TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

พรวิษณุโลจิสติกส์มุ่งใช้รถเน้นเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน

พรวิษณุโลจิสติกส์
นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทพรวิษณุ โลจิสติกส์

กลุ่มบริษัทพรวิษณุโลจิสติกส์เผยการแข่งขันของธุรกิจการขนส่งที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการตัดราคาระหว่างผู้ให้บริการขนส่งไม่ต่ำกว่า 30% ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่มีรถให้บริการระหว่าง 1 – 3 คัน ต้องเลิกกิจการ พร้อมปรับแนวทางการลงทุนจากการลงทุนรถที่เน้นราคามาเป็นการลงทุนในรถที่เน้นเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการให้บริการ และหันมาใช้น้ำมันดีเซล B20 เกือบ 100% ทั้งกองรถ เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนหลักทางธุรกิจ และลดปัญหามลพิษทางอากาศ

กลุ่มบริษัทพรวิษณุ โลจิสติกส์ เริ่มต้นดำเนินกิจการจากธุรกิจการเกษตรและค้าข้าว กว่า 50 ปี โดยมีแปลงนาข้าวและโรงสีเป็นของตัวเอง ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2549 โดยก่อตั้ง หจก.เชียงของพืชผล ที่จังหวัดเชียงราย และปี พ.ศ. 2550 ก่อตั้ง หจก. เชียงใหม่ อินเตอร์ไรส์ และปี พ.ศ. 2560 ก่อตั้ง บจก.พรวิษณุ โลจิสติกส์ ซึ่งการดำเนินธุรกิจพืชผลทางการเกษตรจำเป็นต้องมีกองรถบรรทุกเป็นของตัวเอง โดยปัจจุบันมีรถบรรทุกให้บริการทั้งสิ้นประมาณ 150 คัน

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทพรวิษณุ โลจิสติกส์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการแข่งขันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการขนส่งข้ามพรหมแดนไทย-จีน และการเข้าทำธุรกิจของนายทุนจีน ทำให้ตัดราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่มีรถบรรทุกให้บริการระหว่าง 1 – 3 คันประสบความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ เพราะไม่สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการขนาดกลางและขนาดใหญ่

และหากการแข่งขันยังรุนแรงต่อไป จะสร้างปัญหาต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มบริษัทพรวิษณุโลจิสติกส์ ได้ปรับแนวทางการลงทุนจากการลงทุนรถที่เน้นราคามาเป็นการลงทุนในรถที่เน้นเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการให้บริการ โดยปีที่ผ่านมาเราเริ่มปรับแนวลงทุนด้วยการสั่งซื้อรถหัวลากยูดี ทรัคส์ จำนวน 21 คัน เพื่อทดแทนรถเก่าที่ปลดระวางและขยายกองรถ

“เราพบว่าในบรรดารถบรรทุกญี่ปุ่น ยูดี ทรัคส์ เป็นรถที่มีนวัตกรรมผสมระหว่างเทคโนโลยีญี่ปุ่นและยุโรป อีกทั้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเป็นที่พอใจ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกในตัวรถ ที่ทำให้คนขับรถบรรทุกต้องการมาร่วมงานกับเราเพราะรถยูดี เควสเตอร์ ที่มีเกียร์กึ่งอัตโนมัติ Escot ทำให้ขับสบาย และปลอดภัยเมื่อต้องเดินทางไกลหรือขับขึ้นเขา นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ที่เผาผลาญสมบูรณ์ ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นจิ๋ว PM2.5 อีกด้วย ปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้หันมาใช้น้ำมันดีเซล B20 เกือบ 100% ทั้งกองรถ เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนหลักทางธุรกิจ และยังช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศอีกด้วย”

นายบัญชา กล่าวว่า สำหรับในปีที่ผ่านมารายได้ธุรกิจของกลุ่มบริษัท พรวิษณุ โลจิสติกส์ มีอัตราเติบโตไม่ต่ำกว่า 100% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 โดยธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน มีสัดส่วนประมาณ 70% ของธุรกิจทั้งหมด ซึ่งช่วงที่มีปัญหาไวรัสโคโรนาในประเทศจีนขณะนี้ ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบกับธุรกิจของทุกคนที่ทำกับประเทศจีนเพราะทุกกิจกรรมถูกระงับโดยรัฐบาลจีน เราจึงคิดว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่เราต้องประคองธุรกิจของเราไม่ให้ตกต่ำไปกว่าปีที่แล้ว

สำหรับแผนการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมยื่นข้อเสนอการลงทุนแก่กระทรวงการคลังในโรงผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์และชีวมวลที่จังหวัดนครสวรรค์ภายใต้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยงบประมาณลงทุนไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาทเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าประมาณ 6 เมกะวัตต์จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และ 3 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าชีวะมวล เพื่อป้อนให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต โดยคาดว่าจะคืนทุนภายใน 10 ปี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อรับผิดชอบธุรกิจไฟฟ้า

“เราเตรียมพื้นที่ไว้ราว 50 ไร่เพื่อตั้งโรงไฟฟ้าทั้งสองโรง ซึ่งสาเหตุที่เราสนใจธุรกิจนี้เพราะนโยบายรัฐบาลเปิดกว้างให้กับทุกรายที่สนใจ เราเห็นอนาคตของธุรกิจนี้ อีกทั้งสอดคล้องกันนโยบายของเราที่ต้องการขยายแนวธุรกิจของเรา อีกทั้งธุรกิจนี้มีส่วนช่วยสังคมโดยรวมที่ต้องการพลังงานสะอาด รวมถึงเราเองมีวัตถุดิบเพื่อป้อนโรงไฟฟ้าชีวะมวล เช่น วัสดุเหลือจากการปลูกมันสำปะหลัง ไม้เบญจพันธุ์ ฟางข้าว ใบอ้อยและแกลบ

ซึ่งที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้วิธีเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในรอบต่อไป เมื่อเรารับซื้อ การเผาก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการบังคับใช้กฎหมายห้ามการเผาเศษวัสดุเกษตรเหล่านี้ เป็นอีกหนึ่งแผนงานที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดมลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5”