อีสท์วอเตอร์มุ่งปรับธุรกิจใหม่ประเดิมจับมือแคทบริหารน้ำในดิจิทัลพาร์ค

อีสท์วอเตอร์ เตรียมเปลี่ยนบิสิเนสโมเดลใหม่จากเดิมมีรายได้จากการขายน้ำดิบอย่างเดียวมาเป็นขายน้ำสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมด้วย เพราะน่าจะสร้างรายได้ให้มากกว่า มั่นใจอีอีซีและการขายน้ำสะอาดจะช่วยให้มีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด
ล่าสุดจับมือแคทวางแผนพัฒนาระบบน้ำครบวงจรในพื้นที่ดิจิทัลพาร์คด้วยการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่น้ำดิบ น้ำอุตสาหกรรม บำบัดน้ำเสีย และรีไซเคิล เน้น Smart Water เพื่อบริหารจัดการน้ำแบบเบ็ดเสร็จ
การเข้ามาบริการงานของจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของ อีสท์ วอเตอร์ ในช่วงแรกอาจจะดูเงียบไปบ้างเพราะต้องปรับตัว แต่หลังจากได้เดินหน้าอย่างเต็มที่ก็ได้มีการผุดบิสิเนสโมเดลใหม่ฉีกแนวจากเดิมที่เคยทำมานาน
และด้วยความที่เป็นลูกหม้อเก่าทำให้เราได้เห็นความร่วมมือกับแคทเทเลคอม เป็นการจับมือกันระหว่างธุรกิจที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว
นายจิรายุทธ กล่าวว่า อีสท์ วอเตอร์ เตรียมเปลี่ยนบิสิเนสโมเดลใหม่จากการขายน้ำดิบอย่างเดียว มาเป็นการจำหน่ายน้ำสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมด้วย เนื่องจากการขายน้ำดิบปรับราคาขึ้นยากและจะเติบโตตามอุตสาหกรรมเท่านั้น
ซึ่งอีสท์วอเตอร์ต้องการเติบโตก้าวกระโดด ดังนั้นจึงตั้งเป้าการเติบโตมาจาก 2 ทางประกอบด้วย 1.การเติบโตจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะก่อให้เกิดอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เกิดการอุปโภคบริโภคมากขึ้นส่งผลให้ มีการใช้น้ำเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อีสท์วอเตอร์ได้วางรากฐานการสร้างระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบความยาวกว่า 500 กม. ครอบคลุมแหล่งน้ำหลักในพื้นที่อีอีซีไว้ทั้งหมด
2.การนำเสนอน้ำสะอาดสำหรับนิคมที่จะอยู่รอบๆ อีอีซีรวมไปถึงบริษัทต่างๆ ที่ต้องการน้ำสะอาดมากกว่าน้ำดิ
โดยได้เตรียมแผนที่จะนำเสนอการเข้าไปสร้างโรงงานผลิตน้ำดีเพื่อส่งให้กับลูกค้าเลย จากเดิมที่ลูกค้าเหล่านี้เมื่อซื้อน้ำไปแล้วต้องไปสร้างตัวกรองเพื่อกรองน้ำ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องลงทุนเองและนำต้นทุนเหล่านั้นไปพัฒนาธุรกิจหลักของเขาได้ ซึ่งเราจะขายน้ำดีในราคาที่ถูกกว่าการที่เขาลงทุนเอง
“น้ำดิบเราคอลโทรลเรื่องราคาไม่ได้ แต่น้ำดีเราคอนโทรลได้ และเราจะเตรียมเซ็นสัญญากับลูกค้าเพื่อจำหน่ายน้ำสะอาดภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ ประมาณ 2-3 ราย เป็นลูกค้านิคมเดิมที่
เราเคยขายน้ำดิบให้ ซึ่งเราจะไปตั้งโรงผลิตน้ำสะอาดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มขายได้ในปีหน้า โดยโรงผลิตน้ำยุคใหม่มีต้นทุนที่ถูกกว่าเดิมและใช้พื้นที่น้อย ทำให้ไม่ต้องลงทุนมาก และสามารถขายแบบปรับราคาขึ้นเป็นข้อตกลงในระยะยาวได้ ไม่เหมือนน้ำดิบที่เมื่อถึงเวลาปรับราคาก็ต้องมาตกลงกันใหม่”
กลยุทธ์ในปีนี้อีสท์วอเตอร์ได้เตรียมทำธุรกิจน้ำครบวงจรอย่างเต็มรูปแบบพร้อมก้าวสู่การเป็น Smart Water 4.0  เพื่อขานรับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล และความร่วมมือในครั้งนี้จะรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในอนาคตได้อย่างครบวงจร
นายจิรายุทธ กล่าวว่า ล่าสุด อีสท์วอเตอร์ได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคด้านน้ำแบบครบวงจรภายในพื้นที่อุทยานนวัตกรรมดิจิทัล หรือ Digital Park Thailand
โดยความร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความพร้อมในการวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคด้านน้ำบนพื้นที่ขนาด 600 ไร่ ในอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่ง อีสท์ วอเตอร์ จะสนับสนุนข้อมูลและแนวทางในการจัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำดิบ
การให้คำแนะนำในการวางระบบน้ำอุตสาหกรรม ระบบบำบัดน้ำเสีย และน้ำรีไซเคิล ซึ่งแนวท่อหลักของอีสท์วอเตอร์ที่วางอยู่ในอีอีซีนั้นอยู่ห่างจากพื้นที่โครงการ Digital Park Thailand เพียง 400 เมตร สามารถเชื่อมโยงระบบท่อส่งน้ำดิบได้ทันที
“อีสท์วอเตอร์ ได้พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ชูความเป็น Smart Water 4.0  เพื่อให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ สามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้น้ำ คุณภาพ แรงดัน และการรั่วซึมในระบบได้แบบ Real-Time
โดยทั้งหมดนี้สามารถดำเนินการได้ผ่าน Application หรือเว็บเพจ เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำ ลดปริมาณน้ำสูญเสียและต้นทุนในการดูแลระบบรวมถึงระบบการชำระค่าน้ำ พร้อมการแจ้งเตือนอัตโนมัติหากมีเหตุผิดปกติเกิดขึ้นในระบบ
ด้วยการควบคุมทั้งระบบจาก Control Center เพียงจุดเดียว ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำภายใน Digital Park Thailand เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัยมากยิ่งขึ้น”
ด้าน พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT กล่าวว่า อีสท์ วอเตอร์ มีศักยภาพเรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี
ในขณะที่แคทเองก็มีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ Digital Park Thailand ให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนและการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิตอลที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดของประเทศ ภายใต้แนวคิด Smart City อันจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต
ซึ่งสาธารณูปโภคด้านน้ำเป็นปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญ โครงการจึงจำเป็นต้องมีแผนรองรับการจัดหาน้ำในระยะยาวให้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นตามแผนพัฒนาในอนาคต
สำหรับความต้องการใช้น้ำในระยะแรกรวม 15,500 ลบ.ม./วัน แบ่งเป็นน้ำสะอาดเพื่อพื้นที่พักอาศัย พื้นที่สำนักงาน และพื้นที่ทั่วไป 3,500 ลบ.ม./วัน น้ำอุตสาหกรรมเพื่อหล่อเย็นData Center 12,000 ลบ.ม./วัน ระบบบำบัดน้ำเสียและระบบการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ขนาด 3,000 ลบ.ม./วัน
เพื่อ Recycle น้ำเป็นระบบ Zero Discharge สำหรับความร่วมมือกันระหว่าง อีสท์วอเตอร์ กับ CAT นั้นจะแบ่งการดำเนินงานเป็นระยะๆ โดยระยะแรกจะเป็นการวางแผนและออกแบบการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ หลังจากนั้นจึงจะพิจารณารูปแบบในการพัฒนาธุรกิจและการลงทุนร่วมกันต่อไป