กระทรวงดีอีเผยไทยได้เป็น ASEAN-JAPAN cyber security Center

กระทรวงดีอีเผยผลประชุมรัฐมนตรีอาเซียนเลือกไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น มุ่งฝึกอบรมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ASEAN-JAPAN cyber security Center หวังสร้างบุคลากรรองรับเทคโนโลยีที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยญี่ปุ่นหนุนเงิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐในการดำเนินการ 4 ปี เริ่ม 2561

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (TELMIN : ASEAN Telecommunications and Information Technology Ministers Meeting) และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (TELSOM : ASEAN Telecommunications and IT Senior Officials Meetings) มีมติเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้งศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น ฝึกอบรมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (ASEAN-JAPAN cyber security Center)

โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมระหว่างสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และผู้เจรจา 3 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งการเป็นศูนย์ฝึกอบรมดังกล่าวไทยได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2564

“เหตุผลที่ทุกประเทศลงฉันทามติเลือกประเทศไทยเป็นพื้นที่จัดตั้งศูนย์ดังกล่าว เนื่องจากไทยมมีความพร้อม โดยที่ผ่านมาได้มีการเอ็มโอยูเรื่องการจัดอบรมพัฒนาบุคลากรด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า (ETDA) เป็นผู้ดำเนินการ เช่นเดียวกับในด้านอื่นๆ ที่ไทยมีความพร้อมมากกว่า”

ศูนย์ดังกล่าวจะมีหน้าที่ฝึกอบรมและยกระดับความสามารถบุคลากรด้านความปลอดภัยมั่นคงทางไซเบอร์ รวมถึงการสร้างบุคลากรใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยจะเป็นศูนย์กลางการจัดอบรมของประเทศสมาชิกในอาเซียน ซึ่งตามเป้าหมายที่อาเซียนวางไว้นั้น จะต้องมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างน้อย 280 คนต่อระดับหรือหลักสูตร นอกจากการจัดอบรมที่จะเกิดขึ้นแล้ว ยังคงมีกิจกรรมที่หลากหลายตลอด 4 ปี

นายพิเชฐ สำหรับปี 2561 จะจัดกิจกรรมทุกๆ 2 เดือน ทั้งการจัดอบรม การจัดประกวดเพื่อให้บุคคลทั่วไปได้เข้าร่วม อาทิ การอบรมการซ้อมรับมือการโจมตีทางไซเบอร์ นอกจากนี้ไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดไซเบอร์ซีเกม (Cyber SEA Game) โดยเปิดรับสมัครแฮกเกอร์เข้ามาทำการเจาะเข้าไปในระบบ และสร้างระบบเพื่อแก้ไขการเจาะข้อมูล

ซึ่งประโยชน์ที่ไทยจะได้รับนั้นนอกจากการสร้างบุคลากรด้านนี้ที่เป็นคนไทยและต่างชาติแล้ว ในอนาคตจะมีการบรรจุหลักสูตรทางด้านความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์เข้าไปในมหาวิทยานานาชาติที่จะเข้ามาตั้งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี

%d bloggers like this: