อินทัช เผยกลยุทธ์ CONNECTING ในปี 2560 ทุ่มทุน 250 ล้านบาทศึกษาธุรกิจใหม่ เชื่อมโยงสู่สังคมที่ยั่งยืน

Hits: 7

บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เผยกลยุทธ์ทางธุรกิจปี 2560 ภายใต้แนวคิด CONNECTING THAIS FOR SUSTAINABLE GROWTH มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น ภาคธุรกิจและผู้บริโภค ตลอดจนภาคชุมชน สังคมและประเทศชาติ พร้อมทุ่มงบศึกษาธุรกิจใหม่กว่า 250 ล้านบาท ในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเชื่อมโยงความต้องการของคนไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการบริหารงานอย่างมืออาชีพ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสร้างมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม

นายฟิลิป เชียง ชอง แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะบริษัทด้านการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์ เป้าหมายหลักในการดำเนินงานของบริษัทฯ คือการสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว และหนึ่งในกลยุทธ์ของเราก็คือการขยายธุรกิจให้มีความหลากหลาย เพื่อให้สามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับสังคม และผู้ถือหุ้นได้ ภายใต้แนวคิด CONNECTING THAIS FOR SUSTAINABLE GROWTH อินทัชได้วางกลยุทธ์ไว้หลายด้านในการพัฒนาธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจการร่วมค้า (Joint Venture) การควบรวมกิจการ (Merger and Acquisition) และ/หรือการสร้างการเติบโตจากธุรกิจปัจจุบัน

CONNECTING
นายฟิลิป เชียง ชอง แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

ด้วยหน้าที่ของเอไอเอสคือการสื่อการ การเชื่อมโยงระหว่างผู้คน คอนเซ็ปต์ CONNECTING THAIS FOR SUSTAINABLE GROWTH ในยุคปัจจุบัน การสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงคนไทยทั้งหมด จึงขึ้นอยู่กับโครงข่ายโทรคมนาคมที่เอไอเอสเชี่ยวชาญ ที่จะช่วยนำบริการที่ดีๆทางด้านดิจิทัลให้คนไทยได้ใช้ มีโอกาสที่จะเข้าถึงบริการที่สะดวก สินค้าดีๆ ข้อมูลที่เข้าถึง ตลอดกระบวนการตัดสินใจซื้อในขั้นตอนสุดท้าย ทั้งหมดคือ Digital Services ที่เอไอเอสตั้งใจ

ยุคนี้เป็นยุคของดิจิทัล 4.0 การทำธุรกิจจะเริ่มเข้ามาอยู่บนโครงสร้างเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าที่เพิ่มมากขึ้น (Value Creation) การเชื่อมโยงทั้งหมดจะช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้บนพื้นฐานของการเชื่อมโยงไปที่ภาคประชาชน วันนี้อินทัช เริ่มเข้าไปร่วมมือกับหน่วยงานของภาครัฐ เพื่อเชื่อมต่อนโยบาย 4.0 ของรัฐบาลต่อไป

ซึ่งสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นมีศักยภาพในการต่อยอดไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆเพื่อรองรับตลาดผู้บริโภคหรือตลาดระดับองค์กร ซึ่งเราเองก็เปิดกว้างในการหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถนำเสนอบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า อย่างไรก็ดี อินทัชจะพิจารณาโอกาสทางธุรกิจและคัดเลือกอย่างรอบคอบในการลงทุนธุรกิจใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทจัดสรรงบประมาณ ในการศึกษาพัฒนาธุรกิจใหม่ ในเบื้องต้นอยู่ที่ 250 ล้านบาท

แนวคิด “CONNECTING THAIS FOR SUSTAINABLE GROWTH” อินทัชมุ่งพัฒนาธุรกิจผ่านการทำงานในสามส่วนหลักดังนี้:

– การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น: มุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์ และการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้Œวยการลงทุนและบริหารงานในธุรกิจโทรคมนาคม สื่่อ และเทคโนโลยี
– การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ภาคธุรกิจและผู้บริโภค: โดยบริษัทจะแสวงหาโอกาสในการลงทุนใหม่‹ๆ ในธุรกิจโทรคมนาคม สื่่อ และเทคโนโลยี อย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้มีการตั้งงบในการศึกษาวิจัยและพัฒนาธุรกิจใหม่ 250 ล้านบาท หาโอกาสลงทุนในดิจิตอล เซอร์วิส IoT และบิ๊ก ดาต้า
– การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ภาคชุมชน สังคมและประเทศชาติ: โดยยึดมั่นหลักการเป็šนพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ และพร้อมที่จะสนับสนุนส่งเสริมการสร้างคุณค่าและประโยชน์ร่วมกันระหว่าง‹องค์กรธุรกิจ สังคม และผู้Œมีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals – SDGs)

การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกของไทยแลนด์ 4.0 หรือโลกของอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) อาจจะต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ใช่ว่าจะใช้เพียงโครงสร้างทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โครงสร้างของการพัฒนาคนเพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงก็ต้องพร้อมที่จะเดินตามกันไปด้วย การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จึงจะสามารถตอบโจทย์กลับไปที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ ซึ่งเท่ากับว่าจะเป็นผลดีต่อประเทศไทยและคนไทยทุกคนนั่นเอง

ทั้งนี้ในปี พ.ศ. 2559 อินทัชมีผลกำไรลดลงจากปีก่อน 21% อยู่ที่ 12,708 ล้านบาท อันสืบเนื่องมาจากการที่ เอไอเอสมีต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ไทยคมมีรายได้ลดลง ทว่าบริษัทก็ยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้ตามกำหนดนโยบายเงินปันผล นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาอินทัชออกจากการลงทุนไป 2 โครงการ โดยได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณร้อยละ 20 รวมทั้งมีการพิจารณาโครงการใหม่ 4 โครงการ เป็นโครงการที่สำเร็จแล้ว 2 โครงการ และอยู่ในระหว่างดำเนินการ 2 โครงการ ทั้งนี้ อินทัชยังคงแสวงหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆต่อไป

ปัจจุบันการลงทุนของอินทัช สามารถจำแนกออกเป็น 3 สายธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สาย (AIS) ธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจต่างประเทศ (Thaicom) และธุรกิจอื่นๆ (High Shopping และ InVent)