TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

อะโดบีเปิดตัว Adobe Experience Manager as a Cloud Service

Adobe

อะโดบีเปิดตัว Adobe Experience Manager as a Cloud Service ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Adobe Experience Cloud โดยนับเป็นโซลูชันคลาวด์เนทีฟที่ก้าวล้ำที่สุดสำหรับการจัดการประสบการณ์ดิจิทัล ผสานรวมฟีเจอร์ที่พร้อมสรรพและตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับการปรับแต่งคอนเทนต์อย่างที่นักการตลาดและนักพัฒนาต้องการ

พร้อมความคล่องตัวที่เหมือนกับซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการ (SaaS) แบรนด์ต่างๆ จะสามารถเรียนรู้และใช้งานแอปพลิเคชั่นดังกล่าวได้อย่างฉับไวภายในเวลาไม่กี่นาที และนำเสนอคอนเทนต์และประสบการณ์ที่ปรับแต่งอย่างยืดหยุ่นได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ในการจัดเตรียม ซึ่งปกติแล้วจะต้องใช้เวลาหลายเดือนสำหรับกระบวนการดังกล่าว

Adobe Experience Cloud นำเสนอโซลูชันสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลและการกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึก การจัดการและปรับแต่งคอนเทนต์ การจัดการเส้นทางของลูกค้า การค้าและโฆษณา ซึ่งจะช่วยผลักดันการจัดการประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience Management – CXM) อย่างเหมาะสม ครอบคลุมทั้งธุรกิจแบบ B2B และ B2C สำหรับบริษัททุกขนาด

โลนี่ สตาร์ค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดผลิตภัณฑ์ของอะโดบี กล่าวว่า Adobe Experience Manager as a Cloud Service ช่วยขยายขีดความสามารถขององค์กรต่างๆ ในการสร้าง จัดการ และนำเสนอแคมเปญ ดิจิทัลแอสเซ็ท และประสบการณ์ที่หลากหลายได้รวดเร็วมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นับเป็นโซลูชั่นที่ดีเยี่ยมสำหรับบริษัทขนาดกลางและองค์กรขนาดใหญ่ที่ดำเนินการปรับเปลี่ยนธุรกิจอย่างกว้างขวางและมีแผนที่จะปรับใช้เครื่องมือดิจิทัลที่ก้าวล้ำ แต่ต้องการความสะดวกและความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

Adobe Experience Manager as a Cloud Service คือแอปพลิเคชันที่ทันสมัย ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับการจัดการประสบการณ์ โดยผสานรวมแอปพลิเคชั่นการจัดการคอนเทนต์ (Content Management – CMS) ที่ปลอดภัย คล่องตัว และปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น รวมไปถึงการจัดการดิจิทัลแอสเซ็ท (Digital Asset Management – DAM), การจัดการป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิทัล (Digital Signage Management) และการสื่อสารกับลูกค้า (Customer Communication – CCM) อะโดบีนำเสนอแอปพลิเคชั่นหนึ่งเดียวที่มอบความคุ้มค่าภายในเวลาอันรวดเร็วเหมือนกับ SaaS ทั้งยังสามารถต่อขยายและปรับแต่งให้สอดรับกับความต้องการทางธุรกิจอีกด้วย

“บริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่กลุ่มแรกที่ปรับใช้แอปพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถนำเข้าข้อมูลได้เร็วขึ้น 50%, เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการได้ถึง 40%, ลดระยะเวลาหยุดทำงานของระบบให้เหลือศูนย์โดยเป็นผลมาจากการอัพเดตระบบอย่างสม่ำเสมอตามตารางเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอนเทนต์ได้กว่า 20% การเปลี่ยนย้ายไปสู่บริการคลาวด์เนทีฟช่วยให้ฝ่ายการตลาดและไอทีได้รับประโยชน์มากมาย”

โลนี่ สตาร์ค กล่าวว่า ลูกค้าจะได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าภายในเวลาที่รวดเร็วมากขึ้น ด้วยปรับปรุงการพัฒนาคอนเทนต์ โดยที่บริษัทเจ้าของแบรนด์ไม่จำเป็นต้องทำการปรับแต่งล่วงหน้าสำหรับประสบการณ์บนเว็บไซต์ Adobe Experience Manager as a Cloud Service นำเสนอสภาพแวดล้อม CMS และ DAM ที่มีคุณภาพในระดับโปรดักชั่นมืออาชีพภายในเวลาไม่กี่นาที ตัวอย่างเช่น บริษัทจะสามารถนำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่บนเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว และใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านประสบการณ์ลูกค้าในอนาคต

ด้วยแอปพลิเคชั่นที่เข้าใช้งานได้อย่างง่ายดาย มีการอัพเดตให้ทันสมัยอยู่เสมอ และปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศหรือซีไอโอจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการทำให้ระบบหยุดทำงานเพื่อรองรับการอัพเกรดเวอร์ชั่น และสามารถพึ่งพาสภาพแวดล้อมที่รองรับการใช้งานจริงซึ่งได้รับการกำหนดค่าและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องตามแนวทางการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมตามมาตรฐานของอะโดบี

เพิ่มผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ด้วยการดำเนินการโดยอ้างอิงข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับลูกค้า และให้ความสำคัญกับการตัดสินใจเลือกของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น ถ้าข้อมูลการซื้อก่อนหน้านี้บ่งบอกว่าลูกค้าชื่นชอบทุกอย่างที่เป็นสีแดง และลูกค้าสนใจอีเมลที่แนะนำสินค้าประเภทเสื้อโค้ท ด้วยการใช้ Adobe Sensei ซึ่งเป็นระบบ AI และ Machine Learning ของอะโดบี บริษัทเจ้าของแบรนด์ก็อาจปรับใช้ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าว และแนะนำเสื้อโค้ทสีแดงซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย นอกจากนั้น Adobe Sensei ยังช่วยให้บริษัทสามารถใส่แท็กรูปภาพและวิดีโอโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ทีมงานต่างๆ สามารถทุ่มเทเวลาให้กับงานครีเอทีฟได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับงานเล็กๆ น้อยๆ ดังกล่าว

และด้วยเทคโนโลยี Adobe Sensei เพื่อปรับปรุงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนคอนเทนต์สำหรับช่องทางต่างๆ โดยกระบวนการนี้จะดำเนินการโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ทีมงานต่างๆ ยังสามารถทำงานไปพร้อมๆ กันโดยใช้แอสเซ็ทที่หลากหลายสำหรับช่องทางต่างๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาที่มีค่าสำหรับการจัดการโครงการและการปรับแต่งอุปกรณ์