ก.วิทย์ สวทช. จับมือพันธมิตร จัดงานไรส์ RISE3 นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางไทย

Hits: 478

กระทรวงวิทย์ฯ โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กระทรวงคมนาคม โดย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รวมถึงสมาคมวิศวกรรมระบบขนส่งทางรางไทย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) และ Railway Technical Research Institute หรือ RTRI ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยระบบรางของประเทศญี่ปุ่น ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมและนิทรรศการระบบรางของไทย ครั้งที่ 3 Thai Rail Industry Symposium and Exhibition: RISE3

ในหัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรมระบบรางไทย: ก้าวกระโดดไปด้วยยุทธศาสตร์ความร่วมมือการจัดซื้อจัดจ้างที่มีเงื่อนไขความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางไทย” ระหว่างวันที่ 9 – 11 มีนาคม 2560 ณ สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน

RISE3
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ผ่านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ด้านการคมนาคมขนส่งทางราง โดยคิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งประเทศไทยไม่สามารถดำเนินการเองได้ทั้งหมด จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้การก้าวกระโดดการพัฒนาจากผู้ซื้อเทคโนโลยีไปสู่ผู้ใช้ที่ฉลาด สามารถซ่อมแซม บำรุงรักษาได้ จนถึงเป็นผู้ที่สามารถผลิตเทคโนโลยีได้เองนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับประเทศไทยอย่างยิ่ง

ประกอบกับนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” ของรัฐบาลที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” ที่ส่งเสริมให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจใหม่บนพื้นฐานแห่งความรู้ จึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์เปลี่ยนแปลงนโยบายจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่เอื้ออำนวย กำหนดให้มีเงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยี และนำไปสู่การวิจัยและพัฒนาต่อยอด เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และสามารถพึ่งตนเองได้ในอนาคตได้อย่างแท้จริง

RISE3 นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางไทย

ทั้งนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เห็นความสำคัญต่อกระบวนการดังกล่าว จึงขอเชิญชวน หน่วยงานนโยบายภาครัฐ ผู้ประกอบการเดินรถ หน่วยงานจัดซื้อจัดจ้าง/บำรุงรักษา สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน รวมถึงประชาชนที่สนใจ ร่วมกันรับฟัง พร้อมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการประชุมและแสดงนิทรรศการอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางไทย ครั้งที่ 3 เรื่อง “อนาคตอุตสาหกรรมระบบรางไทย: ก้าวกระโดดไปด้วยยุทธศาสตร์ความร่วมมือการจัดซื้อจัดจ้างที่มีเงื่อนไขความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางไทย”

ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 มีนาคม 2560 ณ สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน โดยในวันที่ 9 มีนาคม 2560 กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เรียนเชิญนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นประธานเปิดงาน เพื่อแสดงให้เห็นว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการพัฒนาระบบรางของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาตนเองเพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างนวัตกรรมและการทดสอบอย่างมีมาตรฐานเหมาะสมใช้งานได้จริง สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทยต่อไป

ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สวทช. ร่วมกับ กระทรวงคมนาคม โดย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รวมถึง สมาคมวิศวกรรมระบบขนส่งทางรางไทย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และ Railway Technical Research Institute หรือ RTRI

RISE3
โมเดลจำลองระบบรางของบริษัท บอมบาร์ดิเอร์ ทรานสปอร์เทชั่น ร่วมโชว์ผลงานในการแถลงข่าว

ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยระบบรางของประเทศญี่ปุ่น ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมและนิทรรศการระบบรางของไทย ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรมระบบรางไทย: ก้าวกระโดดไปด้วยยุทธศาสตร์ความร่วมมือการจัดซื้อจัดจ้างที่มีเงื่อนไขความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางไทย” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 มีนาคม 2560 นี้ ณ สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน

โดยภายในงานจะประกอบด้วย 1) การสัมนาวิชาการเพื่อเสนอยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างที่มีเงื่อนไขการตอบแทนด้วยการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างแท้จริง 2) การนำเสนอผลงงานวิจัย รวมถึงมีการส่งมอบผลงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาต้นแบบระบบตรวจสภาพทางรถไฟ (ระยะที่ 1)” โดย ผศ.ดร.สืบสกุล พิภพมงคล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พร้อมส่งมอบให้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ใช้ประโยชน์

และ 3) การจัดแสดงนิทรรศการศักยภาพอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางจากภาคเอกชน และภาครัฐ และยังมีการบรรยายงานวิจัยที่น่าสนใจหลายหัวข้อ อาทิ งานวิจัยเรื่อง “การลดการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟด้วยแถบเส้นชะลอความเร็ว”

งานวิจัยเรื่อง “กลยุทธ์เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาที่เกื้อหนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในประเทศไทย” งานวิจัยเรื่อง “นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ กรณีศึกษาระบบขนส่งทางราง” เป็นต้น

ทั้งนี้กิจกรรมทั้งหมดจะนำไปสู่ภาพรวมของการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทยอย่างรอบด้าน ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยอย่างก้าวกระโดดในการแข่งขัน เพื่อพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

RISE3
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด

ด้านนายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กล่าวว่า การประชุมวิชาการและแสดงนิทรรศการอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางไทย ครั้งที่ 3 (RISE3) จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมไปถึงสถานที่จัดงานที่เลือกจัดสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความสำคัญของระบบขนส่งทางราง

ทั้งนี้โครงการรถไฟฟ้าแอร์พอตเรลลิงก์เป็นให้บริการเชื่อมต่อระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิเข้าสู่ตัวเมือง มีสถานีให้บริการทั้งสิ้น 8 สถานี ตลอดเส้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ-พญาไท ปัจจุบันถือเป็นโครงการรถไฟฟ้าที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดในประเทศ โดยมีความเร็วสูงสุดในการบริการถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีจำนวนรถที่ให้บริการรวม 9 ขบวน เพื่อคงความปลอดภัยในการให้บริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจำเป็นต้องมีการวางแผนตรวจประเมินเพื่อนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจวางแผนการเดินรถและซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน

อย่างไรก็ดีการตรวจสอบต่างๆ ที่ผ่านมาต้องใช้งบประมาณที่สูงมากและยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีตลอดจนผู้เขี่ยวชาญจากต่างประเทศเท่านั้น แต่หลังจากนโยบายการเพิ่มขีดความสามารถเพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ ในปี 2558 บริษัทรถไฟฟ้า รฟท. จำกัด ได้รับการสนับสนุนงานวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช)

ดำเนินการโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้โครงการ “การพัฒนาระบบการประเมินความปลอดภัยและสภาวะการใช้งานได้ของระบบรางด้วยการตรวจวัดการสั่นสะเทือนสำหรับประยุกต์ใช้งานกับระบบรางในไทย” ซึ่งผลจากการทำงานวิจัยอย่างหนักของคณะนักวิจัยในโครงการร่วมกับเจ้าหน้าที่ของบริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด ทำให้ได้ผลการตรวจประเมินรถไฟฟ้าจำนวน 2 ขบวนคือ รถไฟฟ้า City Line 1 ขบวนและรถไฟฟ้า Express Line 1 ขบวน ตามมาตรฐาน UIC 518

โดยผลสำเร็จจากงานวิจัยดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบและวางแผนซ่อมบำรุงขบวนรถไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของคณะนักวิจัยและยืนยันแนวทางการบริหารงานวิจัยมุ่งเป้าระบบราง ที่สามารถนำผลงานวิจัยออกไปสู่การใช้งานจริงในภาคสนามและจะได้ต่อยอดไปสู่การวิจัยเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมรางต่อไป