สแกนเนียเผยธุรกิจปี 2018 พร้อมใส่เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพหลังการขาย

Hits: 86

สแกนเนีย เผยธุรกิจปีที่ผ่านมาโตแบบบสวนกระแสถึง 30% เมื่อเทียบกับภาพรวมของตลาดที่มียอดจดทะเบียนรถบรรทุกลดลง ชี้การทำธุรกิจในปีนี้เน้นการสร้างทักษะให้กับฝ่ายงานบริการ และใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างการบริการระบบบริหารจัดการฟลีตรถ (Fleet Management System) ช่วยให้วางแผนบริหารจัดการฟลีตรถเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดจะเพิ่มยอดขายสำหรับรถบรรทุกได้ที่ 650 คัน และรถบัสโดยสารจำนวน 140 คัน

สำหรับอดขายในปี 2517 ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์นั้น แบ่งเป็นในประเภทรถบรรทุกเพิ่มสูงขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรถโดยสารสแกนเนียมียอดเพิ่มสูงขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ โดยยอดขายรถบรรทุกอยู่ที่ 472 คัน และรถบัสจำนวน 137 คัน รวม 609 คัน นอกจากนี้การให้บริการหลังการขายของสแกนเนียก็มียอดเติบโตเพิ่มสูงขึ้นถึง 25% ถือเป็นสัญญาณที่บอกถึงความพึงพอใจของลูกค้าในการให้บริการของสแกนเนีย

นายสเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถบรรทุกและรถบัสโดยสารในปี 2017 โดยภาพรวมของตลาดมียอดการจดทะเบียนที่ลดลง แต่ในทางกลับกันการเติบโตของสแกนเนียกลับเพิ่มขึ้น โดยการเติบโตดังกล่าวเกิดจากปัจจัย 3 หลักข้อ

ประกอบด้วย 1. ทีมงานของบุคลากรที่มุ่งเป้าไปที่การบริการลูกค้า ด้วยการเสริมสร้างทีมด้วยองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าในเรื่องการดูแลและซ่อมบำรุง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้ลูกค้า และการลดการ break down 2. คุณภาพของสินค้า เครื่องยนต์ของสแกนเนียมีจุดเด่นในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน ทนทาน รวมถึงความง่ายต่อการใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

และ 3. Repair & Maintenance Contract ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละคนได้เป็นอย่างดี และในปลายปีนี้ สแกนเนียได้เตรียมพร้อมเปิดโรงงานประกอบรถบรรทุกและรถบัสโดยสารอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อรองรับจำนวนการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ยังได้ขยายสาขารองรับจำนวนรถสแกนเนียในตลาดที่เพิ่มขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

“สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2018 ของสแกนเนียนั้นจะเน้นนโยบายในเรื่องของการให้บริการหลังการขายเป็นสำคัญ โดยจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมด้วยกิจกรรมหลักที่จะช่วยผลักดันในเรื่องนี้

อย่าง Scania Top Team Thailand 2018 ที่จะเข้ามาพัฒนาทักษะของบุคลากรฝ่ายงานบริการ เพิ่มพูนความรู้ความชำนาญ ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม รวมไปถึงการพัฒนาความรู้ให้กับทีมงานเพื่อที่จะได้สามารถดูแลลูกค้าหลังการขายได้ดีและรวดเร็ว สะดวกสบายมากขึ้น”

ด้านนายสถิตย์ ริยะตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวว่า สำหรับระบบบริหารจัดการฟลีตรถ หรือ Fleet Management System (FMS) เป็นระบบที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการฟลีตรถลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถทราบได้ว่ารถแต่ละคันของลูกค้า ณ ขณะนั้นวิ่งงานอยู่ที่ใด อัตราการใช้เชื้อเพลิงเป็นอย่างไร พฤติกรรมการขับขี่เป็นอย่างไร

สามารถนำผลมาวิเคราะห์และปรับปรุงเพื่อพัฒนาในการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน บริษัทฯ สามารถใช้เทคโนโลยีในระบบนี้เข้าไปดู เพื่อเตรียมเครื่องมือและอะไหล่ สามารถนำไปแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้รถลูกค้ามีความพร้อมสามารถกลับไปวิ่งงานได้อย่างรวดเร็วที่สุด

นอกจากนี้ยังมีแผนการซ่อมบำรุงรักษาเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือ Scania Maintenance with Flexible Plans (Flex) เป็นแผนการให้บริการที่จะช่วยให้รถของลูกค้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น เป็นแผนงานบริการที่ออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของรถในแต่ละคัน ด้วยการนำข้อมูลจากรถบรรทุกและข้อมูลการรับบริการที่แม่นยำ

ตลอดจนเก็บข้อมูลตัวแปรต่าง ๆ เช่น ลักษณะเส้นทาง ความถี่ในการติดเครื่องยนต์และดับเครื่องยนต์ แม้กระทั่งสภาพแวดล้อมและอื่น ๆ ที่มีผลต่อแผนการบำรุงรักษาที่จำเป็นกับรถในแต่ละคันมาวางแผนการบำรุงรักษาและปรับให้เข้ากับรถในแต่ละคันให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจของลูกค้า ซึ่งเป็นไปได้ว่าลดช่วงเวลาการบำรุงรักษาในแต่ละครั้งให้สั้นลง เปลี่ยนชิ้นส่วนเฉพาะที่จำเป็น

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ ลักษณะการใช้งาน สภาพแวดล้อม และอื่น ๆ ระบบจะเก็บข้อมูลและคำนวณเป็นแบบ Real Time ซึ่งทำให้มีความแม่นยำของข้อมูลที่สูงมาก โดยระบบดังกล่าวได้มีการติดตั้งให้กับรถรุ่นใหม่ทุกคันโดยไม่ต้องซื้อบริการเพิ่มเติม ส่วนรถสแกนเนียรุ่นเดิมที่ยังไม่ได้มีการติดตั้งระบบนี้ สามารถเข้ามานำรถเข้ามาติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้เช่นกัน

และเมื่อรถของลูกค้าใกล้จะถึงรอบในการซ่อมบำรุง สแกนเนียจะประสานงานนัดหมายหรือแจ้งล่วงหน้าก่อนที่จะถึงกำหนดการรับบริการครั้งถัดไป

“สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาซ่อมและบำรุงรักษา หรือ Repair and Maintenance Contract (R&M) กับสแกนเนีย สามารถรับบริการแผนการบำรุงรักษา เพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Flex) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเอาเวลาที่จะต้องดูแลรถ ไปบริหารธุรกิจได้อย่างเต็มที่”

ด้านนายภูริวัทน์ รักอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาค บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวว่า Scania Top Team เป็นกิจกรรมแข่งขันวัดประสิทธิภาพทีมบริการหลังการขาย ในการตรวจวิเคราะห์และแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถสแกนเนีย ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 10 ในระดับนานาชาติ

โดยจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะของบุคลากรฝ่ายบริการของสแกนเนียและเพิ่มความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการใช้เครื่องมือที่ถูกต้องในการทำงานและวัดประสิทธิภาพของทีมช่าง รวมถึงฝึกทักษะความรู้และเทคโนโลยี ความเป็นมืออาชีพ ตลอดจนส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็น มุ่งเน้นไปที่การดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นนโยบายเป้าหมายสูงสุดในการฝึกอบรมของสแกนเนียทั่วโลก

“นอกจากนี้ Scania Top Team ยังเป็นเวทีกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมด้านทักษะความปลอดภัยในการทำงาน การให้บริการที่ดีมีคุณภาพ รวดเร็วที่จะช่วยให้ยานพาหนะของลูกค้ามีความพร้อมในการวิ่งงานสูงสุด ในเวลาเดียวกัน โดยกิจกรรมการแข่งขันนี้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 8,000 คนจากกว่า 70 ประเทศ

โดยแต่ละประเทศที่จัดการแข่งขันจะมีการทดสอบในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติที่เกี่ยวกับงานด้านบริการ สำหรับประเทศไทยเรามีทีมสมัครเข้าร่วมแข่งขันจากทุกสาขาทั่วประเทศถึง 14 ทีม ซึ่งมี 5 ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยจะแข่งขันในวันที่ 20 มกราคม 2561 นี้ เพื่อค้นหาสุดยอดทีม ที่จะเป็นตัวแทนไปแข่งระดับประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนกันยายน 2561 และแข่งรอบชิงชนะเลิศรอบสุดท้ายในเดือนธันวาคม ที่ประเทศสวีเดนต่อไป”