TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

กลุ่มทรูชี้ True 5G มีคลื่นย่านความถี่ต่ำหลากหลายและมีแบนด์วิธมากที่สุด

True 5G

ทรูเผยเป็นโอเปอเรเตอร์รายเดียวที่มีคลื่นครบถึง 7 ย่านความถี่ โดยเฉพาะย่านความถี่ต่ำที่หลากหลายมากที่สุดและมีแบนด์วิธมากที่สุด พร้อมผนึกพันธมิตรอย่างไชน่าโมบายล์สร้างจุดเด่นที่เหนือกว่าในด้านความเป็นผู้นำดิจิทัลเทคโนโลยีและโซลูชันที่มีระบบนิเวศด้านดิจิทัลครบวงจร

พร้อมเปิดตัว 5 ฮีโร่ต้นแบบที่สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีอัจฉริยะ 5G ในโลกใหม่ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนใน 5 มิติ ชวนสัมผัสประสบการณ์การใช้งานจริงบนเครือข่าย True 5G ที่ดีที่สุดเพื่อคนไทยได้แล้ววันนี้ ที่ ทรูช้อปและทรูสเฟียร์ 11 สาขา และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 สถานี

นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการพาณิชย์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กลุ่มทรูชนะประมูลได้คลื่น 2600 MHz จำนวน 90 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 GHz จำนวน 800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งคลื่น 2600 MHz และ 26 GHz นั้น จะเป็นคลื่นที่ให้บริการ 5G ที่ดีที่สุด

อีกทั้งยังประมูลมาได้ในราคาที่เหมาะสม นับได้ว่าครั้งนี้กลุ่มทรูประมูลได้ “คลื่นที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุด” ตามแผนที่วางไว้ เพื่อมาร่วมใช้กับคลื่น 700 MHz ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งจะสร้างความคุ้มค่าทั้งสำหรับนักลงทุนและลูกค้าของกลุ่มทรู โดยทรูเป็นโอเปอเรเตอร์รายเดียวที่มีคลื่นครบถึง 7 ย่านความถี่

โดยเฉพาะย่านความถี่ต่ำที่หลากหลายมากที่สุดและมีแบนด์วิธมากที่สุด ทั้ง คลื่น 700 MHz, 850 MHz และ 900 MHz รวมทั้งยังมีคลื่นความถี่กลางทั้ง 1800MHz, 2100 MHz, 2600 MHz และคลื่นความถี่สูง 26 GHz

“ทรูมีความพร้อมสูงสุดในการให้บริการ 5G นั้น ทั้งด้านความครบของคลื่นและครอบคลุมที่สุด ผสานกับจุดเด่นในเรื่องความครบครันของพันธมิตรชั้นนำทั้งในประเทศและระดับโลก อย่างไชน่าโมบายล์ พันธมิตรผู้ถือหุ้นของทรู ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำของโลก ที่มีฐานลูกค้ามากที่สุดในโลก 925 ล้านราย และเปิดให้บริการ 5G เป็นรายแรกของโลก บนคลื่นความถี่ 2600 MHz ที่พร้อมสนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้ ความชำนาญ และ Best Practice รวมถึงพันธมิตรด้านเน็ตเวิร์คและดีไวซ์”

นอกจากนี้กลุ่มทรูยังมีโซลูชันและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ทั้ง AI, Robotics, Deep Data Analytics และ Smart IoT และวันนี้ทรูพร้อมแล้วที่จะให้ชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานจริงบนเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G บนคลื่น 2600 MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่เดียวกับที่ชนะการประมูล ณ ทรูช้อป และทรูสเฟียร์ 11 สาขา ได้แก่ สยามสแควร์ซอย 2, ซอย 3, พารากอน, ดิจิทัลเกตเวย์, เซ็นทรัลเวิลด์,ไอคอนสยามและเอ็มควอเทียร์ รวมทั้ง สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 สถานี ได้แก่ วัดมังกร, สามยอด, สนามไชย และอิสรภาพ

ด้านนายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทางด้านการสื่อสารการตลาดนั้นทรูได้ถ่ายทอดผ่านแคมเปญสื่อสารชุดใหม่ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ True 5G อัจฉริยภาพสู่โลกใหม่ที่ยั่งยืนของเรา ผ่าน 5 คนดังที่มีภาพลักษณ์ความเป็นฮีโร่ต้นแบบในด้านต่างๆ ที่พร้อมจะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะของ True 5G ร่วมเปลี่ยนประเทศของเราให้ดีขึ้นได้แก่

บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ในฐานะจิตอาสาด้านสังคมสงเคราะห์ที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยมานานกว่า 30 ปี เป็นต้นแบบด้านความปลอดภัย (World of Security) สะท้อนประโยชน์ของ 5G ที่จะ “เปลี่ยนทุกการช่วยเหลือให้ทันท่วงที”

เฌอปราง อารีย์กุล เกิร์ลกรุ๊ป BNK48 ที่ได้ชื่อว่าเป็นเยาวชนต้นแบบด้านการศึกษา (World of Education) สิ่งที่จะทำให้ประเทศดีขึ้นคือการลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กในเมืองและเด็กชนบท ซึ่งสะท้อนประโยชน์ของ 5G ที่จะ “เปลี่ยนทุกการศึกษาให้เท่าเทียม”

อเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงหนุ่มหัวใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ฝันจะให้เด็กๆ และคนเมืองเข้าใจ รู้สึกหวงแหน พร้อมร่วมกันปกป้องฟื้นฟูระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมให้มีความสมดุล เป็นต้นแบบด้านเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม (World of Agriculture and Environment) สะท้อนประโยชน์ของ 5G ที่จะ “เปลี่ยนทุกระบบนิเวศให้สมดุล”

“หมอเจี๊ยบ” ลลนา ก้องธรนินทร์ อดีตนางสาวไทย นักแสดง และแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Let’s Be Heroes เพื่อช่วยเหลือคนในพื้นที่ห่างไกล ต้นแบบด้านสุขภาพ (World of Health and wellness) สะท้อนประโยชน์ของ 5G ที่จะ“เปลี่ยนทุกการดูแลให้ทั่วถึง”

และ “ไอซ์” พาริส อินทรโกมาลย์สุต นักแสดงและนักร้องคลื่นลูกใหม่ที่มีความฝันที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในทุกพื้นที่ผ่านเสียงเพลง เพื่อเป็นแรงใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคและทำตามความฝันของตนเองจนสำเร็จ เป็นต้นแบบด้านความบันเทิง (World of Entertainment)

สะท้อนประโยชน์ของ 5G ที่จะ “เปลี่ยนทุกแรงบันดาลใจให้ไร้ขอบเขต” สำหรับแคมเปญชุดนี้จะเริ่มเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์และ YouTube ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป