ETDA จับมือ โอมิเซะ ลงนามพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

Hits: 23

ETDA เผยคุยกับเอกชนหลายรายเพื่อพัฒนาโครงการ National Digital ID ล่าสุดได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลกับบริษัท โอมิเซะ จำกัด พัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน สำหรับการให้บริการแก่ลูกค้าออนไลน์ โดยไม่ต้องมาแสดงตน ดันการพัฒนาประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ETDA ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล กับบริษัท โอมิเซะ จำกัด

ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินทางออนไลน์ โดยการลงนามครั้งนี้จะร่วมกันพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลในการให้บริการธุรกรรมออนไลน์ของภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยตามที่ ETDA กำหนด

ความร่วมมือกับเอกชนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ National Digital ID สำหรับให้บริการยืนยันตัวตน ทั้งของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ในการรับบริการต่าง ๆ ของรัฐและเอกชน ซึ่งขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ ETDA จะทำหน้าที่บริหารจัดการการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่จำเป็น เพื่อให้การดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“โอมิเซะ และ ETDA จะแลกเปลี่ยน เสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ ข้อมูลทางวิชาการและเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และประกาศที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการทำธุรกรรมออนไลน์ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย และเกิดความเชื่อมั่นจากประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและการให้บริการแก่สังคมและประชาชนของรัฐบาล”

ทั้งนี้ในการทำธุรกรรมที่สำคัญหรือที่มีมูลค่าสูง กฎหมายกำหนดให้ลูกค้าต้องมาแสดงตนต่อหน้า การร่วมกันพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลจะเป็นก้าวสำคัญ สำหรับการให้บริการแก่ลูกค้าออนไลน์ โดยไม่ต้องมาแสดงตน เป็นการพัฒนาประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง

ซึ่งในการ MOU กับโอมิเซะในครั้งนี้ ถือเป็นเอกชนรายแรกที่มีความร่วมมือกับ ETDA อย่างเป็นทางการ ในเรื่อง National Digital ID และเร็ว ๆ นี้อาจจะมีเอกชนเข้ามาร่วมมือในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น

นางสุรางคณา กล่าวว่า แม้โครงการ National Digital ID มุ่งเป้าพัฒนาภาครัฐที่ให้บริการแก่ประชาชนในด้านการประกอบธุรกิจ เพื่อสนับสนุนโครงการการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจแบบครบวงจร (Doing Business Portal) หากแต่ภาคเอกชนก็สำคัญไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะการทำให้ภาคเอกชนที่มีข้อกำหนดทางกฎหมายให้ลูกค้าต้องมาแสดงตนทุกครั้งก่อนการทำธุรกรรมสามารถลดขั้นตอนนี้ได้ จะช่วยให้เกิดการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิต ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัตรเครดิต ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลและความต้องการของภาคเอกชน ETDA จึงจำเป็นต้องดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมทางด้าน Hard Infrastructure และ Soft Infrastructure ที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ด้านนายอิศราดร หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โอมิเซะ จำกัด กล่าวว่า โอมิเซะ เป็นผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินแบบครบวงจร ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรับชำระเงินจากผู้บริโภคผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย ผ่านหลากหลายช่องทาง

จุดเด่นคือบริการที่เต็มรูปแบบซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการทำธุรกรรมออนไลน์ ระบบการรักษาความปลอดภัยข้อมูลและป้องกันการทุจริตที่ทันสมัย รวมไปถึงความพร้อมใช้งานระบบสูง (service availability) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับธุรกิจ

สำหรับความร่วมมือกับทาง ETDA นั้น ในฐานะผู้ให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจของโอมิเซะมีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินซึ่งมีความละเอียดอ่อนค่อนข้างมาก ดังนั้นการยืนยันตัวตนของผู้ใช้จึงเป็นขั้นตอนแรกในการลงทะเบียนใช้งาน และเป็นขั้นตอนที่โอมิเซะให้ความสำคัญและเข้มงวดมากเป็นพิเศษ

เพราะถือเป็นการคัดกรองบุคคล ธุรกิจ หน่วยงานที่จะเข้ามาใช้บริการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว ยังเป็นการป้องกันการนำระบบไปใช้ในทางมิชอบ ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยยับยั้งการกระทำการทุจริตและช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายขึ้นได้

จากความร่วมมือในครั้งนี้ โอมิเซะจะเป็นผู้ให้บริการระบบยืนยันตัวตน (Identity provider – IDP) รายแรกของประเทศไทย ที่มีการเชื่อมต่อตรงเข้ากับ ETDA ผ่านทาง federated proxy ซึ่งทางทีมงานของโอมิเซะมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อความร่วมมือในครั้งนี้ และคาดหวังที่จะเห็นความร่วมมือลักษณะนี้จากองค์กรอื่น ๆ อีกเช่นกัน เชื่อว่าหากได้ผู้ที่มีความชำนาญการ และเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาทำงานร่วมกัน จะสามารถเห็นการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากยิ่งขึ้น