ไปรษณีย์ไทย กับการสร้างแบรนด์ในจุดยืนใหม่ ที่ไม่ให้คนลืม

ปัจจุบันการขนส่งสินค้าและพัสดุต่างๆ ไม่ได้มีแค่ผู้ประกอบการรายเดียว ดังนั้นการจะอยูู่นิ่งๆ เพื่อรอให้คนเข้ามาใช้บริการเหมือนในอดีตคงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะยุคสมัยใหม่นี้เพียงแค่คลิ๊กผ่านมือถือไม่กีครั้งก็มีบริการมารับพัสดุกันถึงหน้าบ้าน ไปส่งถึงปลายทางภายในเวลาไม่กี่นาที

แถมมีการรับประกันสินค้าและกำหนดเวลาไปรับไปส่งได้ตามความสะดวก ยังไม่นับรวมการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่เริ่มติดหูติดตาจนเลือกไม่ถูกว่าจะใช้แบรนด์ไหน

ไปรษณีย์ไทย ชื่อที่อยู่คู่กับการส่งพัสดุของคนไทยมาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าลืมตามาก็รู้จักแบรนด์นี้แล้ว เพราะในอดีตถ้าจะส่งสินค้าต้องไปหาที่นี่เท่านั้น แต่ปัจจุบันถ้าการทำงานจะยังคงรอให้ลูกค้าไปหาถึงที่ทำการ ดูเหมือนจะตอบรับกับการแข่งขันในยุคนี้ไม่ทันสักเท่าไร

ล่าสุดจึงได้จับมือกับ 2 ปั๊มน้ำมันของคนไทย 2 ยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ครอบคลุมอยู่แทบจะทุกอำเภอ และที่สำคัญผู้ใช้บริการสามารถมาที่เดียวแต่ได้ถึง 2 อย่าง แถมยังใกล้ชิดลูกค้ามากกว่าที่เคย

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย ได้จับมือกับสถานีบริการน้ำมัน 2 ราย คือ ปตท.และบางจาก โดยจะใช้เครือข่ายของสถานีบริการน้ำมันทั้ง 2 แห่งเป็นที่ตั้งสาขาไปรษณีย์ และตู้ไปรษณีย์อัจฉริยะ (iBox) เพื่อพัฒนาระบบรับส่งสินค้าและโลจิสติกส์

ไปรษณีย์ไทย

พร้อมเปิดโอกาสและขยายช่องทางการตลาดสินค้าของสมาชิกเกษตรกรในเครือข่ายปั๊มชุมชนบางจากผ่านระบบ e-Commerce รวมไปถึงการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ www.thailandpostmart.com ที่จะสามารถเลือกมารับสินค้าได้ ณ เคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ในสถานีบริการน้ำมันได้อีกช่องทางหนึ่ง

“ไปรษณีย์ไทยในฐานะรัฐวิสาหกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบโลจิสติกส์ และมีเครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ การร่วมมือกับสถาบีบริการน้ำมันทั้ง 2 แห่งนี้ จะช่วยสร้างเครือข่ายของไปรษณีย์ให้ครอบคลุมมากขึ้นไปอีก

รวมไปถึงยังจะเป็นการการสนับสนุนช่วยเหลือการจำหน่ายสินค้าชุมชน สินค้า OTOP และ SMEs ให้มีช่องทางการจำหน่ายได้ทั่วถึง ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ โดยจะเป็นการผนวกกำลังกันสร้างเป็นเครือข่ายชุมชนระหว่างภูมิภาค พร้อมสนับสนุนให้เกิดเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนในการดำเนินธุรกิจดิจิทัลตามแผนนโยบายไทยแลนด์ 4.0″

โดยในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการจัดตั้งเคาน์เตอร์ให้บริการไปรษณีย์ไทยในสถานีน้ำมันของ ปตท. และบางจากเพื่อเป็นจุดรวบรวมและกระจายสินค้าชุมชน สินค้าจากโครงการไปรษณีย์เพิ่มสุข สินค้า OTOP และ SMEs รวมไปถึงผักและผลไม้ตามฤดูกาล ที่จะสลับหมุนเวียนมาจำหน่ายให้ผู้ใช้บริการสถานีน้ำมันทั้ง 2 แห่ง และผู้ใช้บริการไปรษณีย์ไทยได้ร่วมกันอุดหนุนสินค้าจากผู้ผลิตหรือเกษตรกร

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับการเป็นศูนย์กลางของชุมชนตามแนวคิด PTT Living Community

โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจพัฒนาและสรรหาสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละพื้นที่เพื่อสร้างความสุขความประทับใจ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยได้เติบโตไปพร้อมกัน

“ปตท.พร้อมที่จะเป็นจุดให้บริการจำหน่ายและกระจายสินค้าชุมชนทั้งในรูปแบบร้านค้าและระบบ E-Commerce โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมาช่วยขยายตลาด เพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นในจังหวัดต่างๆ สร้างรายได้ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และถือเป็นการพัฒนาสถานีบริการน้ำมันให้เป็นจุดหมายที่ทุกคนอยากเข้ามาซื้อสินค้าและใช้บริการ”

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยและบางจากฯ มีเป้าหมายการดำเนินงานสอดคล้องกันคือ ในการนำศักยภาพที่มีอยู่มาเสริมการดำเนินงานของกันและกันเพื่อสร้างประโยชน์และอำนวยความสะดวกคนไทย รวมทั้งสร้างโอกาสและรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น

โดยนอกจากจะเป็นช่องทางรับ-ส่งสิ่งของ เพื่อรองรับธุรกิจ e-Commerce ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคด้วยการติดตั้งตู้ไปรษณีย์อัจฉริยะ (iBox) ภายในสถานีบริการน้ำมันบางจากแล้ว ยังจะใช้เป็นจุดรับ-ส่งสิ่งของตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงจะเป็นการสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชน

ไปรษณีย์ไทย

รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ผ่านระบบ e-Commerce ของไปรษณีย์ไทยซึ่งจะเป็นการขยายฐานลูกค้า ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ง่ายขึ้น ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้สมาชิกเกษตรกรในเครือข่ายปั๊มชุมชนบางจากกว่า 1 ล้านครัวเรือนหรือเกือบ 5 ล้านคน

ในเบื้องต้นจะเริ่มจากการจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นบางจากผ่านเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com ซึ่งเป็นน้ำมันหล่อลื่นแบรนด์แรกที่จำหน่ายผ่านช่องทางนี้ และในอนาคตก็จะมีผลิตภัณฑ์จากชุมชนท้องถิ่นในเครือข่ายของบางจากฯ ส่งไปจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคผ่านเครือข่ายและระบบของไปรษณีย์ไทยอีกด้วย

ซึ่งขณะนี้ไปรษณีย์ไทยได้เปิดสาขาบริการไปรษณีย์ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาบางนา – ตราด กม.16 โดยเปิดให้บริการไปรษณีย์ รับ – ฝากส่งสิ่งของแบบครบวงจร ให้บริการทางการเงิน จำหน่ายสินค้าไปรษณีย์และสิ่งสะสม เป็นแห่งแรกเรียบร้อยแล้ว

%d bloggers like this: