน์กับธุรกิจและมีรายได้มาสนับสนุนศิลปินเพื่อสร้างผลงานใหม่ๆ พูดง่ายๆ ว่า วินๆ กับทุกฝ่าย ทั้งแฟนคลับ ศิลปิน และธุรกิจ อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้การันตีว่างานนี้จะประสบความสำเร็จ มันคือการลองผิดลองถูกกับประสบการณ์ใหม่และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซี่งจำเป็นต้องทำในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา” นายศิริวัฒน์ กล่าว

อีกทั้ง MFEC ได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และโครงการ Industrial Liaison Program หรีอ ILP ถือเป็นการรวมความแข็งแกร่งของ 2 หน่วยงาน เพื่อพัฒนาและวิจัยงานด้าน Data Science และ Big Data ตลอดจนตั้งเป้าผลิตบุคลากร “นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือ Data Scientist” ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่จะแทรกเข้าไปในหลายมิติของการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

และนอกจากเป้าหมายการผลิตบุคลากรด้าน Data Scientist และการจัดทำโครงการศึกษาวิจัยดังกล่าวแล้ว เอ็ม เอฟ อี ซี และจุฬาฯได้วางแผนจัดตั้งศูนย์กลางการเรียนรู้ “Data Café Thailand” เพื่อใช้พัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงบริการให้คำปรึกษา โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล และองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์

มีการวางแผนจัดหลักสูตรอบรมให้กับนักศึกษาและองค์กรภายนอก รวมถึงจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อทดสอบเทคโนโลยีด้าน Data Science สำหรับผู้ที่สนใจหรือองค์กรที่กำลังพิจารณานำ Data Science ไปใช้ในเชิงธุรกิจ นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากรด้านไอทีซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาขาดแคลน

เอ็ม เอฟ อี ซี ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการภายในองค์กรเพื่อรองรับกับโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น พร้อมผลักดันองค์กรให้มีรายได้และกําไรเติบโตต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยวางแผนสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ และใช้เงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

พร้อมทั้งขานรับนโยบายประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) และการปรับเปลี่ยนของวงการไอที และ Startup รวมทั้งการปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของ เอ็ม เอฟ อี ซี ซึ่งโมเดลเดิมนั้นจะเป็นวันแมนโชว์ เป็นผู้ขายเทคโนโลยีเพื่อให้ลูกค้านำไปแก้ปัญหาของตัวเอง แต่กลยุทธ์ใหม่ตอนนี้คือทำอย่างไรให้พนักงานกลุ่มคนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จ เหมือนกับที่เรา success”