SYNEX โชว์กำไรปี 59 กว่า 400 ล้านบาท ทุบสถิติใหม่ ตั้งเป้ารายได้ปีหน้าโตเพิ่ม 15%

Hits: 9

SYNEX อวดผลงานปี 59 กำไรสุทธิโตราว 16% อยู่ที่ 406.93 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ รายได้รวม 23,823.29 ล้านบาท เติบโต 10.73% ที่ประชุมบอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 0.26 บาท รวมทั้งปีจ่ายปันผล 0.36 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำการเป็นหุ้นดีมี Growth Stock และ Dividend Stock ต่อเนื่อง

“สุธิดา มงคลสุธี” ซีอีโอคนเก่ง เผยปี 60 ธุรกิจส่อแววเด่นตั้งแต่ต้นปี วางแผนเป้ารายได้ปีนี้ให้โตอีก 15% จากแผนธุรกิจที่วางไว้ ปี 59 ประสบความสำเร็จจากยอดการจำหน่ายสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนรับได้การตอบรับที่ดี และสินค้ากลุ่ม Commercial ที่เติบโตขึ้น ปีนี้ บริษัทฯ ได้ไลน์สินค้าใหม่เพิ่มอีกหลายแบรนด์ที่สำคัญ จึงพร้อมรุกตลาดในและต่างประเทศให้เติบโตต่อเนื่องได้อีก

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ผู้ประกอบธุรกิจไอทีรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อยฯ ประจำปี 2559 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2559)

บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างน่าประทับใจ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 406.93 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 351.16 ล้านบาทปรับเพิ่มขึ้น 55.77 ล้านบาท

หรือมีกำไรเพิ่มขึ้น 15.88% กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.53 บาทต่อหุ้น เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 0.46 บาทต่อหุ้น รายได้รวมอยู่ที่ 23,823.29 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 21,513.67 ล้านบาท รายได้รวมเพิ่มขึ้น 2,309.62 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10.73% กำไรขั้นต้น 1,113.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 2.63% จากการวางกลยุทธ์ด้านการบริหารผลิตภัณฑ์และการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด การส่งเสริมการขายที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติการจัดสรรกำไรจากงวดการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง เพื่อจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.26 บาท โดยบริษัทฯ ได้มีจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของงวดครึ่งแรกปี 2559 ไปแล้วหุ้นละ 0.10 บาท รวม SYNEX จ่ายเงินปันผลทั้งปี 59 ในอัตราหุ้นละ 0.36 บาท และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2560

“ผลงานปี 2559 เติบโตตามเป้าหมายโดยมีรายได้และกำไรทุบสถิติสูงสุดใหม่ ถือเป็นการตอกย้ำว่าซินเน็คฯ สามารถเดินตามแผนกลยุทธ์และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการได้รับผลบวกเต็มๆ ในตลาดสินค้าสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมสูง กับงานโครงการต่างๆ ของภาครัฐและเอกชนที่มีความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผลักดันให้ยอดขายสินค้ากลุ่ม commercial เติบโตดีขึ้นเช่นกัน

นางสาวสุธิดา กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีในประเทศปีนี้ คาดว่าจะเติบโตขึ้นราว 4 – 5% ขณะที่ซินเน็คฯ วางเป้าหมายเติบโต 15% จากปีก่อน เติบโตมากกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรม จากการที่สินค้าไอทีเข้ามาอยู่กับชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้นทำให้เกิดกำลังซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะตลาดสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะยอดการจำหน่าย Huawei จึงทำให้แผนการเปิดศูนย์บริการร่วมกับ Huawei เพิ่มขึ้นในปีนี้ มีอีกหลายทำเลทั่วประเทศ

SYNEX ตั้งเป้าขยายไลน์สินค้า

บริษัทฯ วางเป้าหมายต้องเพิ่มสินค้าใหม่เข้ามาจำหน่ายในปีนี้ และมีการเจรจาแล้วหลายแบรนด์ดังโดยช่วงต้นปี D-Link ผู้นำผลิตภัณฑ์เครือข่ายชั้นนำระดับโลกประกาศแต่งตั้งให้บริษัทฯเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครือข่ายอย่างเป็นทางการ เป็นการขยายตลาดในกลุ่มผู้ใช้งานระดับโฮมยูสและกลุ่มธุรกิจองค์กรเพิ่มมากขึ้น

พร้อมได้เปิดตัวไลน์สินค้าใหม่ “โดรน” เทคโนโลยีชั้นนำสุดฮิตจาก DJI บริษัทฯ ได้รับลิขสิทธิ์นำเข้าจัดจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฏหมายและรับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ที่สำคัญ บริษัทฯได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการให้เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้ากลุ่ม Apple (ยกเว้นกลุ่ม Smartphone)

ขณะที่บริษัทฯก็ตั้งเป้ารุกไปตลาดต่างประเทศที่มีการเติบโตเน้นทำการตลาดในประเทศเพื่อนบ้านโดยมีประเทศเมียนมาเป็นตลาดหลักและเดินหน้าขยายตลาดกัมพูชาและลาวเพื่อเสริมให้มียอดขายและกำไรแข็งแกร่งในตลาดอินโดจีนได้ประสบความสำเร็จ

“ SYNEX เป็นดิสทรีบิวเตอร์รายใหญ่ของประเทศ สินค้าไอที ที่บริษัทฯ เป็นผู้แทนจัดจำหน่ายเป็นที่ต้องการของตลาดและเป็นเทรนด์เทคโนโลยีในอนาคต ซินเน็คฯ มีความเข้มแข็งในตลาด Consumer อยู่แล้ว ในปีนี้เราจะเข้าไปรุกตลาด Commercial มากขึ้น

โดยการเพิ่มสินค้าใหม่ควบคู่กับบริการหลังการขายซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุดในยุค Internet of Things สินค้าไอทีจะเป็นพื้นฐานสำคัญ

จึงเป็นผลบวกต่อบริษัทฯในการขยายตลาด ขยายฐานลูกค้า โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ มีหลายปัจจัยบวกสนับสนุน บริษัทฯ จึงตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตอีก 15% จากปีก่อน” นางสาวสุธิดา กล่าวเพิ่มเติม