ทีเซล ‘TCELS’ ผนึกภาคเอกชน เฟ้นหา Startup เข้าเสริมศักยภาพด้านธุรกิจ

Hits: 86

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ‘TCELS’ ผนึก เอ็กซ์พารา ขับเคลื่อนเส้นทางธุรกิจ Life Sciences ภายใต้โครงการ Thailand Startup for life Sciences เพื่อเฟ้นหาผู้ประกอบการเข้าบ่มเพาะเสริมศักยภาพ และรองรับการแข่งขันในตลาดสากล พร้อมผลักดันสู่กำลังสำคัญในการสร้างผู้ประกอบการใหม่ด้านวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

คุณชัยรัตน์ แสงจันทร์ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซล เปิดเผยว่าศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซล) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีบทบาทในการพัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมผู้ประกอบการและการสร้างธุรกิจ Startup ด้านชีววิทยาศาสตร์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

และที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากบริษัทใหญ่ให้เข้ามาลงทุน พัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จากการดำเนินงานได้พัฒนากลุ่มผู้ประกอบการ Startup ที่มีไอเดียและต้นแบบผลิตภัณฑ์ มาพัฒนาต่อยอดให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ ควบคู่ไปกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิด Startup ที่ดำเนินการอยู่แล้วโดยหน่วยงานอื่นๆ

ทีเซลจึงได้จัดทำโครงการ Thailand Startup for life Sciences โดยเริ่มต้นครั้งแรกในปี 2016 ในชื่อ Mini Life Sciences Mentorship Program 2016 และในปี 2017 นี้ได้จัดทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 ในชื่อ TCELS Life Sciences & MedTech Acceleration Program 2017 โดยร่วมกับ บริษัท เอ็กซ์พารา (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในการบ่มเพาะและการลงทุนในบริษัท Startup เข้ามาสนับสนุนด้านเงินทุนและเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการ

ซึ่งบริษัทฯ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเงินการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจ Life Sciences ส่วน ทีเซล เป็นองค์กรที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านชีววิทยาศาสตร์ ร่วมกันค้นหาและคัดเลือก Startup ที่มีศักยภาพ โดยเปิดรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เป็นบริษัท Startup, นักวิจัย, นักศึกษา ที่ทำงานด้านเครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง หุ่นยนต์ทางการแพทย์ และทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพการแพทย์

มาสมัครเข้าร่วมกับโครงการและคัดเลือกทีมที่ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายให้มาเข้าอบรมหลักสูตรเร่งการเติบโตควบคู่ไปกับการให้คำปรึกษาเพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบสู่แผนธุรกิจที่ดึงดูดนักลงทุนและเพิ่มศักยภาพในการทำตลาด รวมถึงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งทีมที่ผ่านเข้ารอบจะได้เข้าร่วมฝึกอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมรับทุนสนับสนุนด้วย

ทั้งนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 32 ทีม และได้ทำการคัดเลือก 10 ทีมที่มีศักยภาพเข้ารับอบรมบ่มเพาะธุรกิจเป็นเวลา 3 เดือน หลังจากจบหลักสูตรการอบรมพบว่ามี 8 ทีมที่มีความพร้อมก้าวสู่ภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ โดยในวันที่ 16 ก.พ. 2561 ซึ่งเรียกว่าวัน Demo day นี้ ผู้ผ่านการอบรมทั้ง 8 ทีมจะมานำเสนอโครงการแก่นักลงทุน ซึ่งเป็นรอบตัดสินพร้อมประกาศผล 2 ทีมที่จะได้รับเงินทุนจากนักลงทุน

“ทีเซลประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกและมีการนำเสนอไฮไลท์ความสำเร็จจากโครงการฯ พร้อมจัดงาน TCELS Life Sciences & MedTech Acceleration Program Demo Day ขึ้นในวันนี้ โดยทีมที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อรับเงินลงทุน ได้แก่ Brain Dynamics และ MEID”

Mr. Douglas Keith Abrams (คุณดักลาส คีธ อับบรัมส์) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ บริษัท เอ็กซ์พารา (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบ่มเพาะและการลงทุนในบริษัท Startup กล่าวว่า Expara เป็นบริษัทของประเทศสิงคโปร์ผู้บุกเบิกและเป็นผู้นำรายแรกๆ ในด้านการบริการร่วมลงทุน การบ่มเพาะ เร่งการเติบโต ฝึกอบรม และการให้คำปรึกษาธุรกิจ Startup ในสิงคโปร์, ไทย, เวียดนาม, ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2003

เราได้พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ประกอบการเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโครงการการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจากประสบการณ์สำหรับผู้ประกอบการ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการของเรามุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการทางด้านวิชาการ รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย Expara ได้ให้บริการร่วมทุนแก่บริษัทกว่า 500 แห่งมาตั้งแต่ปี 2007 เป็นผู้ให้คำปรึกษาธุรกิจ Startup 65 รายมาตั้งแต่ปี 2010 และให้การฝึกอบรมผู้ประกอบการมากกว่า 6,000 รายมาตั้งแต่ปี 2001

เราได้ช่วยเหลือบริษัทเหล่านี้ในการระดมทุนทั้งภาครัฐและเอกชนรวมมูลค่า 55 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ผ่านโครงการให้คำปรึกษาและอบรมเชิงปฏิบัติการของเราและแปลงความคิดของพวกเขาให้เป็นแผนการทำงานทางธุรกิจและการเงินที่ได้ผลจริง อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ในฐานะผู้ร่วมลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาและส่งเสริม Startup ด้านชีววิทยาศาสตร์ในประเทศไทย

ซึ่งประเทศไทยจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เนื่องจากบริษัทฯ ได้เล็งเห็นในศักยภาพของ Startup ไทยที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดรับกับเทรนด์ และทิศทางของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์โลก และประเทศไทยสามารถเป็น Medical Hub ในภูมิภาคเอเชียได้