อาลีบาบา เปิดทางองค์กรทุกขนาด สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ดิจิทัล

อาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด ประกาศเปิดตัวโครงการ “A100” ซึ่งเป็นโครงการหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ที่ให้บริการโซลูชั่นครบวงจรแก่บริษัทต่างๆ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอล

โดยสมาชิกของ A100 จะได้รับการพัฒนาความสัมพันธ์ในการทำงานเชิงลึกและยั่งยืน กับธุรกิจของ อาลีบาบาในหลายฟังก์ชั่นและแพลตฟอร์ม เพื่อร่วมสร้างคุณค่าและรูปแบบที่ดีที่สุด ด้วยประสิทธิภาพและความยั่งยืนในยุคดิจิทัล

โครงการ A100 ได้รับการประกาศในงานเปิดตัว “Alibaba ONE Business Conference” ในหังโจว โดยชื่อ “A100” เป็นสัญลักษณ์ของเป้าหมายของอาลีบาบาในการนำเสนอโซลูชั่นดิจิทัลให้กับบริษัทจำนวนมาก

โปรแกรม A100 สร้างขึ้นจาก“ ระบบปฏิบัติการอาลีบาบา” (Alibaba Operating System) ซึ่งเปิดตัวในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งการสร้างระบบปฏิบัติการอาลีบาบาเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาของบริษัท จากผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซไปสู่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกแบบครบวงจร เนื่องจากอาลีบาบาได้ขยายธุรกิจจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปสู่ธุรกิจความบันเทิงดิจิทัลและบริการในท้องถิ่น

ทำให้ศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานได้เติบโตขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมด้านการขาย โลจิสติกส์ การเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชน การชำระเงิน การตลาดและบริการสนับสนุนที่หลากหลาย ซึ่งดำเนินการบนเทคโนโลยีคลาวด์ ด้วยความสามารถในการประมวลผลแบบคลาวด์ที่แข็งแกร่งทำให้ระบบสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล

เป็นผลให้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นและผลักดันการเติบโตทางธุรกิจ การค้าปลีกแบบใหม่ (New Retail) เป็นอินเทอร์เฟซที่สำคัญที่ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากระบบปฏิบัติการอาลีบาบา

การประชุม Alibaba ONE Business ยังได้เน้นถึงความสำเร็จของ New Retail ซึ่งเป็นรูปแบบการค้าที่ริเริ่มโดย อาลีบาบาเพื่อรวมการค้าปลีกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันผ่านการดำเนินงานแบบร้านค้าดิจิทัล New Retail ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยมีแบรนด์มากกว่า 1,200 แบรนด์ที่แปลงเป็นรูปแบบดิจิทัลและมากกว่า 200,000 ร้านค้าออฟไลน์ที่พัฒนาเป็น “สมาร์ทสโตร์”

อาลีบาบาได้เสนอระบบปฏิบัติการอาลีบาบาให้กับบริษัททุกขนาดผ่านโปรแกรม A100 ซึ่งบริษัทนั้นสามารถเลือกบริการที่หลากหลายจากเมนูเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของพวกเขา อาลีบาบาจะสร้างทีมให้บริการแบบผสมผสานข้ามแพลตฟอร์ม

เพื่อดูแลการดำเนินงานของ A100 และจะเริ่มต้นกับพันธมิตรที่มีอยู่แล้วในระบบนิเวศหรืออีโคซิสเท็มของบริษัท โดยโปรแกรมนี้จะค่อยๆขยายไปสู่แบรนด์อื่น ๆ ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบดิจิทัลของพวกเขา

อาลีบาบา

แดเนียล จาง ซีอีโอของ อาลีบาบากรุ๊ป กล่าวว่า “ด้วยจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 600 ล้านรายต่อเดือนในตลาดหลักของเรา และเกือบ 30 หน่วยธุรกิจที่เชี่ยวชาญในการบริการจากการค้าดิจิทัล การชำระเงินมือถือ การตลาดดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและอื่น ๆ

ส่งผลให้อาลีบาบานับเป็นผู้นำในการเชื่อมการค้าระหว่างพันธมิตรธุรกิจในจีนและทั่วโลก กับผู้บริโภคชั้นกลางของจีนเพื่อใช้ประโยชน์จากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น

โปรแกรม A100 ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยระบบปฏิบัติการของอาลีบาบาจะช่วยให้ บริษัทต่างๆ ได้รับบริการที่พวกเขาต้องการในยุคดิจิทัลซึ่งอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน”

“เราได้เห็นธุรกิจจำนวนมากที่มีประสิทธิภาพและเติบโตทางธุรกิจเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานผ่านการเป็นหุ้นส่วนที่แนบแน่นกับหลายหน่วยธุรกิจของอาลีบาบา ความร่วมมือที่เกิดจากอีโคซิสเท็มของเราไม่เพียงแต่เป็นการสร้างช่องทางใหม่ สำหรับการขายและการจัดจำหน่าย

แต่ยังผลักดันให้เกิดนวัตกรรมสำหรับองค์กรเพื่อประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมจากผู้บริโภคที่ต้องการยกระดับไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศจีน เราหวังว่าจะมีบริษัทในประเทศจีนและทั่วโลกเข้าร่วมในโครงการความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ A100 เพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้” นายแดเนียล จาง กล่าว

หนึ่งในความสำเร็จในช่วงต้นของการเป็นพันธมิตรข้ามแพลตฟอร์มของอาลีบาบาคือเนสท์เล่ นอกเหนือจากการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ B2C หลักผ่านหน้าร้านของทีมอลล์ (Tmall) ทีมอลล์ซูเปอร์มาร์เก็ต (Tmall Supermarket) และ เถาเป่าชนบท (Rural Taobao)

เมื่อเร็ว ๆ นี้เนสท์เล่ได้ขยายไปสู่ช่องทางใหม่ของอาลีบาบาเช่น Lingshoutong, FRESHIPPO (เดิมชื่อ Hema) และ RT-Mart นอกจากนี้เนสท์เล่ยังร่วมมือกับอาลีบาบาในหลายโครงการจากข้อมูลเชิงลึกด้านตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค

ในปีพ.ศ. 2561 เนสท์เล่ได้ลงนามในความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ไช่เหนียว(Cainiao) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ของ อาลีบาบากรุ๊ป ซึ่งทำให้เนสท์เล่สามารถรวบรวมผู้จัดจำหน่ายสี่รายที่ให้บริการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาลีบาบาไว้ในระบบเดียวกัน

เป็นผลให้เนสท์เล่สามารถใช้ประโยชน์จากความอัจฉริยะของ ไช่เหนียวเพื่อจัดเรียงผลิตภัณฑ์และจัดการสินค้าคงคลังตามความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคต่าง ๆ อีกทั้งลดสัดส่วนของพัสดุข้ามภูมิภาคและเร่งการส่งมอบ

ในเดือนสิงหาคม 2561 อาลีบาบาและสตาร์บัคส์ร่วมกันเป็นพันธมิตรค้าปลีกเชิงกลยุทธ์ใหม่ซึ่งเปิดประสบการณ์สตาร์บัคส์ที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศจีน โดยสตาร์บัคร่วมมือกับธุรกิจสำคัญ ๆ ในอีโคซิสเท็มของอาลีบาบา

รวมถึงแพลตฟอร์มการส่งอาหารตามความต้องการของจีนเอ้อเลอมา (Ele.me) ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟรชฮิปโป (FRESHIPPO) ทีมอลล์เถาเป่า (Taobao) และอาลีเพย์ (Alipay) วันนี้ Starbucks ให้บริการจัดส่งในกว่า 2,000 สาขาใน 30 เมืองในจีนผ่าน Ele.me

ร่วมมือกับซูเปอร์มาร์เก็ต FRESHIPPO เพื่อสร้าง “Star Kitchens” ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการเติมเต็มคำสั่งซื้อของสตาร์บัคส์และเพื่อขยายขีดความสามารถในการจัดส่ง

ในเดือนธันวาคม 2561 สตาร์บัคส์เปิดตัวร้านค้าเสมือนจริงแห่งแรกในประเทศจีนซึ่งขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีจากกลุ่มอาลีบาบาเพื่อมอบประสบการณ์ดิจิทัลแบบครบวงจรสำหรับแอปสตาร์บัคส์และแอปมือถือภายในระบบนิเวศของอาลีบาบา

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

อาลีบาบา