มาสด้าแนะวิธีปกป้องตัวเองจาก ฝุ่นละออง PM 2.5 ในรถยนต์

ปัญหา ‘ฝุ่นละออง’ ที่ปกคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดรอบๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลให้ทุกคนเริ่มกังวลต่อระบบทางเดินหายใจและการใช้ชีวิตประจำวัน และหลายฝ่ายพยายามระดมทุกวิถีทางเพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น

เช่นเดียวกับมาสด้าที่ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนารถยนต์ในอนาคต ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ในระยะยาว คือ Sustainable Zoom-Zoom 2030 หรือ ซูม-ซูม อย่างยั่งยืน เพื่อรักษาโลกให้คงความสวยงาม เพื่อยกระดับวิถีชีวิตของผู้คน และสังคมให้มีความสุข

สำหรับข้อแนะนำสำหรับประชาชนที่กำลังการขับขี่ยานพาหนะหรือรถยนต์ ในขณะที่อากาศไม่ดี มี ฝุ่นละออง ในอากาศ ให้เปิดแอร์โดยเลือกระบบอากาศแบบหมุนวนภายในห้องโดยสาร หรือถ้ามีแอร์ระบบอัตโนมัติ ให้ใช้โหมด full auto ควรหลีกเลี่ยงการเลือกระบบอากาศจากภายนอก และเมื่อออกสู่สภาวะภายนอก ก็ควรการป้องกันสุขภาพอันเกิดจากมลภาวะดังกล่าวด้วยการสวมหน้ากากป้องกัน

แต่การป้องกันดังกล่าวต้องมองในระยะยาว และทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อลดการปล่อยไอเสียสู่บรรยากาศ สำหรับมาสด้าเองนั้น ที่ผ่านมาได้มีการจำหน่ายตามรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลที่มีการปล่อยค่าไอเสียที่สะอาดตามมาตรฐาน EURO5 ซึ่งประกอบด้วย Mazda2 Mazda CX-3 และ CX-5 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล จะมีระบบบำบัดไอเสียที่ประกอบไปด้วย

การออกแบบห้องเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพสูง เผาไหม้หมดจด และมี EGR (Exhaust Gas Recirculation) ซึ่งช่วยลดปริมาณไนโตรเจนออกไซด์ หรือ NOX และ DPF (Diesel Particulate Filter) ซึ่งช่วยลดปริมาณเขม่าในไอเสีย จึงทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซลมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้รถยนต์ทั้งชนิดเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล นอกจากจะต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อลดมลพิษทางอากาศแล้ว สิ่งที่สำคัญคืออย่าดัดแปลงเครื่องยนต์ให้ทำงานผิดไปจากเดิม อย่างแรกที่นิยมทำกันด้วยความเข้าใจที่ผิดๆ คือการอุด EGR Valve หรือ Exhaust Gas Recirculation EGR มีทั้งในเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลมานานแล้ว แต่มักพูดถึงเฉพาะในเครื่องดีเซล

EGR มีไว้ลดก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ หรือ NOX ซึ่งเป็นก๊าซที่เป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจ และเป็นตัวก่อมลพิษในอากาศโดยตรง ทำให้เกิดฝนกรด และทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศ กระบวนการทำงานของ ระบบ EGR คือการนำเอาไอเสียบางส่วนกลับมาเผาไหม้ใหม่ เพื่อควบคุมอุณหภูมิในห้องเผาไหม้ และปฏิกิริยาทางเคมีที่จะก่อให้เกิด NOX และการทำงานจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ควบคุมโดยคอมพิวเตอร์

ดังนั้นการอุด EGR คือการตัดการทำงานของระบบหมุนเวียนไอเสีย ทำให้เครื่องยนต์ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิและปฏิกิริยาทางเคมีในห้องเผาไหม้ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบโดยตรงคือ เกิด NOX ในไอเสียมากขึ้น และทำให้อุณหภูมิในห้องเผาไหม้ร้อนผิดปกติ

และการอุด EGR วาล์วด้วยแผ่นเหล็กแบบง่ายๆ อาจทำให้เกิดการรั่วของอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ ทำให้เกิดเขม่าสะสมมากผิดปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายของเครื่องยนต์อีกด้วย

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า PM2.5 มีแหล่งกำเนิดส่วนหนึ่งมาจากการที่ ไนโตรเจนออกไซด์ หรือ NOX ไปทำปฏิกิริยากับสารอื่นในอากาศทำให้เกิดเป็นฝุ่นละเอียด ดังนั้นการอุด EGR จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิด PM2.5 ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของคนไทยโดยตรงในขณะนี้

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

มาสด้า ประเทศไทย